
คู่มือท่องเที่ยวปราสาทคารัตสึ ชมวิวทะเลและแนวสนสุดตระการตา
แค่ได้เห็น “ปราสาทคารัตสึ” ที่ดูราวกับลอยอยู่บนผืนน้ำ ก็ชวนให้หยุดมองอยู่สักพัก
จากหอคอยปราสาท คุณจะได้ชมวิวทะเลและแนวป่าสนที่ทอดยาวแบบเต็มตา พร้อม ๆ กับได้เรียนรู้ทิวทัศน์ตามฤดูกาล รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคารัตสึไปด้วย
ที่นี่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองคารัตสึ และเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมเมื่อมาเที่ยวคารัตสึ
ต่อไปนี้เราจะพาไปดูไฮไลต์ที่ห้ามพลาดของ “ปราสาทคารัตสึ” รวมถึงสถานที่แนะนำรอบ ๆ กัน
ปราสาทคารัตสึเป็นสถานที่แบบไหน?
“ปราสาทคารัตสึ” สร้างขึ้นบนภูเขามันโตะยามะ (Mitsushimayama) สูง 42 เมตร ซึ่งยื่นออกไปในอ่าวคารัตสึ ทางตอนเหนือของเมืองคารัตสึ จังหวัดซากะ
แนวป่าสนที่ทอดยาวออกจากตัวปราสาทไปทั้งซ้ายและขวาถูกมองว่าคล้ายปีกนกกระเรียนที่กางออก จึงมีอีกชื่อว่า “ปราสาทไมซึรุ”
ด้วยทำเลที่ติดทะเล และเคยปล่อยน้ำทะเลเข้าคูเมือง จึงจัดอยู่ในประเภท “ปราสาทริมทะเล”
เสน่ห์ของ “ปราสาทคารัตสึ” คือความงดงามของทิวทัศน์
จากจุดชมวิวบนชั้นบนสุดของหอคอยปราสาท สามารถมองเห็นพาโนรามากว้างไกลของทะเลเกนไคและแนวป่าสนได้ในคราวเดียว
มองจากด้านนอก “ปราสาทคารัตสึ” ก็เป็นภาพที่งดงามชวนให้นึกถึงมงแซ็งมีแชลของฝรั่งเศส
แม้ญี่ปุ่นจะมีปราสาทอยู่หลายแห่ง แต่ปราสาทที่ดูราวกับลอยอยู่เหนือทะเลนั้นมีเพียงไม่กี่แห่ง รวมถึง “ปราสาทคารัตสึ” ด้วย
ภายในบริเวณปราสาทยังมีจุดน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “โอเตะมง” และ “หอคอยเคโช” ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องหอคอยปราสาท รวมถึงกำแพงหินที่แบ่งเขตภายในปราสาท ซึ่งห้ามพลาด
ยังมีเจดีย์พุทธที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาต่อพระสูตรโฮเคียว เรียกว่า “ตาโฮโต” และมีเรื่องเล่าว่าหากเคาะใบหน้าพระพุทธรูป 3 ครั้ง “พรจะเป็นจริง” อยากให้ลองท้าทายกันดู

