
“ดาชิ” คืออะไร? น้ำซุปที่อัดแน่นด้วย “อูมามิ” พื้นฐานของอาหารญี่ปุ่น
“วะโชกุ” หรืออาหารญี่ปุ่นเป็นที่จับตามองไปทั่วโลก จนถึงขั้นขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก
หัวใจพื้นฐานของวะโชกุคือ “ดาชิ”
มาทำความรู้จักบทบาทและประเภทของดาชิที่ควรรู้เพื่อเข้าใจวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น พร้อมตัวอย่างเมนูวะโชกุที่ใช้ดาชิ
“ดาชิ” ช่วยชูรสและทำให้รสชาติของวัตถุดิบกลมกล่อม
ดาชิคือน้ำซุปที่ได้จากการเคี่ยววัตถุดิบ เพื่อดึง “สารอูมามิ” ออกมา
ต่างจากซุปทั่วไป ตรงที่ไม่ได้ดื่มเพื่อเสพรสดาชิโดยตรง แต่ใช้เพื่อชูรสของวัตถุดิบอื่นให้เด่นขึ้น
“อูมามิ” เป็นหนึ่งใน “รสพื้นฐาน” เช่นเดียวกับหวาน เปรี้ยว ขม และเค็ม
สารที่เป็นต้นกำเนิดของอูมามิมี 3 ประเภทดังนี้
| กรดกลูตามิก | สารที่พบในวัตถุดิบจากพืชเป็นหลัก เช่น คอมบุและผักกาดขาว |
|---|---|
| กรดกัวนิลิก | สารที่พบในวัตถุดิบที่เน้นเห็ดเป็นหลัก |
| กรดอิโนซินิก | สารที่พบในวัตถุดิบจากสัตว์ เช่น ปลาโอและเนื้อสัตว์ |
จริง ๆ แล้วเมนูที่ใช้น้ำซุปไม่ได้มีแค่อาหารญี่ปุ่นเท่านั้น
อาหารตะวันตกและอาหารจีนก็ใช้น้ำซุปอย่าง “บูยอง” หรือที่เรียกกันว่าน้ำสต็อกเช่นกัน
แต่ “ดาชิสไตล์ญี่ปุ่น” ที่ใช้บ่อยในวะโชกุจะมีรสเบา ๆ และกลิ่นหอมละมุนเมื่อเทียบกับน้ำซุปแบบตะวันตกหรือจีน
ดาชิแบบญี่ปุ่นมักทำโดยแช่คอมบุหรือปลาโอในน้ำ เพื่อสกัดกลิ่นรสของวัตถุดิบออกมา
วัตถุดิบสำหรับทำดาชิมีหลากหลาย เช่น คอมบุ ปลาโอ เห็ดชิตาเกะแห้ง อะโกะ (ปลาบินแห้ง) และปลาแห้งนิโบชิ โดยเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละเมนู

ดาชิ 4 ประเภทที่ใช้บ่อยในอาหารญี่ปุ่น
ในบรรดาดาชิทั้งหมด 4 แบบที่ใช้บ่อยในวะโชกุคือ “ดาชิคอมบุ” “ดาชิคัตสึโอะ” “อาวาเสะดาชิ” และ “ดาชิชิตาเกะ”
ถ้าอยากเข้าใจอาหารญี่ปุ่นให้มากขึ้น ควรรู้เอกลักษณ์ของดาชิทั้ง 4 ประเภทนี้
1. “ดาชิคอมบุ” ช่วยดึงรสของวัตถุดิบให้เด่นขึ้น
“ดาชิคอมบุ” เป็นดาชิที่ขาดไม่ได้ในอาหารญี่ปุ่น เพราะช่วยคงและชูรสของวัตถุดิบได้ดี
นอกจากอูมามิที่นุ่มนวลและละมุนแล้ว ยังมีกรดกลูตามิกสูง จึงดึงรสของวัตถุดิบได้หลากหลาย
คอมบุที่ขึ้นตามชายฝั่งฮอกไกโดมักถูกนำมาใช้ทำดาชิ

