【คู่มือเที่ยวสะพานอุจิ】สัญลักษณ์แห่งอุจิที่โดดเด่นด้วยทิวทัศน์งดงามและประวัติศาสตร์ยาวนาน

【คู่มือเที่ยวสะพานอุจิ】สัญลักษณ์แห่งอุจิที่โดดเด่นด้วยทิวทัศน์งดงามและประวัติศาสตร์ยาวนาน

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

เมื่อมาเยือนเมืองอุจิ ภาพของ “สะพานอุจิ” ที่ทอดข้ามสายน้ำอย่างสง่างามเป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่ชวนให้จดจำ
ด้วยรูปลักษณ์ที่หนักแน่นสง่างามและดีไซน์อันประณีต สะพานจึงกลมกลืนไปกับทิวทัศน์สวยงามโดยรอบ และกลายเป็นจุดหมายเชิงสัญลักษณ์ของเมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต
บทความนี้จะพาไปรู้จักข้อมูลพื้นฐานของ “สะพานอุจิ” รวมถึงฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
อ่านจบบทความนี้แล้ว คุณน่าจะได้รู้จักเสน่ห์ของ “สะพานอุจิ” และข้อมูลที่ควรรู้ก่อนออกเดินทาง

สะพานอุจิเป็นสถานที่แบบไหน?

หากเดินเที่ยวในเมืองอุจิ ทางตอนใต้ของเกียวโต คุณมักจะได้ผ่าน “สะพานอุจิ” ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของเมือง
เมืองอุจิมีวัดและศาลเจ้าจำนวนมาก เช่น “เบียวโดอิน” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อีกทั้งขนมหวานที่ทำจากชาอุจิและมัทฉะอุจิอันเป็นของขึ้นชื่อก็ได้รับความนิยมอย่างมาก
“สะพานอุจิ” ตั้งอยู่ในพื้นที่ศูนย์กลางของการท่องเที่ยวอุจิ และเป็นที่คุ้นเคยในฐานะสัญลักษณ์ของเมือง
สะพานแห่งนี้ได้รับการนับรวมกับ “สะพานเซตะโนะคาราฮาชิ” และ “สะพานยามาซากิ” ให้เป็นหนึ่งในสามสะพานโบราณของญี่ปุ่น โดยมีการสร้าง “สะพานอุจิ” แห่งแรกในปี ค.ศ. 645
เสน่ห์ของ “สะพานอุจิ” อยู่ที่บรรยากาศเรียบสงบซึ่งกลมกลืนกับทิวทัศน์เมืองอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบญี่ปุ่น
อีกหนึ่งไฮไลต์คือวิวเปิดกว้างของ “แม่น้ำอุจิ” ที่มองเห็นได้จากบนสะพาน ซึ่งอยากชวนให้คุณลองไปสัมผัสด้วยตัวเอง
บริเวณกึ่งกลางสะพานค่อนไปทางฝั่งตะวันตกมีส่วนยื่นที่เรียกว่า “ซังโนะมะ” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นร่องรอยของศาลเจ้าที่เคยประดิษฐานเทพผู้พิทักษ์สะพานนามว่าเจ้าหญิงแห่งสะพาน
นอกจากนี้ยังมีตำนานเล่าว่า โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) เคยให้คนมาตักน้ำจากที่นี่เพื่อนำไปใช้ในพิธีชงชา
สะพานแห่งนี้เป็นจุดที่มักต้องผ่านเมื่อมาเที่ยวอุจิ ลองใช้เวลาชมทั้งวิวจาก “สะพานอุจิ” และรายละเอียดของตัวสะพาน พร้อมจินตนาการถึงประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าที่สืบทอดมา

ทิวทัศน์ของแม่น้ำอุจิเมื่อมองจากซังโนะมะ
ทิวทัศน์ของแม่น้ำอุจิเมื่อมองจากซังโนะมะ

