
คู่มือเที่ยวโกเบฉบับสมบูรณ์! ตั้งแต่จุดเช็กอินยอดนิยม จุดลับ ของกิน ไปจนถึงของฝาก
ถ้าอยากเที่ยวญี่ปุ่นในบรรยากาศเมืองท่าที่มีทั้งกลิ่นอายย้อนยุคและมุมเก๋ ๆ ให้เดินเล่น โกเบในจังหวัดเฮียวโงะก็น่าสนใจมาก แต่ถ้าเป็นการมาเที่ยวครั้งแรก หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าควรไปที่ไหนดี บทความนี้เหมาะสำหรับคนที่กำลังหาข้อมูล เราจะพาคุณไปรู้จักจุดเด่นของโกเบ เพื่อให้จัดทริปได้ตามสไตล์ที่ชอบ
โกเบเป็นสถานที่แบบไหน?
หากนึกถึงเมืองญี่ปุ่นที่มีทั้งทะเล ภูเขา และบรรยากาศนานาชาติในแบบเฉพาะตัว โกเบก็มักเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ เมืองนี้เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเฮียวโงะ มีประชากรประมาณ 1.5 ล้านคน และเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 7 ของญี่ปุ่น เนื่องจากเจริญรุ่งเรืองมาแต่เดิมในฐานะเมืองท่า จึงได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมต่างชาติจำนวนมาก จนกลายเป็นเมืองที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้สัมผัส “โลกกว้าง” ซึ่งหาได้ไม่บ่อยในญี่ปุ่น บรรยากาศแปลกใหม่แบบนานาชาตินี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั้งในและต่างประเทศ
※ข้อมูลประชากร ณ เดือนตุลาคม ปี 2020

ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวโกเบ?
หากจะมาเยือนโกเบ ช่วงที่แนะนำมากคือเดือนเมษายนที่ดอกซากุระบานต่อเนื่องถึงเดือนพฤษภาคมที่อากาศสบาย หรือช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่สามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้อย่างสวยงาม ส่วนช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมจะร้อนชื้นมาก แม้ในฤดูหนาวหิมะจะตกน้อยมาก แต่อุณหภูมิก็อาจต่ำกว่า 0℃ ได้
※ในช่วงฤดูร้อนหลายปีที่ผ่านมา มักมีวันที่อากาศร้อนจัดและอุณหภูมิสูงมากกว่า 35℃ บ่อยครั้ง จึงควรระวังเป็นพิเศษ
สภาพอากาศตลอดปีของโกเบ
| - | Jan. | Feb. | Mar. | Apr. | May | Jun. | Jul. | Aug. | Sep. | Oct. | Nov. | Dec. |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อุณหภูมิเฉลี่ย (℃) | 6.1 | 8.8 | 12.3 | 15.3 | 19.7 | 23.7 | 27.5 | 27.8 | 25.1 | 20.6 | 14.5 | 8.9 |
| ความชื้นเฉลี่ย (%) | 63 | 57 | 62 | 60 | 70 | 71 | 76 | 77 | 72 | 65 | 61 | 64 |
| ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย (มม.) | 26.5 | 25 | 28.5 | 71 | 66 | 33.5 | 60.5 | 98 | 39 | 29.5 | 47.5 | 16 |
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของโกเบ
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตบาง เสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบา เสื้อแขนสั้น อุปกรณ์กันแดด เช่น หมวก
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง เสื้อสเวตเตอร์เนื้อบาง
ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต เสื้อสเวตเตอร์หนา
การเดินทางไปโกเบทำอย่างไร?
โกเบเดินทางสะดวกมาก เพราะมีสถานีชินโกเบของชินคันเซ็น และย่านใจกลางเมืองอย่างซันโนะมิยะก็มีทั้ง JR และรถไฟเอกชนหลายสายให้บริการ จากโอซาก้าใช้เวลาประมาณ 20 นาที และจากฮิโรชิมาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นฐานเที่ยวในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่นด้วย
นอกจากนี้ยังมีรถบัสด่วนจากหลายพื้นที่ของญี่ปุ่นมายังซันโนะมิยะจำนวนมาก
หากเดินทางโดยเครื่องบิน จากโตเกียว (ฮาเนดะ) ไปสนามบินโกเบใช้เวลาประมาณ 65 นาที
การเดินทางภายในโกเบสำหรับเที่ยวชมเมือง
สถานีซันโนะมิยะ ใจกลางเมืองโกเบ มีรถไฟหลายสายผ่าน เช่น JR, สายฮันชินหลัก, รถไฟฮังคิว และรถไฟใต้ดินเทศบาลโกเบ จึงเป็นจุดตั้งต้นยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งก็อยู่ไม่ไกลจากสถานีซันโนะมิยะ จนสามารถเดินเที่ยวได้ ตัวอย่างเช่น เดินไปทางทะเลประมาณ 20 นาทีจะถึงหอคอยโกเบพอร์ตทาวเวอร์ สัญลักษณ์ของท่าเรือโกเบ และถ้าเดินขึ้นไปทางภูเขาประมาณ 10 นาที จะถึงย่านคิตาโนะที่เต็มไปด้วยบรรยากาศต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีถนนลาดชันอยู่มาก แนะนำให้ใช้แท็กซี่ รถไฟ หรือรถบัสร่วมด้วยเพื่อเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
9 สถานที่ห้ามพลาดในโกเบ
เสน่ห์ของโกเบอยู่ตรงที่ในทริปเดียว คุณสามารถสลับบรรยากาศระหว่างภูเขากับทะเลได้อย่างไม่ยาก ด้านล่างนี้คือ 8 สถานที่แนะนำที่ไปถึงโกเบแล้วไม่ควรพลาด
1. นังคินมาจิ (ไชน่าทาวน์)
นังคินมาจิ (Nankinmachi) ไชน่าทาวน์ของโกเบ ได้รับการยกให้เป็นหนึ่งใน 3 ไชน่าทาวน์ใหญ่ของญี่ปุ่น ร่วมกับโยโกฮามะและนางาซากิ มีร้านค้าหลากหลายเรียงรายมากกว่า 100 ร้าน ทั้งร้านอาหารจีน ร้านอาหารญี่ปุ่นและตะวันตก ร้านวัตถุดิบ และร้านขายของจุกจิก แนะนำให้เดินชมบรรยากาศที่คึกคัก พร้อมชิมอาหารจีนแท้แบบสตรีตฟู้ด เช่น ซาลาเปาไส้หมู หูฉลาม เสี่ยวหลงเปาทอด และเป็ดปักกิ่ง

