【คู่มือเที่ยวคิโนซากิออนเซ็น】เดินแช่ออนเซ็นนอก 7 แห่ง พร้อมชมบรรยากาศเมืองเก่าแสนมีเสน่ห์

【คู่มือเที่ยวคิโนซากิออนเซ็น】เดินแช่ออนเซ็นนอก 7 แห่ง พร้อมชมบรรยากาศเมืองเก่าแสนมีเสน่ห์

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

คิโนซากิออนเซ็นคือเมืองออนเซ็นบรรยากาศดีที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี และเสน่ห์ที่พลาดไม่ได้คือการตระเวนแช่ออนเซ็นนอกทั้ง 7 แห่ง
ที่นี่วางคอนเซ็ปต์เมืองไว้ว่า “สถานีคือประตูบ้าน” “ถนนคือโถงทางเดิน” “ที่พักคือห้องพัก” และ “ออนเซ็นนอกคือห้องอาบน้ำรวม” ดังนั้นแค่ใส่ยูกาตะเดินเล่นในย่านออนเซ็น ก็จะรู้สึกเหมือนทั้งเมืองคอยต้อนรับเราในฐานะเรียวกังแห่งเดียว
สายกินก็หายห่วง เพราะมีของอร่อยเต็มไปหมด ทั้งปูมัตสึบะและทาจิมะกิว
บทความนี้จะพาไปรู้จักออนเซ็นนอกทั้ง 7 แห่งของคิโนซากิออนเซ็น พร้อมจุดเที่ยว ร้านอร่อย และที่พัก ให้คุณใช้เวลาพักผ่อนแบบสบายๆ ได้อย่างเต็มที่

เมืองออนเซ็น “คิโนซากิออนเซ็น” ที่ได้ทั้งกลิ่นอายประวัติศาสตร์และบรรยากาศสุดมีเสน่ห์

“คิโนซากิออนเซ็น” เป็นย่านออนเซ็นที่ให้บรรยากาศชวนคิดถึง เพราะมีอาคารเก่าแก่ที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแบบมีตัวตนของญี่ปุ่นกระจายอยู่ทั่วเมือง
อีกหนึ่งเสน่ห์คือทิวทัศน์เมืองที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล—หน้าหนาวมีหิมะทับถมบนอาคารเก่าแก่ ส่วนฤดูใบไม้ผลิก็เต็มไปด้วยซากุระบานสะพรั่ง
ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการตระเวนแช่ออนเซ็นนอกทั้ง 7 แห่ง โดยมักบอกกันว่า “ชุดยูกาตะกับรองเท้าเกตะ” คือการแต่งกายประจำเมือง และหลายที่พักก็เตรียมยูกาตะไว้ให้สำหรับออกไปเดินเล่นในย่านออนเซ็น
ลองใส่ยูกาตะเดินเลียบแนวต้นหลิวและลำน้ำโอทานิ จะได้ซึมซับกลิ่นอายญี่ปุ่นแบบเต็มๆ
น้ำแร่ของ “คิโนซากิออนเซ็น” เป็นน้ำพุร้อนชนิดโซเดียม-แคลเซียมคลอไรด์ เชื่อว่าช่วยบรรเทาอาการปวดเส้นประสาทและช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้า
และด้วยคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นสูง ยังน่าจะช่วยเรื่องผิวสวยได้ด้วย

แน่นอนว่าเสน่ห์ของ “คิโนซากิออนเซ็น” ไม่ได้มีแค่เมืองสวยกับออนเซ็นเท่านั้น
ยังมีของอร่อยตลอดทั้งปี เช่น “ปูมัตสึบะ” รสหวานเข้มข้น และ “ทาจิมะกิว” เนื้อวากิวสายพันธุ์ขนดำจากเฮียวโกะ
ที่นี่ยังได้ 2 ดาวจาก “Michelin Green Guide Japan” ได้อันดับ 1 ใน “Onsen General Election 2016 (หมวด Inbound)” และติดอันดับ 8 ใน “Top 100 Hot Springs in Japan (ครั้งที่ 34)” ยิ่งตอกย้ำทั้งความนิยมและเสน่ห์ที่มีล้นๆ

“คิโนซากิออนเซ็น” กับซากุระที่บานเต็มที่สวยสะดุดตา
“คิโนซากิออนเซ็น” กับซากุระที่บานเต็มที่สวยสะดุดตา

การเดินทางไปคิโนซากิออนเซ็น

สถานีที่ใกล้คิโนซากิออนเซ็นที่สุดคือสถานี JR Kinosaki Onsen และเดินไปย่านออนเซ็นประมาณ 4 นาที
จากสถานียังมีรถบัสไปแต่ละเรียวกังให้บริการด้วย
ด้านล่างคือวิธีเดินทางจากโตเกียว นาโกย่า และโอซาก้า ซึ่งเป็นเมืองหลักๆ ลองใช้เป็นแนวทางได้เลย