ประวัติของปราสาทคารัตสึ
เทราซาวะ ฮิโรทากะ (Terazawa Hirotaka) ผู้ใต้บังคับบัญชาของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ได้เป็นเจ้าเมืองของแคว้นคารัตสึ (ปัจจุบันคือเมืองคารัตสึ)
ปี 1602 เทราซาวะ ฮิโรทากะเริ่มลงมือสร้าง “ปราสาทคารัตสึ”
ในการสร้างปราสาท ได้เริ่มจากงานก่อสร้างเพื่อรวมปากแม่น้ำมัตสึอุระและแม่น้ำคันดะให้เป็นเส้นเดียว พร้อมซ่อมแซมพื้นที่ชุ่มน้ำที่เคยเกิดน้ำท่วม
ย้ายวัสดุก่อสร้างจาก “ปราสาทนาโกย่า” ที่กลายเป็นปราสาทร้างเนื่องจากยกเลิกการยกทัพไปเกาหลี
เชื่อกันว่าการขนย้ายใช้เส้นทางทางทะเลจากแหลมฮาโดะ
ปี 1608 “ปราสาทคารัตสึ” สร้างเสร็จสมบูรณ์
หลังตระกูลเทราซาวะซึ่งเป็นเจ้าเมืองรุ่นแรกสิ้นสาย ได้มีตระกูลไดเมียว (ซามูไรที่รับใช้โชกุน) สืบต่อเป็นเจ้าเมืองรวม 5 ตระกูล ได้แก่ ตระกูลโอกิวะ ตระกูลมัตสึไดระ ตระกูลโดอิ ตระกูลมิสึโนะ และตระกูลโอกาซาวาระ
ปี 1871 ถูกยกเลิกสถานะเป็นปราสาท และปรับเป็นสวนไมซึรุ
ปี 1966 สร้างหอคอยปราสาทขึ้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ปี 1989 มีการบูรณะคูเมืองฮิโงะและกำแพงหิน ปี 1992 บูรณะกลองโทกิ ปี 1993 บูรณะหอตัตสึมิในเขตซันโนะมารุ
และในปี 2017 ได้รับคัดเลือกเป็น “ปราสาทชื่อดัง 100 แห่งของญี่ปุ่น (ชุดต่อเนื่อง)”

การเดินทางไปปราสาทคารัตสึ
ถ้าเริ่มต้นที่ “สนามบินฟุกุโอกะ” ประตูสู่คิวชูที่มีทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ ก็เดินทางไป “ปราสาทคารัตสึ” ได้ไม่ยาก
เส้นทางและเวลาโดยประมาณสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟและรถบัสด่วนมีดังนี้
การเดินทางจากสนามบินฟุกุโอกะ
| การเดินทางหลัก | เส้นทาง | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| รถไฟ | นั่งรถไฟใต้ดินสายสนามบิน (ด่วน) มุ่งหน้าไปนิชิคารัตสึ แล้วลงที่สถานีคารัตสึ รถไฟ JR สายชิคุฮิ เดินต่อ 15 นาทีจากสถานี | ประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที |
| รถบัสด่วน | นั่งรถบัสด่วน “คารัตสึโก (มุ่งหน้าไปท่าเรือโฮโต)” แล้วลงที่ “คารัตสึ BC” เดินต่อ 13 นาทีจากป้ายรถบัส | ประมาณ 2 ชั่วโมง |
หากเดินทางด้วยรถไฟ จาก “สนามบินฟุกุโอกะ” ไปยังสถานีคารัตสึของ JR สายชิคุฮิ ใช้เวลานั่งประมาณ 80 นาที
หลังผ่านสถานีเมอิโนฮามะจะเปลี่ยนเป็นขบวนด่วนของ JR สายชิคุฮิ แต่ไปถึง “สถานีคารัตสึ” แบบตรง จึงไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
หากเป็นรถบัสด่วน ใช้เวลานั่งประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที ออกเดินทางจากทางเหนือของอาคารผู้โดยสารเที่ยวบินภายในประเทศ
หลังลงจากสถานีหรือป้ายรถบัส ยังต้องใช้เวลาเดินไป “ปราสาทคารัตสึ” พอสมควร ช่วงหน้าร้อนอย่าลืมเติมน้ำให้เพียงพอ
ค่าเข้าชมและเวลาเปิดของปราสาทคารัตสึ
ตารางด้านล่างสรุปค่าเข้าชมและเวลาเปิดของปราสาทคารัตสึไว้ให้แล้ว ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้
เวลาเปิดอาจเปลี่ยนตามช่วงเวลา แนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์ทางการล่วงหน้า
จากทางขึ้นปราสาทไปถึงหอคอยมีบันได 231 ขั้น แต่หากใช้ลิฟต์ของสวนไมซึรุ ก็สามารถไปถึงหอคอยได้โดยไม่ต้องเดินมาก
- เวลาเปิด
- 9:00–17:00(เข้าชมได้ถึง 16:40)
- วันหยุด
- 29–31 ธันวาคม
- ค่าเข้าชมหอคอยปราสาท
-
ผู้ใหญ่: 500 เยน
ประถม・มัธยมต้น: 250 เยน - ค่าบริการลิฟต์สวนไมซึรุ
-
ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป): 100 เยนต่อคน (เที่ยวเดียว)
ประถม・มัธยมต้น: 50 เยนต่อคน (เที่ยวเดียว)
ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของปราสาทคารัตสึคือช่วงไหน?
ถ้าเลือกช่วงได้ อยากให้มาเยือน “ปราสาทคารัตสึ” ราวปลายมีนาคมถึงต้นพฤษภาคม ซึ่งเป็นฤดูชมซากุระและอุโมงค์วิสทีเรียที่สวยที่สุด
ทิวทัศน์ที่ปราสาทอยู่ร่วมกับดอกไม้แต่งแต้มฤดูใบไม้ผลินั้นเป็นไฮไลต์ที่ห้ามพลาด
อีกช่วงที่น่าลุ้นคือหน้าร้อนที่มีการจัด “เทศกาลดอกไม้ไฟคิวชู” เพราะสามารถชมทั้งหอคอยปราสาทและดอกไม้ไฟได้พร้อมกัน