2. ย่านอดีตเขตต่างชาติแห่งโกเบ
หลังจากเปิดท่าเรือในปี 1868 โกเบได้กลายเป็นศูนย์กลางการค้ากับต่างประเทศ โดยย่านโมโตมาจิของโกเบซึ่งถูกกำหนดให้เป็นเขตที่พักอาศัยของชาวต่างชาติในเวลานั้น เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ตะวันตกยุคใหม่อันสง่างาม ให้บรรยากาศแบบยุโรปแม้อยู่ในญี่ปุ่น ภายในย่านมีทั้งอาคารประวัติศาสตร์ทรงคุณค่า ร้านแบรนด์หรู และร้านคาแรกเตอร์เฉพาะตัวจากต่างประเทศ รวมถึงคาเฟ่และร้านขายของจุกจิกจำนวนมาก ในตอนกลางคืนยังมีการประดับไฟทำให้เมืองดูสวยงามไปอีกแบบ อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้ทะเล จึงเหมาะกับการดื่มด่ำบรรยากาศโรแมนติก

3. สะพานอะคาชิไคเคียว
สะพานอะคาชิไคเคียว (Akashi Kaikyo Bridge) เชื่อมเมืองโกเบในจังหวัดเฮียวโงะกับเกาะอาวาจิ มีความยาวรวม 3,911 เมตร และมีระยะห่างระหว่างเสาหลักทั้งสอง 1,991 เมตร จึงเป็นที่รู้จักในฐานะสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก เสาหลักที่รองรับสายเคเบิลของสะพานมีความสูงประมาณ 300 เมตรเลยทีเดียว!
ในยามค่ำคืนยังมีการประดับไฟอย่างสวยงาม ให้บรรยากาศโรแมนติก
นอกจากนี้สะพานอะคาชิไคเคียวยังไม่ได้มีแค่การชมวิวหรือข้ามสะพานเท่านั้น แต่ยังสามารถขึ้นไปบนเสาหลักได้อีกด้วย ใครสนใจไม่ควรพลาด

4. ศาลเจ้าอิคุตะ
ศาลเจ้าอิคุตะ (Ikuta Jinja) เป็นศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 1,800 ปี ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านตัวเมืองโกเบ เป็นที่รู้จักในฐานะพาวเวอร์สปอตชื่อดังแห่งหนึ่งของโกเบ โดยเฉพาะเรื่องการขอพรด้านความรัก ด้านหลังอาคารหลักมี “ป่าอิคุตะ” ที่สามารถลองเสี่ยงทาย “มิสึมิคุจิ” ซึ่งขึ้นชื่อว่าแม่นมาก การเดินทางก็สะดวก เพราะอยู่ห่างจากสถานีซันโนะมิยะและสถานีโมโตมาจิโดยเดินประมาณ 10 นาที จึงมีทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมาก

5. โกเบฮาร์เบอร์แลนด์
สำหรับคนที่มองหามุมเดินเล่นริมทะเลแบบสบาย ๆ โกเบฮาร์เบอร์แลนด์ (Kobe Harborland) เป็นชื่อของย่านริมทะเลขนาดประมาณ 18.5 เฮกตาร์ ที่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่หลายแห่งตั้งอยู่เรียงราย มาถึงแล้วก็ช้อปปิ้งได้ เดินเล่นก็เพลิน บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกหรูหราและมีกลิ่นอายต่างประเทศ อีกทั้งยังมีสถานที่พักผ่อนหลากหลาย เช่น “พิพิธภัณฑ์เด็กอันปังแมนและมอลล์โกเบ” ที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ และ “โมเสกชิงช้าสวรรค์” ทำให้สนุกได้แบบไม่มีเบื่อ