ตำนานที่เกี่ยวข้องกับสะพานอุจิ

พิธีสาปแช่งที่เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่โบราณในญี่ปุ่นอย่าง “อุชิโนะโคคุไมริ” มีความเกี่ยวข้องกับตำนานเจ้าหญิงแห่งสะพานของ “สะพานอุจิ”
ในสมัยจักรพรรดิซางะ ซึ่งครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ. 809–823 มีหญิงสาวผู้คลั่งแค้นด้วยความหึงหวงไปอธิษฐานที่ “ศาลเจ้าคิฟุเนะ” ขอให้ตนเองกลายเป็นอสูรเทพ และได้รับคำทำนายจากเทพให้แปลงกายแล้วลงแช่ใน “แม่น้ำอุจิ” เป็นเวลา 21 วัน
เชื่อกันว่าหญิงสาวที่ทำตามนั้นได้กลายเป็นอสูรเทพ และต่อมาก็ได้สังหารผู้คนจำนวนมาก
ตำนานนี้ถูกมองว่าเป็นต้นแบบของพิธีอุชิโนะโคคุไมริ และทำให้ “แม่น้ำอุจิ” กับ “สะพานอุจิ” เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเล่านี้

ไม่ใช่แค่เดินผ่าน ลองสังเกตรายละเอียดของสะพานอุจิให้ดีด้วย
ไม่ใช่แค่เดินผ่าน ลองสังเกตรายละเอียดของสะพานอุจิให้ดีด้วย

การเดินทางไปสะพานอุจิ

ถ้าออกเดินทางจาก “สถานีเกียวโต JR” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางสำหรับเที่ยวเกียวโต วิธีไป “สะพานอุจิ” มีดังนี้
ทั้งนี้ หากขึ้นรถด่วนสาย JR Nara Line จะใช้เวลาเดินทางสั้นกว่าที่ระบุเล็กน้อย

เส้นทาง
1. ขึ้นรถไฟสาย JR Nara Line ที่ “สถานีเกียวโต JR” แล้วลงที่ “สถานีอุจิ”
2. จาก “สถานีอุจิ” เดินต่อประมาณ 10 นาที
ระยะเวลา
ประมาณ 35 นาที

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับสะพานอุจิคือช่วงไหน?

ถ้าจะเลือกช่วงเวลาสักฤดูสำหรับมาเยือน “สะพานอุจิ” ฤดูใบไม้ผลิน่าจะเป็นช่วงที่อยากแนะนำมากที่สุด
เหตุผลคือบริเวณต้นน้ำของ “สะพานอุจิ” จะมีซากุระบานสะพรั่ง ทำให้ได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นพิเศษ
บริเวณต้นน้ำของ “สะพานอุจิ” มีต้นซากุระประมาณ 2,000 ต้น และเมื่อถึงช่วงสวยที่สุดก็จะช่วยแต่งแต้มสองฝั่ง “แม่น้ำอุจิ” ให้งดงามยิ่งขึ้น
เมื่อซากุระแบบญี่ปุ่นมาผสานกับทิวทัศน์อันงดงามของ “สะพานอุจิ” ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศดูมีเสน่ห์และเปี่ยมอารมณ์มากขึ้น
ที่นี่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมด้วย อย่าลืมเก็บภาพ “สะพานอุจิ” คู่กับซากุระไว้เป็นที่ระลึก
ช่วงเวลาที่ซากุระบริเวณต้นน้ำของ “สะพานอุจิ” สวยที่สุดคือปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน

ชมพร้อมซากุระแล้วสัมผัสบรรยากาศอันมีเสน่ห์
ชมพร้อมซากุระแล้วสัมผัสบรรยากาศอันมีเสน่ห์

สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น! 5 สถานที่ท่องเที่ยวรอบสะพานอุจิ

รอบ “สะพานอุจิ” เต็มไปด้วยศาลเจ้าและวัดเก่าแก่ที่กระจายตัวอยู่หลายแห่ง
ในบรรดานั้นมีหลายแห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก หรือได้รับการกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
มาดูสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนพร้อมกับ “สะพานอุจิ” กัน