เสน่ห์ที่ต่างกันตามฤดูกาลและช่วงเวลา! 5 ไฮไลต์ของปราสาทคารัตสึ
“ปราสาทคารัตสึ” ที่เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ มีจุดน่าสนใจให้เดินดูหลายมุม ไม่ได้มีแค่งานจัดแสดงหรือหอคอยเท่านั้น
ทั้งภาพยามค่ำที่มีการไลต์อัป รวมถึงสะพานภายในปราสาท ก็เป็นสิ่งที่ควรดูให้ได้
ต่อไปนี้จะพาไปชมจุดที่สัมผัสบรรยากาศตามฤดูกาลได้ เช่น หอคอย ซากุระ และอุโมงค์วิสทีเรีย
1. “หอคอยปราสาท” ที่เพลินทั้งวิวและประวัติศาสตร์
จริง ๆ แล้วไม่มีบันทึกในเอกสารว่าที่นี่เคยมีหอคอยมาก่อน และก็ไม่ปรากฏในแผนผังภาพด้วย
หอคอยในปัจจุบันเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 5 ชั้น สร้างขึ้นในปี 1966
หอคอยสูง 27 เมตร และทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น
ผนังปูนสีขาวและราวกันตกสีแดงบนชั้นบนสุดสวยเด่น ภายนอกเองก็ไม่ควรพลาด
แนะนำแต่ละชั้นและจุดน่าสนใจ
ภายในหอคอยแบ่งโครงสร้างตามชั้นดังต่อไปนี้ ได้ทั้งเรียนรู้วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของคารัตสึ และชมวิวสวยของเมืองคารัตสึไปพร้อมกัน
- ชั้น 5
- ชั้นชมวิว
- ชั้น 4
- แกลเลอรีของชุมชน・พื้นที่พักผ่อน
- ชั้น 3
- จัดแสดงอุตสาหกรรมของคารัตสึและเครื่องปั้นดินเผาคารัตสึ
- ชั้น 2
- จัดแสดงเอกสารที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของคารัตสึ
- ชั้น 1
- ข้อมูลท่องเที่ยว・มุมกิจกรรม体验・ร้านอาหาร・ร้านของฝาก
- ชั้นใต้ดิน
- ชั้นต้อนรับที่สามารถสัมผัสอุโมงค์กำแพงหินได้
ชั้น 2 มีจัดแสดงง้าวยุคเอโดะด้วย หากสนใจลองแวะชม
ชั้น 3 ยังมีเครื่องปั้นดินเผาคารัตสึยุคเก่าในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ถึงศตวรรษที่ 17 เรียงรายให้ชม
จากชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นชมวิว อยากให้ลองมองวิวอ่าวคารัตสึและตัวเมืองแบบเต็มตา
ที่ร้านของฝากมีโกะชุอินแบบลิมิเต็ดของ “ปราสาทคารัตสึ” ด้วย อย่าลืมหามาเก็บไว้