6. คิตาโนะอิจินคัง
ย่านคิตาโนะอิจินคังแห่งโกเบ (Kitano Ijinkan) พัฒนาขึ้นในฐานะเขตที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติในช่วงเปิดท่าเรือโกเบเมื่อปี 1868 ปัจจุบันยังคงมีอาคารสไตล์ตะวันตกประมาณ 30 หลังที่รักษารูปลักษณ์ในอดีตไว้ และในจำนวนนี้มี 16 หลังที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายในได้ คุณสามารถลองนั่งเก้าอี้ดาวเสาร์ที่ “ยามาเตะฮาจิบังกัง” ทำน้ำหอมสูตรเฉพาะตัวหนึ่งเดียวในโลกที่ “บ้านแห่งกลิ่น ออลันดะคัง” หรือถ่ายภาพแปลกตาที่ “โกเบทริกอาร์ต พิพิธภัณฑ์กงสุลมหัศจรรย์” ได้ด้วย

7. สวนสมุนไพรโกเบนุโนบิกิ / กระเช้าลอยฟ้า
สวนสมุนไพรขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมสดชื่นและสีสันตลอดทั้งปี ภายในพื้นที่กว้างใหญ่มีสวน 12 โซน เช่น สวนกุหลาบและสวนลาเวนเดอร์ พร้อมจุดถ่ายรูปกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ส่วนร้านอาหารและคาเฟ่ก็มีเมนูที่ใช้สมุนไพรตามฤดูกาลและดอกไม้กินได้อย่างหลากหลาย อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือ “พิพิธภัณฑ์กลิ่นหอม” ที่สามารถสัมผัสประสบการณ์กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ การเดินทางไปยังสวนสมุนไพรโกเบนุโนบิกิใช้กระเช้าลอยฟ้าประมาณ 10 นาที และจากกอนโดลาก็สามารถชมวิวเมืองโกเบและทะเลจากมุมสูงได้อย่างเพลิดเพลิน

8. ภูเขาร็อกโกะ
ภูเขาร็อกโกะ (Rokko) เป็นยอดเขาหลักของเทือกเขาร็อกโกะ มีความสูง 931 เมตร และมีรถเคเบิลคาร์ให้ขึ้นไปถึงบนยอดได้อย่างสะดวก บนเขามีสถานที่หลากหลายทั้งสำหรับทำกิจกรรมแบบแอ็กทีฟและจุดชมวิวกลางคืนสุดโรแมนติก นอกจากนี้ยังมี “พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีร็อกโกะ” ที่ช่วยให้ผ่อนคลายไปกับเสียงดนตรีอันสงบ และ “สวนพฤกษศาสตร์อัลไพน์ร็อกโกะ” ที่สามารถชมพืชภูเขาจากทั่วโลกและพืชเมืองหนาวได้ ท่ามกลางธรรมชาติอันกว้างใหญ่ คุณจึงสามารถสนุกได้หลายรูปแบบ

9. พิพิธภัณฑ์เด็กอันปังแมนและมอลล์โกเบ
ที่นี่คือสถานที่ในฝันสำหรับเด็ก ๆ ที่อยากพบอันปังแมน ภายในประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ชั้น 2 (มีค่าเข้าชม) และศูนย์การค้าชั้น 1 (เข้าฟรี)
เมื่อเข้าไปแล้วก็จะได้สัมผัสโลกจากหนังสือภาพและแอนิเมชันที่คุ้นเคย เช่น “เนินโรงงานขนมปัง” และ “รถอันปังแมน” อีกทั้งยังมี “โรงละครยานาเสะ ทาคาชิ” ที่จัดการแสดงของเหล่าตัวละครอันปังแมน รวมถึง “ฐานลับไบคินแมน” ที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรที่ไบคินแมนสร้างไว้ เรียกได้ว่ามีจุดน่าสนใจมากมาย

3 ประสบการณ์ที่ต้องลองในโกเบ
ถ้ามาเที่ยวโกเบแล้วอยากลองอะไรที่ให้ความรู้สึกต่างออกไปจากการเดินชมเมืองทั่วไป ลองดู 3 กิจกรรมนี้ได้เลย แต่ละอย่างเป็นประสบการณ์ที่ได้รับเสียงตอบรับดีจากนักเดินทางจำนวนมาก
1. จุดชมวิวคิโกเซได บนภูเขามายะ: ประสบการณ์ชมวิวกลางคืน
โกเบมีชื่อเสียงในฐานะเมืองที่มีวิวกลางคืนสวยงาม จนได้รับการยกให้เป็นหนึ่งใน “3 วิวกลางคืนยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น” ร่วมกับฮาโกดาเตะและนางาซากิ
แม้ในโกเบจะมีหลายจุดที่สามารถชมวิวกลางคืนได้อย่างสวยงาม แต่จุดที่แนะนำที่สุดคือวิวจากภูเขามายะซึ่งสูง 702 เมตร โดยเฉพาะวิวจากลานชมวิว “คิโกเซได” ที่งดงามเป็นพิเศษ