การเดินทางจากโตเกียว

จากโตเกียวไปคิโนซากิออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง 40 นาที
ออกจากสถานีโตเกียวด้วยชินคันเซ็น JR “Nozomi” ไปสถานีเกียวโต
จากนั้นต่อรถด่วนพิเศษ “Kinosaki” ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที ถึงสถานีคิโนซากิออนเซ็น

การเดินทางจากโอซาก้า

จากโอซาก้าไปคิโนซากิออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที
นั่งรถด่วนพิเศษ “Kounotori” จากสถานีโอซาก้าไปสถานีคิโนซากิออนเซ็นได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน

การเดินทางจากนาโกย่า

จากสถานีนาโกย่าไปสถานีคิโนซากิออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
ออกจากสถานีนาโกย่าด้วยชินคันเซ็นสายโทไคโดไปสถานีเกียวโต
จากนั้นต่อรถด่วนพิเศษ “Kinosaki” ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที ถึงสถานีคิโนซากิออนเซ็น

รับพลังดีจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์! ออนเซ็นนอก 7 แห่งของคิโนซากิออนเซ็น เที่ยวได้แม้ไปเช้าเย็นกลับ

คิโนซากิออนเซ็นมี “ออนเซ็นนอก” อยู่ทั้งหมด 7 แห่ง
“ออนเซ็นนอก” คือโรงอาบน้ำรวมที่อยู่นอกที่พัก (ใช้ได้แบบไปเช้าเย็นกลับ) ส่วน “ออนเซ็นใน” คืออ่างอาบน้ำภายในเรียวกัง
ว่ากันว่าออนเซ็นนอกแต่ละแห่งมี “พร” หรือความเป็นสิริมงคลที่ต่างกันไป
การตระเวนแช่ออนเซ็นนอกพร้อมสัมผัสเสน่ห์เฉพาะของแต่ละที่ และรับพลังดีไปด้วย ถือเป็นหนึ่งในความสนุกแบบคิโนซากิออนเซ็นเลย

ออนเซ็นนอกไม่มีผ้าเช็ดตัวให้ใช้ฟรี จึงต้องเช่าหรือซื้อ
ถ้าพักในเรียวกังแถบคิโนซากิออนเซ็น ทางที่พักมักมีผ้าเช็ดตัวให้ แต่ถ้าไปแบบเช้าเย็นกลับ แนะนำให้เตรียมทั้งผ้าเช็ดหน้าและผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ไปเอง
หากจะตระเวนแช่ออนเซ็นนอกแบบวันเดียว แนะนำให้ซื้อพาสแบบเหมาจ่าย “Yumepa” ราคา 1,200 เยน ที่เข้าออนเซ็นนอกทั้ง 7 แห่งได้
ต่อไปนี้คือจุดเด่นและพรของออนเซ็นนอกทั้ง 7 แห่ง ที่ควรรู้ไว้เพื่อเที่ยวได้สนุกทั้งแบบค้างคืนหรือไปเช้าเย็นกลับ

1. “อิจิโนะยุ” ที่เชื่อว่าช่วยเปิดดวงและเรียกโชค

“อิจิโนะยุ” ตั้งอยู่เกือบใจกลางย่านออนเซ็น และถือเป็นสัญลักษณ์ของคิโนซากิเลยก็ว่าได้
ไฮไลต์คือบ่ออาบน้ำสไตล์ถ้ำ แช่ท่ามกลางผนังหินธรรมชาติแล้วให้ความรู้สึกพิเศษมาก

ช่วงกลางสมัยเอโดะ “อิจิโนะยุ” เคยใช้ชื่อว่า “อาระยุ (ชินยุ)” แต่ต่อมาหมอชื่อดัง คากาวะ ชูโทคุ ได้เขียนไว้ในหนังสือ “อิปปอนโด ยาคุเซ็น” ว่า “ชินยุแห่งคิโนซากิคือที่หนึ่งของแผ่นดิน”
จึงมีที่มาว่าเปลี่ยนชื่อเป็น “อิจิโนะยุ” (บ่อน้ำอันดับหนึ่ง)
ที่นี่ถูกยกให้เป็นบ่อแห่งโชคลาภ เชื่อว่าจะได้พรเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง และขอพรสอบผ่าน เป็นต้น

อาคารออนเซ็น “อิจิโนะยุ” ที่ให้ความรู้สึกถึงประวัติศาสตร์
อาคารออนเซ็น “อิจิโนะยุ” ที่ให้ความรู้สึกถึงประวัติศาสตร์
เวลาเปิด
7:00〜23:00
วันหยุด
วันพุธ
ราคา
・ผู้ใหญ่: 800 เยน
・เด็ก: 400 เยน

2. “โกโชโนะยุ” ออนเซ็นที่เกี่ยวข้องกับจักรพรรดิ แถมว่ากันว่าแช่แล้วสวย?