วิธีทำดาชิคอมบุ
การทำดาชิคอมบุมี 2 วิธีคือแบบต้มและแบบแช่น้ำเย็น
วัตถุดิบเหมือนกันทั้งสองแบบ โดยใช้คอมบุ 1% ของปริมาณน้ำ
เช่น น้ำ 1 ลิตร ใช้คอมบุ 10 กรัม
ขั้นตอนทำดาชิมีดังนี้
【แบบต้ม】
- ใส่คอมบุตามปริมาณน้ำลงหม้อ แล้วแช่ไว้ประมาณ 30 นาทีก่อนเปิดไฟ
- ตั้งไฟอ่อนกว่ากลางเล็กน้อย และยกคอมบุออกก่อนเดือด
【แบบแช่น้ำเย็น】
- ใส่คอมบุตามปริมาณน้ำลงเหยือก ปิดฝาแล้วนำเข้าตู้เย็น
- แช่อย่างน้อย 3 ชั่วโมง ถึงข้ามคืน
2. “ดาชิคัตสึโอะ” รสละมุนและสดชื่น
“ดาชิคัตสึโอะ” เป็นดาชิที่ใช้บ่อยพอ ๆ กับดาชิคอมบุ
ดาชิคัตสึโอะมีกรดอิโนซินิกซึ่งเป็นสารอูมามิในปริมาณมาก
จุดเด่นคือกลิ่นรสเข้มข้น แต่รสสัมผัสโดยรวมยังคงละมุนและสดชื่น
วัตถุดิบคือ “คัตสึโอะบุชิ” หรือปลาโอที่ผ่านการต้มสุก แล้วนำไปทำให้แห้งก่อนนำมาขูดเป็นแผ่น
ความหนาบางของคัตสึโอะบุชิมีผลต่อรสชาติ
คัตสึโอะบุชิที่ขูดบางจะสกัดดาชิได้เร็ว ทำให้หอมและได้รสสุภาพ เหมาะกับเมนูที่ดื่มน้ำซุปโดยตรง เช่น มิโสะซุปหรือซุปใส
ส่วนคัตสึโอะบุชิที่ขูดหนาจะใช้เวลาในการสกัดนานกว่า กลิ่นอาจเบาลงแต่รสลึก เหมาะกับเมนูรสค่อนข้างเข้ม เช่น น้ำซุปโซบะหรืออุด้ง

วิธีทำดาชิคัตสึโอะ
วัตถุดิบที่ใช้คือ “คัตสึโอะบุชิ 30 กรัม” และ “น้ำ 1 ลิตร”
ขั้นตอนทำดาชิมีดังนี้
- ต้มน้ำให้เดือด ปิดไฟแล้วใส่คัตสึโอะบุชิลงไป
- พักไว้ 1–2 นาทีจนคัตสึโอะบุชิจมลงก้นหม้อ
- กรองด้วยกระชอนที่รองผ้าขาวบางหรือผ้าสะอาด
3. “อาวาเสะดาชิ” จากปลาโอและคอมบุ อร่อยคูณสองในครั้งเดียว
“อาวาเสะดาชิ” คือดาชิที่เกิดความลงตัวจากการผสานปลาโอกับคอมบุ
เมื่อรวมคัตสึโอะบุชิที่มีกรดอิโนซินิกสูงเข้ากับคอมบุที่มีกรดกลูตามิกสูง จะได้ดาชิที่ถือเป็นพื้นฐานของอาหารญี่ปุ่น และใช้ได้กับเมนูวะโชกุหลากหลาย
อาวาเสะดาชิจากคัตสึโอะบุชิและคอมบุแบ่งเป็น “อิจิบังดาชิ” และ “นิบังดาชิ”
“อิจิบังดาชิ” ทำโดยต้มคอมบุในน้ำ แล้วยกออกก่อนเดือด จากนั้นใส่คัตสึโอะบุชิลงไป รอ 1–2 นาทีจนจม แล้วกรองน้ำออกมา
ดาชิจะใส เหมาะกับซุปใสหรือเมนูที่ต้องการรสอ่อน
“นिबังดาชิ” ทำจากกากดาชิที่เหลือหลังทำอิจิบังดาชิ โดยนำไปเคี่ยวต่ออย่างช้า ๆ
รสอูมามิเข้มข้นกว่า จึงเหมาะกับมิโสะซุป นิคุจะงะ หรือข้าวหุงรวม (ทาคิโคมิ) ที่ปรุงรสค่อนข้างจัด