2. ROKKO Forest Sound Museum: เวิร์กช็อปทำกล่องดนตรีและเครื่องดนตรี
พิพิธภัณฑ์เสียงบนภูเขาร็อกโกะ โปรแกรมยอดนิยมอย่าง “คอนเสิร์ตไร้นักดนตรี” ให้คุณเพลิดเพลินกับการบรรเลงอัตโนมัติตามบทเพลงที่คัดเลือกตามธีมของแต่ละฤดูกาล
ภายในสตูดิโอยังมีเวิร์กช็อปประกอบกล่องดนตรี รวมถึงทำเครื่องดนตรีอย่างคาสตาเน็ตและคาลิมบา โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำและช่วยเหลืออย่างละเอียด จึงเหมาะแม้สำหรับผู้เริ่มต้น

3. สะพานอะคาชิไคเคียว: ทัวร์ขึ้นยอดเสาสะพาน
ประสบการณ์ขึ้นยอดเสาสะพานอะคาชิไคเคียว คือทัวร์ที่พาคุณเดินผ่านทางเดินสำหรับการดูแลรักษาซึ่งปกติไม่เปิดให้เข้าชม และขึ้นไปยังเสาหลักสูง 300 เมตรได้ จากยอดเสาที่สูง 300 เมตร คุณจะได้สัมผัสทั้งความตื่นเต้นและวิวสุดอลังการที่แทบทำให้ตะลึง

อ่านรีวิวประสบการณ์ขึ้นยอดเสาสะพานอะคาชิไคเคียวได้ที่นี่!
6 ร้านอาหารยอดนิยมในโกเบ
แค่เดินไปตามถนนต่าง ๆ ในโกเบ ก็จะรู้สึกได้ถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมที่สะท้อนออกมาในอาหารด้วย ตั้งแต่เนื้อโกเบคุณภาพเยี่ยม อาหารท้องถิ่นที่คนในพื้นที่คุ้นเคยมายาวนาน ไปจนถึงขนมหวานแบบต้นตำรับ อยากให้คุณได้ลองลิ้มรสความอร่อยสไตล์โกเบให้เต็มที่
ที่นี่เราคัดมาให้แล้วกับ 6 ร้านอาหารยอดนิยมในโกเบ
1. Aburi Niku Kobo Waguro สาขาคิตาโนะซากะ
“วากุโระ สาขาคิตาโนะซากะ” ตั้งอยู่ตรงทางเข้าย่านคิตาโนะที่เต็มไปด้วยบรรยากาศต่างประเทศ เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่ผสานบรรยากาศแบบยุโรปและอเมริกาเข้ากับความใส่ใจแบบญี่ปุ่น พร้อมให้คุณอิ่มอร่อยกับเนื้อโกเบสไตล์เทปันยากิ
ร้านเลือกใช้เนื้อชั้นยอดที่คัดสรรมาอย่างดีจาก “เนื้อโกเบ” ซึ่งถือเป็นเนื้อคุณภาพสูงที่สุดในบรรดาเนื้อทาจิมะที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นงานศิลปะแห่งเนื้อสัตว์ อยากแนะนำให้ลองชิมสเต๊กที่ย่างอย่างพิถีพิถันบนแผ่นเหล็กด้วยวิธีเฉพาะของทางร้านสักครั้ง

2. Higaki
สำหรับคนที่สนใจอาหารท้องถิ่นของคันไซ “ฮาโกะซูชิ” คือซูชิทรงสี่เหลี่ยมที่ทำโดยเรียงข้าวซูชิ ปลากะพง กุ้ง และปลาไหลทะเลลงในกล่องไม้ เป็นอาหารต้อนรับแบบดั้งเดิมของภูมิภาคคันไซที่มีต้นกำเนิดจากโอซาก้า “ฮิงากิ” ร้านในย่านนังคินมาจิของโกเบที่เรียงรายไปด้วยร้านอาหารจีน เป็นร้านดังเรื่องฮาโกะซูชิปลาไหลทะเล โดยใช้ปลาไหลทะเลเนื้อหนาชิ้นใหญ่จากทะเลเซโตะในที่เรียกว่า “เด็นสุเกะ” อย่างหรูหรา รสชาติยอดเยี่ยมมาก

3. Roshoki
Roshoki เปิดกิจการในปี 1915 ในฐานะร้านซาลาเปาไส้หมูโดยเฉพาะ จำนวนซาลาเปาไส้หมูที่ขายได้ต่อวันมากถึง 13,000 ลูก และยังคงเป็นร้านยอดนิยมที่มีคิวยาวต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แป้งสูตรลับประจำตระกูลที่สืบทอดกันมาและรสชาติหมูที่เข้ากันอย่างลงตัวทำให้ผู้คนมากมายหลงรัก

4. Yoshoku DINING QUATTRO
ร้านอาหารตะวันตกสไตล์ญี่ปุ่นยอดนิยมของเมืองท่าโกเบ ที่นี่สามารถลิ้มลองเมนูโยโชกุแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เช่น แฮมเบิร์ก กุ้งทอด และโคร็อกเกะ เมนูที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษคือ “Quattro Croquette” ซึ่งภายในแป้งชุบทอดกรอบสอดไส้มันฝรั่งและเอ็นเนื้อวัวอย่างเต็มคำ