“โกโชโนะยุ” โดดเด่นด้วยอาคารที่สวยสะดุดตา
ที่มาของชื่อมาจากความเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิ โกะโฮริคาวะ ซึ่งปรากฏในวรรณกรรมประวัติศาสตร์ยุคนัมโบคุโจ “มาสุคะงามิ” จึงตั้งชื่อว่า “โกโชโนะยุ”
ได้นั่งแช่ออนเซ็นกลางแจ้งแบบโปร่งสบาย พร้อมชมสายน้ำตกที่ไหลอยู่ในโซนกลางแจ้ง เป็นช่วงเวลาผ่อนคลายแบบสุดๆ
ที่นี่ยังถูกเรียกว่า “บ่อแห่งคู่บุพเพ & บ่อเพื่อความงาม” จึงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง

“โกโชโนะยุ” อาคารภายนอกที่ได้แรงบันดาลใจจากพระราชวังเกียวโต
“โกโชโนะยุ” อาคารภายนอกที่ได้แรงบันดาลใจจากพระราชวังเกียวโต
เวลาเปิด
7:00〜23:00
วันหยุด
วันพฤหัสบดี
ราคา
・ผู้ใหญ่: 800 เยน
・เด็ก: 400 เยน

3. “มันดาระยุ” ว่ากันว่าได้พรเสริมดวงการเงิน

มีตำนานเล่าว่า พระโดจิ โชนิน สวดพระคัมภีร์ต่อเนื่องเป็นเวลา 1,000 วัน จนคำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผลและมีน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ผุดขึ้น นั่นคือจุดเริ่มต้นของคิโนซากิออนเซ็น จึงตั้งชื่อว่า “มันดาระยุ” จากสายสัมพันธ์ทางพุทธศาสนานี้
ที่นี่ยังถูกเรียกว่า “บ่อแห่งคำขอหนึ่งเดียวในชีวิต” เชื่อว่าจะได้พรเรื่องค้าขายรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์

“มันดาระยุ” จุดเด่นคือบ่อใหญ่และออนเซ็นกลางแจ้งเล็กๆ ที่มองเห็นภูเขา
“มันดาระยุ” จุดเด่นคือบ่อใหญ่และออนเซ็นกลางแจ้งเล็กๆ ที่มองเห็นภูเขา
เวลาเปิด
15:00〜23:00
วันหยุด
วันพุธ
ราคา
・ผู้ใหญ่: 800 เยน
・เด็ก: 400 เยน

4. “จิโซยุ” เชื่อว่าได้พรเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว

“จิโซยุ” โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกเรียบง่ายแต่ดูโมเดิร์น
ว่ากันว่ามี “องค์จิโซ” โผล่ออกมาจากแหล่งน้ำพุร้อนของที่นี่ จึงเป็นที่มาของชื่อ “จิโซยุ”
องค์จิโซที่เป็นที่มาของชื่อนั้นถูกประดิษฐานไว้ในบริเวณสวน
นอกจากห้องอาบน้ำขนาดใหญ่แล้ว ชั้น 2 ยังมีห้องอาบน้ำสำหรับครอบครัวและพื้นที่พักผ่อนกว้างๆ เหมาะกับการมาพักแบบสบายๆ ทั้งครอบครัว
ที่นี่ถูกมองว่าเป็นบ่อแห่งการช่วยเหลือสรรพชีวิต และเชื่อว่าจะได้พรเรื่องความปลอดภัยในครอบครัว

“จิโซยุ” เด่นด้วยอาคารสไตล์โมเดิร์น
“จิโซยุ” เด่นด้วยอาคารสไตล์โมเดิร์น
เวลาเปิด
7:00〜23:00
วันหยุด
วันศุกร์
ราคา
・ผู้ใหญ่: 800 เยน
・เด็ก: 400 เยน

5. “โคโนะยุ” สำหรับขอพรให้ความรักราบรื่นของคู่รักคู่แต่งงาน

“โคโนะยุ” เป็นที่รักของผู้คนมากมาย โดยเฉพาะออนเซ็นกลางแจ้งในสวนที่ได้รับความนิยม
มีตำนานเล่าว่า เมื่อตามดูนกกระสาที่บาดเจ็บขาและมาพักรักษาตัว จึงพบว่าบริเวณนั้นมีน้ำพุร้อนผุดขึ้นมา
อีกตำนานหนึ่งบอกว่าเป็นบ่อที่นกกระสาคู่สามีภรรยาใช้รักษาแผลที่ขา ทำให้ “โคโนะยุ” เชื่อว่ามีพรเรื่องชีวิตคู่ราบรื่น