วิธีทำอาวาเสะดาชิจากปลาโอและคอมบุ
วัตถุดิบมีเพียง 3 อย่าง คือ “คอมบุ 10 กรัม” “คัตสึโอะบุชิ 20 กรัม” และ “น้ำ 1 ลิตร”
ขั้นตอนทำดาชิมีดังนี้
- ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดคราบบนคอมบุเบา ๆ
- ใส่น้ำ 1 ลิตรและคอมบุลงหม้อ แช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
- ตั้งไฟอ่อน และยกคอมบุออกก่อนเดือด
- พอน้ำเดือดให้ปิดไฟ แล้วใส่คัตสึโอะบุชิ
- พักไว้ 1–2 นาทีจนคัตสึโอะบุชิจมลงก้นหม้อ
- กรองด้วยกระชอนที่รองผ้าขาวบางหรือผ้าสะอาด
4. “ดาชิชิตาเกะ” กลิ่นรสชัดและมีเอกลักษณ์
ดาชิชิตาเกะคือน้ำที่ได้จากการแช่เห็ดชิตาเกะแห้งให้นิ่ม
เห็ดที่ตากแดดเพื่อดึงรสจะให้กลิ่นรสที่ดี เมื่อแช่น้ำก็ทำดาชิอร่อยได้
เพราะดาชิชิตาเกะมีกลิ่นและรสค่อนข้างชัด จึงมักนำไปใช้ผสมกับดาชิชนิดอื่น
ใช้ได้กับหลายเมนู เช่น ซุปใส ข้าวหุงรวม และเมนูต้มเคี่ยวต่าง ๆ

วิธีทำดาชิชิตาเกะ
วิธีทำดาชิชิตาเกะง่ายมาก แค่ใส่วัตถุดิบลงในเหยือกแล้วแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 10 ชั่วโมง
วัตถุดิบคือ “เห็ดชิตาเกะแห้ง 50 กรัม” “คอมบุ 10 กรัม” หรือ “คัตสึโอะบุชิ 30 กรัม” และ “น้ำ 1 ลิตร”
เมนูอาหารญี่ปุ่นตัวอย่างที่ใช้ดาชิ
ในบรรดาอาหารญี่ปุ่นที่ใช้ดาชิบ่อย ๆ ต่อไปนี้คือเมนูที่รู้สึกถึงรสดาชิได้ชัด หรือทำให้เห็นบทบาทของดาชิได้ง่ายเป็นพิเศษ
ลองกินโดยตั้งใจสังเกตว่ามีดาชิอยู่ในรสชาติ อาจได้ค้นพบความอร่อยในมุมใหม่ก็ได้
1. โอเด้ง
“โอเด้ง” เป็นเมนูต้มเคี่ยวและยังจัดเป็นอาหารหม้อไฟด้วย
ใช้ดาชิผสมจากคัตสึโอะบุชิและคอมบุ ปรุงรสด้วยโชยุหรือมิโสะ แล้วใส่เครื่องหลากหลายที่เรียกว่า “ทาเนะ” ลงไปเคี่ยวนาน ๆ
ทาเนะที่พบบ่อย เช่น ซัตสึมะอาเกะ ฮัมเป็น ชิคุวะย่าง คอนเนียคุ และหัวไชเท้า
โอเด้งร้อน ๆ ที่ดาชิซึมเข้าเนื้อเครื่องอย่างทั่วถึง เป็นเมนูประจำหน้าหนาวของญี่ปุ่น

2. นิิคุจะงะ
“นิิคุจะงะ” เมนูต้มเคี่ยวคลาสสิกของอาหารญี่ปุ่น
ใช้ดาชิอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 แบบ คือดาชิคัตสึโอะ ดาชิคอมบุ หรืออาวาเสะดาชิ เพื่อดึงรสของวัตถุดิบออกมา
นำเนื้อ มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ และเส้นคอนเนียคุไปผัดน้ำมันก่อน แล้วเคี่ยวด้วยดาชิ โชยุ น้ำตาล และมิรินให้เป็นรสหวานเค็ม
ได้ความละมุนของมันฝรั่งกับหอมใหญ่ เสริมด้วยอูมามิจากเนื้อ กินเพลินไม่เบื่อ

3. ดาชิมากิทามาโกะ
ดาชิมากิทามาโกะคือไข่ม้วนที่ผสมดาชิลงในไข่แล้วค่อย ๆ ย่างให้เซ็ตตัว
พอเคี้ยวจะรู้สึกได้ถึงดาชิหอม ๆ ที่ซึมออกมา
ดาชิที่นิยมใช้คือ “นिबังดาชิ” จากอาวาเสะดาชิปลาโอและคอมบุ
ปรุงรสด้วยมิรินและโชยุ แล้วค่อย ๆ ม้วนไข่ไปย่างไป
ดาชิมากิทามาโกะที่ห่อหุ้มความอูมามิของดาชิไว้นุ่ม ๆ เป็นเมนูไข่ยอดนิยมของทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

บทสรุป
พื้นฐานของอาหารญี่ปุ่นอยู่ที่ “ดาชิ”
เมนูที่ได้ดาชิอย่างลงตัวจะทั้งหอมและรสลึก ช่วยดึงความอร่อยของวัตถุดิบออกมา
ปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำดาชิได้ง่าย จึงไม่ต้องใช้เวลามากนัก
ลองทำอาหารญี่ปุ่นที่ใช้ดาชิดูสักครั้ง