5. Teppan Bar clap
บาร์ที่สามารถเพลิดเพลินกับทั้งโอโคโนมิยากิและอาหารสเปน ภายในร้านเป็นร้านขนาดเล็ก มีที่นั่งเคาน์เตอร์ประมาณ 10 ที่ และโต๊ะอีก 1 ชุดด้านใน บรรยากาศสนุกสนานด้วยเสียงดนตรีละติน ทำให้แม้มาคนเดียวก็เข้าได้สบาย ๆ
เมนูแนะนำคือโอโคโนมิยากิ “บูตะดามะ” ซึ่งมีรูปทรงกลมสวยงามและหนาถึง 5 เซนติเมตร

6. Patisserie Mont Plus
“Patisserie Mont Plus” เป็นหนึ่งในร้านขนมหวานชื่อดังของโกเบที่ได้รับคำชมอย่างมาก ท่ามกลางร้านขนมจำนวนมากในเมือง เชฟเลือกจำหน่ายขนมฝรั่งเศสและขนมที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสเป็นหลัก อีกทั้งยังมีโซนนั่งรับประทานในร้าน ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับขนมแสนอร่อยในบรรยากาศสบาย ๆ ที่ตกแต่งภายในอย่างพิถีพิถัน

5 แหล่งช้อปปิ้งแนะนำในโกเบ
ถ้าชอบเดินช้อป เมืองนี้ก็มีให้เลือกหลายบรรยากาศตั้งแต่ห้างใหญ่ไปจนถึงถนนการค้า โกเบเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในเมืองต้นทางของแฟชั่นเทรนด์ญี่ปุ่น มีทั้งร้านที่รวมไอเท็มล้ำสมัยและร้านเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน เหมาะกับการช้อปปิ้งอย่างยิ่ง ครั้งนี้เราจะพาไปรู้จัก 5 สถานที่แนะนำ ทั้งศูนย์การค้าและถนนช้อปปิ้งที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
1. Kobe-Sanda Premium Outlets
Kobe-Sanda Premium Outlets เป็นเอาต์เล็ตช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่น สร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจจาก “พาซาดีนา” ย่านที่อยู่อาศัยหรูชานลอสแอนเจลิส ภายในมีร้านประมาณ 210 ร้าน ตั้งแต่แบรนด์ดัง ร้านเซเล็กต์ช็อปยอดนิยม ไปจนถึงร้านอินทีเรียร์ กีฬา ของใช้จุกจิก และร้านอาหาร

2. ถนนการค้าโกเบโมโตมาจิ
ถนนการค้าแบบมีหลังคาคลุมที่มีความยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร และมีร้านเรียงรายประมาณ 300 ร้าน ในแต่ละโซนอย่างอิจิบังไก เขต 3 เขต 4 เขต 5 และเขต 6 มีร้านหลากหลายตั้งแต่แฟชั่น ของจุกจิก ไปจนถึงร้านอาหาร ทั้งร้านเก่าแก่และร้านใหม่ ๆ ทำให้บรรยากาศคึกคักตลอดทั้งปี อีกทั้งยังมีอีเวนต์ต่าง ๆ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3. Daimaru Kobe
ห้างสรรพสินค้า “Daimaru Kobe” ตั้งอยู่ในย่านโกเบ・อดีตเขตต่างชาติที่มีบรรยากาศย้อนยุคและเงียบสงบ ภายในไม่ได้มีแค่แบรนด์หรูจากในและต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังมีร้านเซเล็กต์ช็อปยอดนิยมที่เจาะกลุ่มวัยรุ่น ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของคนหลายช่วงวัย ภายในอาคารหลักเดินเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลาย ส่วนบริเวณใกล้เคียงก็มีบูติกหลายแห่ง โดยเฉพาะ “อาคารหมายเลข 38 อดีตเขตต่างชาติ” ซึ่งเป็นอาคารทรงสง่างามและมีชื่อเสียงในฐานะสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์代表ของย่านนี้

4. ถนนซันโนะมิยะเซ็นเตอร์
ถนนซันโนะมิยะเซ็นเตอร์เป็นย่านที่เครือข่ายคมนาคมของโกเบมารวมกัน จึงทำหน้าที่เหมือนศูนย์กลางของเมือง เป็นถนนการค้าอาเขตขนาดใหญ่ที่ทอดยาวเกือบตามแนวตะวันออก–ตะวันตกจาก Flower Road ไปจนถึง Koikawa-suji โดยมีร้านค้าหลากหลายประเภทเรียงราย ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่น อินทีเรียร์ ของใช้จุกจิก หรือของกิน

5. Kobe Harborland umie
โกเบฮาร์เบอร์แลนด์เป็นจุดท่องเที่ยวริมทะเลที่เป็นตัวแทนของเมืองโกเบ และภายในพื้นที่นั้นยังมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ “Kobe Harborland umie” ตัวอาคารประกอบด้วย 3 อาคาร มีร้านค้าประมาณ 230 ร้าน ทั้งแฟชั่น ของจุกจิก และร้านอาหาร ด้วยทำเลเปิดโล่งติดทะเล คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร หรือเดินเล่นได้ตลอดทั้งวัน