“โคโนะยุ” ออนเซ็นแห่งตำนานนกกระสา เชื่อว่าเรียกความสุข
“โคโนะยุ” ออนเซ็นแห่งตำนานนกกระสา เชื่อว่าเรียกความสุข
เวลาเปิด
7:00〜23:00
วันหยุด
วันอังคาร
ราคา
・ผู้ใหญ่: 800 เยน
・เด็ก: 400 เยน

6. “ยานางิยุ” เชื่อว่าได้พรเรื่องคลอดปลอดภัยและมีบุตร

แม้จะเป็นออนเซ็นนอกที่เล็กที่สุด แต่ “ยานางิยุ” ก็มีเสน่ห์แบบคลาสสิกน่าประทับใจ
บ่อน้ำลึกกับน้ำร้อนกำลังดี และห้องอาบน้ำที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นจากงานไม้ ช่วยให้ผ่อนคลายได้มาก
ว่ากันว่าได้นำต้นหลิวมาจากแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “ซีหู” ในจีน และน้ำพุร้อนผุดขึ้นใต้ต้นหลิว จึงตั้งชื่อว่า “ยานางิยุ” และเชื่อว่าจะได้พรเรื่องคลอดปลอดภัยและมีบุตร

“ยานางิยุ” ออนเซ็นแบบดั้งเดิมที่เพลิดเพลินกับอ่างไม้ฮิโนกิกลิ่นหอมได้
“ยานางิยุ” ออนเซ็นแบบดั้งเดิมที่เพลิดเพลินกับอ่างไม้ฮิโนกิกลิ่นหอมได้
เวลาเปิด
15:00〜23:00
วันหยุด
วันพฤหัสบดี
ราคา
・ผู้ใหญ่: 800 เยน
・เด็ก: 400 เยน

7. “ซาโตโนะยุ” ออนเซ็นที่ได้ชมวิวธรรมชาติ

“ซาโตโนะยุ” เป็นออนเซ็นนอกที่ใหม่ที่สุดของคิโนซากิออนเซ็น
มีทั้งโซนอาบน้ำสไตล์ตะวันตกแบบเอ็กโซติกและสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งซาวน่าแบบแห้ง ซาวน่ามิสต์ และห้องอาบน้ำอุ่นที่มีกลิ่นอโรม่า
จากออนเซ็นกลางแจ้งที่มองเห็นแม่น้ำมารุยามะ บางครั้งอาจได้เห็นนกกระสาซึ่งเป็นสัตว์อนุรักษ์พิเศษของญี่ปุ่นด้วย

“ซาโตโนะยุ” อยู่ใกล้สถานีคิโนซากิออนเซ็นที่สุด และยังได้ชมวิวภูเขาและแม่น้ำสวยๆ
“ซาโตโนะยุ” อยู่ใกล้สถานีคิโนซากิออนเซ็นที่สุด และยังได้ชมวิวภูเขาและแม่น้ำสวยๆ
เวลาเปิด
13:00〜23:00
วันหยุด
วันจันทร์
ราคา
・ผู้ใหญ่: 900 เยน
・เด็ก: 450 เยน

เมืองที่ยังอบอวลด้วยวัฒนธรรมและวรรณกรรม! 3 จุดไฮไลต์ของคิโนซากิออนเซ็น

วิธีเที่ยวคิโนซากิออนเซ็นไม่ได้มีแค่ตระเวนแช่ออนเซ็นนอกทั้ง 7 แห่งเท่านั้น
ยังมีจุดที่ได้สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิม และจุดชมวิวสวยๆ ที่ธรรมชาติรังสรรค์ไว้ให้ แวะแล้วคุ้มมาก
คัด 3 จุดไฮไลต์ที่ช่วยให้เที่ยวคิโนซากิออนเซ็นได้แบบเต็มอิ่มมาแนะนำ

1. กระเช้าลอยฟ้าคิโนซากิออนเซ็น

ที่ “กระเช้าลอยฟ้าคิโนซากิออนเซ็น” สามารถเพลิดเพลินกับการนั่งกระเช้าขึ้นไปยังยอดเขาไดชิ (สูง 231 เมตร) ใช้เวลาประมาณ 7 นาที
บนจุดชมวิวด้านบน มองเห็นทั้งเมืองคิโนซากิและวิวทะเลญี่ปุ่นแบบสวยตระการตา
แวะคาเฟ่เทอร์เรส จิบกาแฟอร่อยๆ พลางชมธรรมชาติที่ให้เสน่ห์ต่างจากย่านออนเซ็นก็ดีไม่แพ้กัน
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “คาวาระนาเงะ” โยนจานดินเผาแบบไม่เคลือบให้แตกเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีด้วย

เพลิดเพลินกับการนั่งกระเช้าไปยังยอดเขาไดชิสูง 231 เมตร ใช้เวลาประมาณ 7 นาที
เพลิดเพลินกับการนั่งกระเช้าไปยังยอดเขาไดชิสูง 231 เมตร ใช้เวลาประมาณ 7 นาที
คาวาระนาเงะ (โยนจานดินเผา) ที่คิโนซากิออนเซ็น
คาวาระนาเงะ (โยนจานดินเผา) ที่คิโนซากิออนเซ็น