2. “อุโมงค์วิสทีเรีย” พื้นที่รวม 500 ตร.ม. ดอกมากกว่า 50,000 ดอก
อุโมงค์วิสทีเรียสีม่วงอ่อนอันงดงามตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของลานที่มีหอคอยปราสาท พื้นที่รวม 500 ตร.ม.
มีจำนวนดอกมากกว่า 50,000 ดอก และเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของเมืองคารัตสึ โดยมีอายุต้นมากกว่า 100 ปี
ช่วงที่สวยที่สุดคือราวกลางเมษายนถึงต้นพฤษภาคม และจะเผยความน่ารักละมุนให้ได้ชม
ช่อดอกยาวมากกว่า 1 เมตรอย่างสมดุล และสามารถถ่ายภาพร่วมกับหอคอยปราสาทได้อย่างสวยงาม

3. “ปราสาทคารัตสึ” ยามค่ำที่ไลต์อัปอย่างเหนือจริง
หอคอยปราสาทจะมีการไลต์อัปตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึง 22:00
แม้เวลาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล แต่ภาพลอยเด่นยามค่ำคืนนั้นพิเศษเป็นอย่างยิ่ง
ต่างจากปราสาทที่เห็นภายใต้แสงอาทิตย์ บรรยากาศจะดูขรึมและสง่างาม
แม้มองจากไกลก็ยังสวยงามลุ่มลึก

4. “ปราสาทคารัตสึ” อันอ่อนช้อยท่ามกลางซากุระประมาณ 220 ต้น
ภายในบริเวณสามารถชมซากุระประมาณ 220 ต้น เช่น โซเมโยชิโนะและยามะซากุระ
ช่วงที่สวยที่สุดคือปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน
ซากุระจะบานตั้งแต่ทางเข้าไปจนรอบ ๆ หอคอย ราวกับมาต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน
แม้จะคนละช่วงกับอุโมงค์วิสทีเรีย แต่ภาพที่เข้ากับ “ปราสาทคารัตสึ” นั้นดูสง่างามมาก
หอคอยที่ไลต์อัปพร้อมซากุระจะส่องประกายราวกับอยู่คนละมิติ

5. “สะพานโจไน” จุดถ่ายภาพที่ได้บรรยากาศเป็นพิเศษ
“สะพานโจไน” เป็นสะพานคนเดินยาวประมาณ 100 เมตร พาดข้ามปากแม่น้ำมัตสึอุระ และเป็นทางเข้าของ “ปราสาทคารัตสึ”
สร้างด้วยหินคารัตสึ หินแกรนิต และไม้ เป็นสะพานโค้งอ่อน ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบญี่ปุ่น
ระบบไฟใช้โคมน้ำมันแขวนแบบ 2 ดวง ชนิดหลอดโซเดียม
ถ่ายภาพโดยมีหอคอยปราสาทเป็นฉากหลังได้อย่างมีรสนิยม

สถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแวะไปพร้อมกับปราสาทคารัตสึ
พอเที่ยว “ปราสาทคารัตสึ” จนเต็มอิ่มแล้ว อยากให้เผื่อเวลาไปดูแนวป่ากันลมอันเป็นความภาคภูมิใจ และทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญที่ขึ้นทะเบียนระดับประเทศซึ่งจะแนะนำต่อไปนี้ด้วย
มาสัมผัสทั้งวิวสวยและประวัติศาสตร์ของคารัตสึ เพื่อให้ทริปของคุณยิ่งพิเศษขึ้น
นิจิโนะมัตสึบาระ
แนวป่าสนที่ทอดยาวเลียบอ่าวคารัตสึ ราวกับเส้นโค้งของสายรุ้ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทิวทัศน์พิเศษของประเทศ
เริ่มต้นจากต้นศตวรรษที่ 17 เมื่อเจ้าเมืองคนแรกของแคว้นคารัตสึ เทราซาวะ ฮิโรทากะ ปลูกเป็นแนวกันลมและกันคลื่น ปัจจุบันมีความยาวประมาณ 4.5 กม. กว้างประมาณ 500 ม. และมีสนดำญี่ปุ่นขึ้นหนาแน่นราว 1 ล้านต้น
ทุกวันนี้ยังถูกนับเป็นหนึ่งใน “สามป่าสนชื่อดังของญี่ปุ่น” ร่วมกับมิโฮะโนะมัตสึบาระและเคฮิโนะมัตสึบาระ
หลังเดินเล่นท่ามกลางป่าสนให้ความรู้สึกเหมือนได้อาบป่าแล้ว แนะนำให้ไปยังจุดชมวิว “จุดชมวิวคางามิยามะ” ที่อยู่ลงไปทางใต้ราว 5 กม. คุณจะได้ดื่มด่ำวิวพาโนรามาอันงดงามของท้องฟ้าสีคราม ทะเล และแนวป่าสนสีเขียว

อดีตคฤหาสน์ทากาโทริ
“อดีตคฤหาสน์ทากาโทริ” ตั้งอยู่ริมทะเลใกล้ปราสาทคารัตสึ เป็นคฤหาสน์ของทากาโทริ โคเระโยชิ เจ้าของเหมืองถ่านหินหลายแห่ง เช่น เหมืองคิชิมะ และได้รับฉายา “ราชาเหมืองถ่านแห่งฮิเซ็น”
สร้างขึ้นในปีเมจิ 38 (1905) เพื่อเป็นทั้งบ้านพักและเรือนรับรอง บนพื้นที่กว้างราว 2,300 สึโบะ และมีอาคารขนาดใหญ่ 2 หลังเรียงกัน ได้แก่ อาคารโถงใหญ่และอาคารที่พักอาศัย
ตัวอาคารยึดพื้นฐานสไตล์ญี่ปุ่น แต่ผสมผสานห้องแบบตะวันตก เป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นสมัยใหม่ในยุคนั้น
อีกด้านหนึ่ง สะท้อนความชื่นชอบละครโนของโคเระโยชิ ด้วยการทำเวทีโนพื้นไม้ไว้ในโถงใหญ่ เป็นงานออกแบบที่大胆และมีเอกลักษณ์น่าประทับใจ

รีวิวของปราสาทคารัตสึ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปราสาทคารัตสึ
Q
ใครเป็นคนสร้างปราสาทคารัตสึ และสร้างเมื่อไหร่?
เทราซาวะ ฮิโรทากะเริ่มสร้างในปี 1602 และใช้เวลา 7 ปี
Q
ดอกวิสทีเรียที่บานในปราสาทคารัตสึ ช่วงไหนสวยที่สุด?
ราวกลางเมษายนถึงต้นพฤษภาคม
Q
ซากุระของปราสาทคารัตสึ ช่วงไหนสวยที่สุด?
ปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน
บทสรุป
“ปราสาทคารัตสึ” ที่โดดเด่นตัดกับทะเลสีคราม
เราได้แนะนำไฮไลต์และสถานที่รอบ ๆ ไปแล้ว แต่ถ้าได้ไปเยือนจริง บรรยากาศจะชวนประทับใจยิ่งกว่าที่คิดแน่นอน
ยังสามารถถ่ายภาพสวย ๆ ที่หาที่อื่นไม่ได้ให้เหมาะกับโซเชียลได้ด้วย อยากให้เก็บช่วงเวลานั้นไว้ในกล้องของคุณ
ที่ “จังหวัดซากะ” ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย
หากอยากเที่ยวซากะแบบจัดเต็ม ลองใช้บทความนี้เป็นข้อมูลอ้างอิง แล้วค่อย ๆ วางแผนออกเดินทางกัน