ถ้าจะพักที่โกเบ ต้องที่นี่! 7 ที่พักแนะนำ
ไม่ว่าคุณจะอยากพักแบบหรู ๆ หรือเน้นงบสบาย ๆ โกเบก็มีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่โรงแรมที่มอบบริการระดับพรีเมียม ไปจนถึงเกสต์เฮาส์ที่เข้าพักได้ง่าย ที่นี่เราได้คัด 7 ที่พักแนะนำมาให้ คุณสามารถเลือกให้เหมาะกับสไตล์และงบประมาณ แล้วตามหาที่พักถูกใจสำหรับทริปนี้ได้เลย
โรงแรมที่โดดเด่นด้วยวิวกลางคืนอันสวยงามของโกเบ พร้อมอาหารและบริการคุณภาพสูง
1. Kobe Meriken Park Oriental Hotel
รีสอร์ตโฮเทลที่ตั้งอยู่บนท่าเรือกลางของท่าเรือโกเบ โดยรอบ 270 องศาถูกโอบล้อมด้วยทะเล ห้องพักทุกห้องมีระเบียงส่วนตัว ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินทางล่องเรือ สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองโกเบแบบพาโนรามา และชมวิวกลางคืนอันสวยงามได้อีกด้วย ภายในยังมีห้องอาหารหลากหลาย ให้คุณอิ่มอร่อยกับอาหารญี่ปุ่น ตะวันตก และจีนแบบต้นตำรับพร้อมวิวสวยของโกเบ

- ที่อยู่
- 5-6 ฮาโตบะโจ เขตชูโอ เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ
- เว็บไซต์ทางการ
- ดูเว็บไซต์ทางการ
2. Kobe Portopia Hotel
โรงแรมแห่งนี้มีรถชัตเทิลบัสฟรีจากซันโนะมิยะและชินโกเบ อีกทั้งยังเดินทางจากสนามบินโกเบได้สะดวก คุณจะได้ชมทิวทัศน์สวยงามในแบบฉบับของพอร์ตไอแลนด์ รวมถึงภาพเครื่องบินขึ้นลงที่สนามบินโกเบ ภายในยังมีห้องอาหารต้นตำรับหลากหลายแนว นอกจากนี้ยังมีฟิตเนส เอสเธติกซาลอน สระว่ายน้ำในร่มและกลางแจ้ง รวมถึงร้านเครื่องประดับและร้านของจุกจิก ให้ใช้เวลาได้อย่างเต็มอิ่ม

3. Kobe Bay Sheraton Hotel & Towers
โรงแรมหรูแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะร็อกโกะไอแลนด์ สามารถดื่มด่ำกับวิวสวยของท่าเรือโกเบและภูเขาร็อกโกะได้อย่างเต็มที่ เป็นที่พักที่ผสานฟังก์ชันการใช้งานแบบตะวันตกเข้ากับ “โอโมเตนาชิ” หรือการบริการแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว และยังได้รับรางวัล 4 พาวิลเลียนจาก Michelin Guide ติดต่อกัน ซึ่งเป็นระดับที่แสดงถึง “ความสะดวกสบายชั้นสูงสุด” อย่าลืมแวะผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางด้วยออนเซ็นธรรมชาติที่ผุดขึ้นในพื้นที่ของโรงแรม

- ที่อยู่
- 2-13 โคโยโจนากะ เขตฮิกาชินาดะ เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ (เกาะร็อกโกะไอแลนด์)
- เว็บไซต์ทางการ
- ดูเว็บไซต์ทางการ
4. Hotel La Suite Kobe Harborland
สมอลล์ลักชัวรีโฮเทลที่มีห้องพักทั้งหมด 70 ห้อง และทุกห้องมาพร้อมระเบียงวิวทะเล อีกหนึ่งจุดเด่นคือเดินจากสถานี JR โกเบเพียงประมาณ 10 นาทีเท่านั้น ภายในยังมีห้องอาหารหรูที่เหมาะกับโอกาสพิเศษ เช่น ร้านอาหารฝรั่งเศสต้นตำรับและร้านเทปันยากิ

- ที่อยู่
- 7-2 ฮาโตบะโจ เขตชูโอ เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ
- เว็บไซต์ทางการ
- ดูเว็บไซต์ทางการ
เกสต์เฮาส์ที่โดดเด่นด้วยราคาสบาย ๆ และได้สัมผัสวิถีท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
5. Guesthouse Kobe Nadeshikoya
เกสต์เฮาส์โกเบนาเดชิโคะยะมีเจ้าของเป็นผู้หญิง จึงครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและของใช้สำหรับผู้หญิง มีทั้งห้องพัก ห้องอาบน้ำ และห้องน้ำสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ทำให้แม้ผู้หญิงที่เพิ่งเคยพักเกสต์เฮาส์ครั้งแรกก็สบายใจได้
ที่นี่ยังมีห้องดอร์มแบบรวมชายหญิง และบนดาดฟ้าที่เปิดโล่งก็สามารถสนุกกับการแกลมปิงได้อีกด้วย ทำเลก็ดีมาก เพราะเดินจากสถานีโมโตมาจิเพียง 3 นาที