2. พิพิธภัณฑ์สืบทอดงานหัตถกรรมฟางข้าวบาร์เลย์คิโนซากิ

พิพิธภัณฑ์สืบทอดงานหัตถกรรมฟางข้าวบาร์เลย์จัดแสดงผลงานของช่างฝีมือยุคปัจจุบัน และผลงานตั้งแต่สมัยเอโดะถึงโชวะ รวมกว่า 200 ชิ้น
งานหัตถกรรมฟางข้าวบาร์เลย์เป็นศิลปะดั้งเดิมที่ใช้ฟางข้าวบาร์เลย์เป็นวัสดุ ทำลวดลายประณีตบนกล่องไม้คิริหรือกระดาษสี และถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแบบจับต้องไม่ได้ จึงเป็นงานศิลป์ที่หาชมได้ยาก
อาคารสวยๆ ที่คงสภาพโกดังดินผนังขาวไว้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น

แนะนำงานหัตถกรรมดั้งเดิม “งานฟางข้าวบาร์เลย์คิโนซากิ” ที่สืบต่อกันราว 300 ปี
แนะนำงานหัตถกรรมดั้งเดิม “งานฟางข้าวบาร์เลย์คิโนซากิ” ที่สืบต่อกันราว 300 ปี

3. พิพิธภัณฑ์วรรณกรรมคิโนซากิ

“พิพิธภัณฑ์วรรณกรรมคิโนซากิ” จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับนักเขียนที่มีความเกี่ยวข้องกับคิโนซากิออนเซ็น
มีทั้งนิทรรศการถาวรที่เล่าความสัมพันธ์ระหว่างคิโนซากิออนเซ็นกับกลุ่มนักเขียนผู้ร่วมสร้างยุควรรณกรรมสมัยใหม่ เช่น ชิกะ นาโอยะ รวมถึงมุมจัดแสดงที่ช่วยให้เข้าใจประวัติของคิโนซากิออนเซ็นได้มากขึ้น
ข้างทางเข้ายังมีบ่อแช่เท้า แวะเพลินๆ พร้อมใกล้ชิดวรรณกรรมได้ในสไตล์คิโนซากิออนเซ็น
เพราะมีนักเขียนมากมายเคยมาเยือน คิโนซากิออนเซ็นจึงเป็นที่รู้จักในชื่อ “เมืองแห่งวรรณกรรม” ด้วย

พิพิธภัณฑ์วรรณกรรมในย่านออนเซ็นที่จัดแสดงเรื่องนักเขียนและผลงานที่เกี่ยวข้องกับคิโนซากิ
พิพิธภัณฑ์วรรณกรรมในย่านออนเซ็นที่จัดแสดงเรื่องนักเขียนและผลงานที่เกี่ยวข้องกับคิโนซากิ

พักแล้วได้ฟินกับของอร่อย! 3 เรียวกังแนะนำในคิโนซากิออนเซ็น

คิโนซากิออนเซ็นเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม จึงมีที่พักให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่โรงแรมราคาสบายๆ ไปจนถึงโรงแรมหรูที่มีประวัติยาวนาน
ในบรรดานั้น เราคัด 3 ที่พักที่เหมาะกับการจัดเต็มเรื่องอาหารอร่อยของคิโนซากิออนเซ็นมาแนะนำ

1. Kawaguchiya Kinosaki Riverside Hotel

โรงแรมริเวอร์ไซด์ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโอทานิซึ่งไหลผ่านคิโนซากิออนเซ็น
อิ่มกับของอร่อยตามฤดูกาลของทาจิมะ แล้วไปผ่อนคลายในออนเซ็นกลางแจ้งพร้อมวิว
อีกจุดที่น่าประทับใจคือมุมเช่ายูกาตะ ที่เลือกยูกาตะและเครื่องประดับได้หลากหลายดีไซน์ตามสไตล์ตัวเอง
แต่งยูกาตะในแบบที่ชอบ แล้วออกไปตระเวนแช่ออนเซ็นนอกกับเดินเล่นในเมืองออนเซ็นกัน

เรียวกังออนเซ็นเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นกลางแจ้งแบบส่วนตัว พร้อมวิวแม่น้ำมารุยามะ
เรียวกังออนเซ็นเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นกลางแจ้งแบบส่วนตัว พร้อมวิวแม่น้ำมารุยามะ

2. Kinosaki Onsen Shinonome-so

เรียวกังในหนึ่งในแหล่งออนเซ็นชั้นนำของญี่ปุ่นอย่าง “คิโนซากิออนเซ็น” ที่ว่ากันว่ามีประวัติและวัฒนธรรมราว 1,400 ปี
อาคารไม้ 3 ชั้นดีไซน์ญี่ปุ่นเข้ากับบรรยากาศเมืองอย่างลงตัว และประกอบด้วยอาคารหลักกับอาคารแยก 2 หลัง
ไฮไลต์ของอาหารที่นี่ต้องยกให้ “ปู” ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วงเสิร์ฟ “ปูคาสุมิ” ส่วนหน้าหนาวเสิร์ฟ “ปูมัตสึบะ” ทำให้ได้ลิ้มรสความอร่อยจากปูท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อได้ตลอดทั้งปี

ปูเสิร์ฟทั้งปี ผสานกับน้ำพุร้อนชื่อดังของคิโนซากิ ให้การพักผ่อนแบบพรีเมียม
ปูเสิร์ฟทั้งปี ผสานกับน้ำพุร้อนชื่อดังของคิโนซากิ ให้การพักผ่อนแบบพรีเมียม

3. Kinosaki Onsen Tokiwa Bekkan

“คิโนซากิออนเซ็น” คือเมืองออนเซ็นแสนมีเสน่ห์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี
“Kinosaki Onsen Tokiwa Bekkan” ตั้งอยู่อย่างเงียบสงบ ห่างจากความคึกคักของย่านออนเซ็นไปเล็กน้อย เดิมทีเป็นเรียวกังในย่านออนเซ็น ก่อนย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบันและรีโนเวตให้เป็นพื้นที่พักผ่อนท่ามกลางสวนรอบด้าน
บนพื้นที่กว่า 1,200 สึโบะมีเพียง 23 ห้อง จึงโปร่งสบาย และเพลิดเพลินกับน้ำร้อนของคิโนซากิได้แบบชิลๆ

เรียวกังออนเซ็นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ตั้งอยู่นอกความวุ่นวายของย่านออนเซ็นเล็กน้อย
เรียวกังออนเซ็นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ตั้งอยู่นอกความวุ่นวายของย่านออนเซ็นเล็กน้อย

อยากให้ลองสักครั้ง! อาหารอร่อยของคิโนซากิออนเซ็น 3 อย่าง

พูดถึงของอร่อยในคิโนซากิออนเซ็น “ทาจิมะกิว” วากิวแบรนด์ดัง และ “ปูมัตสึบะ” คือสองอย่างที่ห้ามพลาด
นอกจากนี้ยังมีทั้งโซบะขึ้นชื่อ และเมนูที่ใช้ซีฟู้ดสดๆ แบบจัดเต็มอีกมากมาย เรียกว่ามีของอร่อยท้องถิ่นให้เลือกแทบนับไม่ถ้วน
ต่อไปนี้คือ 3 เมนูที่มาแล้วอยากให้ลอง พร้อมร้านที่เหมาะกับการไปชิมด้วย

1. ปูสึอิยามะ

“ปูมัตสึบะ” คือชื่อแบรนด์ของ “ปูซุไว (ตัวผู้)” ที่จับได้ในแถบซันอิน และถูกมองว่าเป็นตัวแทนของปูซุไวระดับพรีเมียม
ในบรรดาปูมัตสึบะ “ปูสึอิยามะ” คือแบรนด์ปูที่ยิ่งหายากและราคาสูงกว่า เพราะขึ้นท่าที่ท่าเรือประมงสึอิยามะแถวคิโนซากิ
ฤดูกาลของปูอยู่ราวต้นพฤศจิกายนถึงปลายมีนาคมของปีถัดไป อยากให้ลองหลายๆ แบบทั้งซาชิมิ ต้ม หรือย่าง
มาอิ่มเอมกับ “ปูสึอิยามะ” เนื้อแน่นๆ ที่คิโนซากิออนเซ็นให้เต็มที่กัน

“ปูมัตสึบะ” รสหวานเข้มข้น
“ปูมัตสึบะ” รสหวานเข้มข้น

Daikokuya

“Daikokuya” ร้านเก่าแก่ใกล้สถานีคิโนซากิออนเซ็น เปิดมาตั้งแต่สมัยไทโช
เมนูยอดนิยมคือ “คานิดง” ข้าวหน้าปูที่ราดน้ำซุปสไตล์ญี่ปุ่นใส่มิโซะปู แล้วปิดด้วยไข่ พร้อมเรียงเนื้อปูสดๆ แบบแน่นๆ
ร้านดังที่เสิร์ฟเมนูปูสดใหม่ในวันนั้นแบบปริมาณจุใจ แถมราคายังเป็นมิตร

ร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูปูเนื้อหนาๆ ทั้งซูชิ ข้าวหน้า และโซบะ
ร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูปูเนื้อหนาๆ ทั้งซูชิ ข้าวหน้า และโซบะ