- ที่อยู่
- 1-2-21 ซากาเอะมาจิโดริ เขตชูโอ เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ
- เว็บไซต์ทางการ
- ดูเว็บไซต์ทางการ
6. Kobe Guesthouse Maya
เกสต์เฮาส์ใกล้สวนโอจิที่มาพร้อมคอนเซปต์ “เริ่มต้นการเดินทางเพื่อพบกับชีวิตธรรมดาของโกเบจากที่นี่” ที่นี่ชวนให้คุณสนุกกับชีวิตประจำวันแบบคนโกเบ เช่น หลังเที่ยวถนนการค้า พิพิธภัณฑ์ หรือภูเขามายะแล้ว ก็ลองแวะโรงอาบน้ำสาธารณะดู นอกจากห้องดอร์มแล้ว ยังมีห้องส่วนตัวหลายประเภทให้เลือก

- ที่อยู่
- 4-4-10 โจนัยโดริ เขตนาดะ เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ
- เว็บไซต์ทางการ
- ดูเว็บไซต์ทางการ
7. Yumenomad
เกสต์เฮาส์แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่าน “ชินไคจิ” ที่ยังคงบรรยากาศเมืองเก่าแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างมีเสน่ห์ และยังเดินจากสถานี JR โกเบเพียง 10 นาที จุดเด่นอีกอย่างคือการรีโนเวตจากที่พักเก่าให้กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยอินทีเรียร์แนวอาร์ต มองไปมุมไหนก็น่าสนใจ รอบ ๆ ยังมี “ถนนการค้าฮิกาชิยามะ” ที่สามารถหาซื้อวัตถุดิบได้หลากหลาย จึงแนะนำให้ลองทำอาหารในครัวส่วนกลางด้วย

- ที่อยู่
- 1-2-2 ชินไคจิ เขตเฮียวโงะ เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ
- เว็บไซต์ทางการ
- ดูเว็บไซต์ทางการ
3 ของฝากจากโกเบที่ใครได้ก็ต้องชอบ
โกเบขึ้นชื่อเรื่องร้านขนมหวานอยู่แล้ว เลยเป็นเมืองที่เลือกของฝากแนวนี้ได้สนุกไม่น้อย จะซื้อกลับไปกินเองก็ได้ หรือมอบให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ก็ดูเหมาะ ที่นี่เราคัดของฝากจากโกเบมาแนะนำ 3 อย่าง
1. Freundlieb “Mimi”
“Freundlieb” ร้านเบเกอรีเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ยุคไทโช สินค้าซิกเนเจอร์อย่าง “Mimi” เป็นพายรูปหัวใจน่ารักที่ใช้เนยอย่างเต็มที่ ว่ากันว่าได้แรงบันดาลใจจากหูหมู ซึ่งในเยอรมนีถือเป็นสัญลักษณ์มงคล กลิ่นหอมของเนยและสัมผัสกรอบอร่อยเป็นจุดเด่นสำคัญ มีให้เลือก 3 ขนาด คือ ใหญ่ กลาง และเล็ก

2. Kobe Fugetsudo “Gaufres”
Gaufres ของ Kobe Fugetsudo เป็นขนมขึ้นชื่อของโกเบ แผ่นขนมอบบางกรอบประกบไส้ครีมรสวานิลลา สตรอว์เบอร์รี และช็อกโกแลต ให้คุณเพลิดเพลินกับความรู้สึกที่แป้งและครีมค่อย ๆ ละลายในปากหลังรับประทาน

3. Toraku “Kobe Pudding”
Kobe Pudding ทำจากวัตถุดิบเรียบง่ายอย่างไข่ ผลิตภัณฑ์นม เช่น ครีมสด และน้ำตาล พร้อมเติมเหล้าลิเคียวร์รสส้มลงไปอย่างลงตัว ตัวพุดดิ้งมีสัมผัสนุ่มละมุนและรสชาติหรูหรา โดยมีซอสคาราเมลสูตรพิเศษช่วยเสริมความอร่อยให้เด่นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้รับรางวัลเหรียญทองสูงสุดจาก Monde Selection

7 เทศกาลและอีเวนต์ยอดนิยมของโกเบ
ถ้าอยากเห็นอีกบรรยากาศหนึ่งของโกเบ การมาให้ตรงกับช่วงงานเทศกาลหรืออีเวนต์ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะเมืองนี้มีงานสนุก ๆ หมุนเวียนตลอดทั้ง 4 ฤดู ที่นี่เราคัดอีเวนต์แนะนำจากงานมากมายในโกเบมาให้คุณได้รู้จัก
1. งานชงชาครั้งใหญ่แห่งสุมะ
งานชงชาขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปีในฤดูใบไม้ผลิ โดยมีวัดเก่าแก่ “สุมะเดระ” เป็นศูนย์กลาง และเป็นงานที่ใครก็สามารถเข้าร่วมได้ ได้รับความนิยมในฐานะ “งานชงชาที่เข้าร่วมได้ง่ายในชุดลำลอง” จึงสามารถสัมผัสการต้อนรับแบบพิธีชาได้อย่างสบาย ๆ