2. ทาจิมะกิว

“ทาจิมะกิว” ถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของวากิวแบรนด์ดัง
เป็นเนื้อวัวสายพันธุ์ขนดำจากจังหวัดเฮียวโกะ จุดเด่นคือสีชมพูอมแดงสวยๆ และลายมันสีขาวที่แทรกอย่างละเอียด
ทั้งความอร่อยตามธรรมชาติ กลิ่นเฉพาะตัว และสัมผัสนุ่มลื่น บอกเลยว่าเป็นรสชาติระดับสุดยอด
ถ้ามาคิโนซากิแล้ว อยากให้ยอมจัดเต็มสักมื้อ เพราะนี่คือหนึ่งในเมนูที่ควรกินให้ได้

“ทาจิมะกิว” ตัวแทนของวากิวที่อร่อยโดดเด่น
“ทาจิมะกิว” ตัวแทนของวากิวที่อร่อยโดดเด่น

Tajima Beef Irori Dining Mikuni

ร้านไดนิ่งที่ลิ้มรสทาจิมะกิวระดับสุดยอดอย่าง “Tajimaguro (ทาจิมะกุโระ)” ได้
เป็นร้านยอดนิยมที่มีเมนูหลากหลาย ตั้งแต่มื้อกลางวันแบบชิลๆ ไปจนถึงดินเนอร์แบบหรู
ด้วยการซื้อวัว “ทาจิมะกุโระ” แบบยกตัว จึงได้ชิมเนื้อเกรด A5 ในราคาที่คุ้มค่า
บรรยากาศร้านสงบ นั่งกินทาจิมะกิวอร่อยๆ แบบไม่รีบเร่งได้เลย

ร้านเฉพาะทางทาจิมะกิวที่ได้ชิม “ทาจิมะกุโระ” ซึ่งทั้งสุดยอดและหายาก
ร้านเฉพาะทางทาจิมะกิวที่ได้ชิม “ทาจิมะกุโระ” ซึ่งทั้งสุดยอดและหายาก

3. โซบะจานเล็กอิซุชิ

“โซบะจานเล็กอิซุชิ” คือโซบะแบบดั้งเดิมที่พิถีพิถันทั้งโม่สด ทำสด และต้มสด โดย 5 จานเล็กเท่ากับ 1 ที่
เอกลักษณ์คือเสิร์ฟโซบะบนจานเล็กสีขาว
อีกจุดที่ดีคือมีเครื่องเคียงให้หลายแบบ เช่น ไข่ มันยามาขูด ต้นหอม หัวไชเท้าขูด และวาซาบิ
แนะนำให้ลองละลายไข่ลงในซุปเข้มข้นที่ทำจากคัตสึโอะและคอมบุ แล้วจิ้มเส้นโซบะกินด้วย
จานเล็กของแต่ละร้านยังมีลวดลายเฉพาะตัว กินเสร็จแล้วได้ลุ้นด้วยว่าจะเห็นภาพอะไรโผล่มา
เพราะเป็นของขึ้นชื่อของ “อิซุชิ” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคิโนซากิออนเซ็น ลองแวะระหว่างเดินเที่ยว แล้วไปฟินกับโซบะหอมๆ กัน

“โซบะจานเล็กอิซุชิ” กลิ่นหอมชวนกิน
“โซบะจานเล็กอิซุชิ” กลิ่นหอมชวนกิน

Sarazoba Jinbei

“Sarazoba Jinbei” ร้านโซบะยอดนิยมในอิซุชิ ที่ได้ลิ้มรส “โซบะจานเล็กอิซุชิ” แบบโม่สด ทำสด และต้มสด
โซบะที่กินคู่กับน้ำซุปอร่อยๆ และเครื่องเคียงตามชอบ เข้ากันมากจนยกให้เป็นของดีเลย
ตัวร้านออกแบบให้มองเห็นสวนกลางบ้านได้สวยจากทุกห้อง จึงได้กิน “โซบะจานเล็กอิซุชิ” ท่ามกลางบรรยากาศสุดมีเสน่ห์ด้วย

ร้านดังอิซุชิโซบะที่สืบทอดรสชาติดั้งเดิมต่อกันถึง 3 รุ่น
ร้านดังอิซุชิโซบะที่สืบทอดรสชาติดั้งเดิมต่อกันถึง 3 รุ่น

เที่ยวให้ครบกว่าแค่ออนเซ็น! 3 จุดเที่ยวรอบคิโนซากิออนเซ็น

ย่านออนเซ็น “คิโนซากิออนเซ็น” โดดเด่นด้วยวัดเก่าแก่ แนวต้นหลิว และถนนหนทางที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบญี่ปุ่น
พอแช่ออนเซ็นจนร่างกายสดชื่นแล้ว ลองออกไปเที่ยวรอบๆ กันต่อ
มีทั้ง “ถ้ำเก็มบู” วิวธรรมชาติสุดอลังการ และสวนที่อาจได้เห็นนกกระสาซึ่งเป็นสัตว์อนุรักษ์พิเศษของญี่ปุ่น เป็นต้น มาดู 3 จุดเที่ยวแนะนำกัน

1. Kinosaki Marine World

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ได้บรรยากาศโล่งสบายเพราะอยู่ติดทะเลญี่ปุ่น และมีกิจกรรมเกี่ยวกับท้องทะเลหลากหลายแบบให้ลอง
มีทั้งโชว์การแสดงที่จัดทุกวัน และโซนตกปลาทูแล้วกินได้ตรงนั้น รวมถึงแอทแทรกชันอื่นๆ ที่หาไม่ได้ง่ายๆ อีกมากมาย

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสายประสบการณ์ ที่ได้เห็นความมีชีวิตชีวาของเหล่าสัตว์แบบใกล้ๆ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสายประสบการณ์ ที่ได้เห็นความมีชีวิตชีวาของเหล่าสัตว์แบบใกล้ๆ

2. สวนเก็มบูโด (Genbudo Park)

“สวนเก็มบูโด” เป็นจุดเที่ยวที่ไฮไลต์คือถ้ำสุดอลังการที่มี “รอยแยกหินแบบเสา (Columnar joints)”
“รอยแยกหินแบบเสา” คือเสาหินรูปหกเหลี่ยมที่เกิดจากแมกมาซึ่งไหลออกจากยอดเขาจากกิจกรรมภูเขาไฟเมื่อราว 1.6 ล้านปีก่อน และเย็นตัวจนแข็งตัวขึ้นมา
ทั้ง 5 ถ้ำและหน้าผา ได้แก่ เก็มบูโด, เซริวโด, เบียคุโคโด, มินามิซูซาคุโด และคิตะซูซาคุโด ถูกกำหนดให้เป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศ
พิพิธภัณฑ์ภายในสวนจัดแสดงแร่ ฟอสซิล และหินแปลกๆ กว่า 2,500 ชิ้น ทำให้เรียนรู้เรื่องหินได้แบบสนุกๆ ไปพร้อมกัน มาสัมผัสทั้งธรรมชาติสุดตระการตาและความเป็นศิลปะกัน

ผลงานศิลปะสเกลยักษ์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
ผลงานศิลปะสเกลยักษ์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น

3. สวนบ้านเกิดนกกระสา จังหวัดเฮียวโกะ

“สวนบ้านเกิดนกกระสา จังหวัดเฮียวโกะ” ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 ในฐานะศูนย์แบบครบวงจร เพื่อการอนุรักษ์และเพาะขยายพันธุ์ รวมถึงการคืนสู่ธรรมชาติของนกกระสา ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นสัตว์อนุรักษ์พิเศษของญี่ปุ่น
ในโซนเปิดสาธารณะ นักท่องเที่ยวสามารถสังเกตการณ์ได้ เดินตามเส้นทางเดินเล่นแล้วชม “นกกระสาที่เลี้ยงไว้” ได้แบบใกล้ๆ

สถานที่เดียวที่สามารถชม “นกกระสา” ซึ่งเป็นสัตว์อนุรักษ์พิเศษของญี่ปุ่นได้แบบใกล้ๆ
สถานที่เดียวที่สามารถชม “นกกระสา” ซึ่งเป็นสัตว์อนุรักษ์พิเศษของญี่ปุ่นได้แบบใกล้ๆ

รีวิว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคิโนซากิออนเซ็น

Q

ถ้าจะพักคิโนซากิออนเซ็น ควรพักกี่คืนดี?

A

ถ้าอยากตระเวนแช่ออนเซ็นนอกทั้ง 7 แห่งและจัดเต็มกับอาหารดีๆ แนะนำอย่างน้อยควรพัก 1 คืนแบบรวมอาหาร 2 มื้อ

Q

คิโนซากิออนเซ็นอยู่ที่ไหน?

A

คิโนซากิออนเซ็นอยู่ที่เมืองโทโยโอกะ เขตคิโนซากิ จังหวัดเฮียวโกะ

Q

ไปคิโนซากิออนเซ็นแบบคู่รัก สนุกไหม?

A

ทั้งบรรยากาศเมืองและเรียวกังเหมาะกับทริปคู่รักมาก ลองเปลี่ยนเป็นชุดยูกาตะแล้วเดินเล่นในย่านออนเซ็นด้วยกันดู

บทสรุป

“คิโนซากิออนเซ็น” คือเมืองออนเซ็นตัวแทนของจังหวัดเฮียวโกะในภูมิภาคคันไซ
ถ้ามาที่นี่ นอกจากตระเวนแช่ออนเซ็นนอกทั้ง 7 แห่งแล้ว ลองเปลี่ยนเป็นยูกาตะแล้วค่อยๆ เดินเล่นชมเมืองสวยๆ หรือจัดเต็มกับของอร่อยที่หากินได้ที่นี่เท่านั้น ใช้เวลาพักผ่อนแบบพิเศษให้เต็มอิ่มกัน