2. ทางเดินชมซากุระยามค่ำคืนที่สวนสัตว์โอจิ
เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ สวนสัตว์โอจิจะเต็มไปด้วยดอกโซเมโยชิโนะบานสะพรั่งประมาณ 480 ต้น และยังเป็นที่รู้จักในฐานะจุดชมซากุระชื่อดัง ช่วงเวลาที่ดอกไม้สวยที่สุดจะมีการประดับไฟในตอนกลางคืน ทำให้ได้ชมทิวทัศน์งดงามที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน (อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถเข้าชมสัตว์ในเวลากลางคืนได้)

3. Minato HANABI-2025- 5 วันแต่งแต้มสีสันให้โกเบ
“Minato HANABI” ถูกจัดขึ้นแทนงาน “เทศกาลดอกไม้ไฟทางทะเลมินาโตะโกเบ” ที่เคยจัด ณ ท่าเรือโกเบ
งานนี้เป็นอีเวนต์ดอกไม้ไฟขนาดเล็กแบบกระจายหลายจุดที่จัดต่อเนื่อง 5 วันในเดือนตุลาคมของทุกปี ทำให้มีโอกาสไปชมได้มากขึ้น
การแสดงที่ทำให้ผืนน้ำทั้งผืนถูกเติมเต็มด้วยดอกไม้ไฟ รวมถึงเอฟเฟกต์ดอกไม้ไฟที่ร่วงลงสู่ทะเลนั้นตระการตามาก
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “ดอกไม้ไฟประกอบดนตรี” ที่จุดขึ้นพร้อมเสียงเพลงในสวนเมริเคน ซึ่งเป็นสถานที่ชมการแสดง

4. Kobe Jazz Street
โกเบยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งกำเนิดดนตรีแจ๊สของญี่ปุ่น “Kobe Jazz Street” คืออีเวนต์แจ๊สที่จัดขึ้นทุกเดือนตุลาคมตามสถานที่หลายแห่งทั่วเมืองโกเบ ภายในงานยังมีขบวนพาเหรดสุดคึกคักจากวงมาร์ชชิงแจ๊สแบนด์ ทำให้ทั้งเมืองอบอวลไปด้วยเสียงแจ๊ส และกลายเป็น “ภาพประจำฤดูใบไม้ร่วงของโกเบ” ที่ผู้คนจำนวนมากรอคอย

5. เดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในสวนพฤกษศาสตร์ป่าไม้เมืองโกเบ
สวนพฤกษศาสตร์ป่าไม้เมืองโกเบตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองโกเบโดยรถยนต์ประมาณ 25 นาที เป็นสถานที่ที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันกว้างใหญ่ของภูเขาร็อกโกะได้ ช่วงปลายเดือนตุลาคม ต้นไม้ประมาณ 3,000 ต้น จาก 38 ชนิดจะเริ่มเปลี่ยนสี และมีการจัดอีเวนต์ “เดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในป่า” ส่วนช่วงพีกราวเดือนพฤศจิกายนก็จะมีการประดับไฟชมใบไม้เปลี่ยนสีในตอนกลางคืนด้วย

6. Kobe Luminarie
“Kobe Luminarie” เริ่มขึ้นในปี 1995 เพื่อสืบทอดความทรงจำของเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฮันชิน–อาวาจิ และเป็นกิจกรรมที่สื่อถึงความหวังของเมืองโกเบ ในแต่ละปีจะมีการกำหนดธีมของผลงาน ออกแบบชิ้นงานตามธีมนั้น จากนั้นจัดเตรียมวัสดุในอิตาลี ขนส่งมายังโกเบ แล้วประกอบขึ้นโดยช่างชาวอิตาลีและทีมงานชาวญี่ปุ่น

7. เทศกาลตรุษจีนแห่งนังคินมาจิ
เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนังคินมาจิเพื่อฉลองวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติ ช่วงนี้ในจีนจะเต็มไปด้วยเสียงประทัด และมีการเชิดมังกรกับสิงโตซึ่งขาดไม่ได้ในงานเฉลิมฉลอง สร้างบรรยากาศครึกครื้นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมาย เช่น “ขบวนบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีน” ที่ผู้ร่วมขบวนแต่งกายและแต่งหน้าแบบงิ้วปักกิ่งเป็นตัวละครจากประวัติศาสตร์

บทสรุป
ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ที่พัก และของฝากที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวโกเบ เราได้รวบรวมไว้ให้แล้ว เมืองนี้มีขนาดกะทัดรัด เดินทางระหว่างหลายจุดได้ค่อนข้างสะดวก จึงอยากชวนให้คุณลองเลือกบางแห่งจากบทความนี้แล้วออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง
เที่ยวในเมืองโกเบกันเต็มที่แล้ว ถ้ายังมีเวลา ก็ขอแนะนำให้นั่งข้ามสะพานอะคาชิไคเคียวไปเที่ยวเกาะอาวาจิที่ขึ้นชื่อเรื่องของกินอร่อยมากมายต่อได้อีกด้วย