1. เบียวโดอิน

เดิมเป็นวิลล่าของฟูจิวาระ โนะ มิจินางะ ผู้มีอำนาจในสมัยเฮอัน ก่อนที่บุตรชายของเขา โยริมิจิ จะสืบทอดต่อและเปลี่ยนให้เป็นวัดในปี ค.ศ. 1052
สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994 และหลังการบูรณะในปี ค.ศ. 2014 ก็เชื่อกันว่ามีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับช่วงก่อตั้งมากขึ้น
อามิดะโด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปอมิตาภพุทธะองค์ประธาน เป็นจุดที่ไม่ควรพลาด ความงดงามแบบสมมาตรของอาคารจะทำให้หลายคนประทับใจ
ในช่วงที่สร้างวัดแห่งนี้ ความเชื่อเรื่องการไปเกิดในดินแดนสุขาวดีได้รับความนิยม จึงมีการออกแบบให้สื่อถึงพระราชวังแห่งสุขาวดี

ความสมมาตรที่งดงามอย่างน่าทึ่ง ชวนหลงใหลราวกับวิหารแห่งสุขาวดี
ความสมมาตรที่งดงามอย่างน่าทึ่ง ชวนหลงใหลราวกับวิหารแห่งสุขาวดี

2. ศาลเจ้าอุจิงามิ

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกในฐานะส่วนหนึ่งของ “มรดกทางวัฒนธรรมแห่งเกียวโตโบราณ”
เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1060 เพื่อเป็นศาลเจ้าผู้พิทักษ์ของเบียวโดอินแห่งอุจิ ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1053
ในฐานะเทพผู้ปกปักรักษาแผ่นดินอุจิ ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับความศรัทธาจากผู้คนหลากหลายชนชั้นตั้งแต่สามัญชนไปจนถึงชนชั้นสูง และยังคงเป็นที่เคารพบูชามาจนถึงปัจจุบัน

พาวเวอร์สปอตศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความเคารพศรัทธามาตั้งแต่สมัยโบราณ
พาวเวอร์สปอตศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความเคารพศรัทธามาตั้งแต่สมัยโบราณ

3. ศาลเจ้าอุจิ

ศาลเจ้าประจำท้องถิ่นของอุจิที่มีประวัติยาวนาน 1,710 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งครั้งแรกในปี ค.ศ. 313 ซึ่งเป็นปีที่จักรพรรดินินโตกุขึ้นครองราชย์
บริเวณศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของสะพานอาซากิริข้ามแม่น้ำอุจิ เชื่อกันว่าเป็นอดีตที่ตั้งพระราชวังนอกเมืองของจักรพรรดิโอจิน พระบิดาของจักรพรรดินินโตกุ และยังเล่ากันว่าเป็นที่ประทับของเจ้าชายอุจิโนะวากิอิรัตสึโกะ พระอนุชาของจักรพรรดินินโตกุ

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ก่อตั้งมา 1,710 ปี และมีชื่อเสียงจาก “กระต่ายมิคาเอริ” ผู้เป็นสื่อกลางของเทพเจ้า
ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ก่อตั้งมา 1,710 ปี และมีชื่อเสียงจาก “กระต่ายมิคาเอริ” ผู้เป็นสื่อกลางของเทพเจ้า

4. โคโชจิ

โคโชจิในเมืองอุจิเป็นวัดนิกายเซ็นแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ก่อตั้งโดยโดเก็น ผู้ก่อตั้งนิกายโซโตะ
วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1236 ที่ฟุชิมิ เขตฟุคาคุสะ ก่อนจะถูกทำลายจากสงคราม และได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ ณ ที่ตั้งปัจจุบันในปี ค.ศ. 1645 ช่วงต้นสมัยเอโดะ
ที่นี่สามารถชมความงามที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น ซากุระในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์สำคัญของจังหวัดเกียวโต

วัดสำคัญเก่าแก่ที่สุดของนิกายโซโตะ โดดเด่นด้วยบริเวณวัดที่ผสานภูมิทัศน์ธรรมชาติและทางเดินที่สวยงามในฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง
วัดสำคัญเก่าแก่ที่สุดของนิกายโซโตะ โดดเด่นด้วยบริเวณวัดที่ผสานภูมิทัศน์ธรรมชาติและทางเดินที่สวยงามในฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง

5. พิพิธภัณฑ์นิทานเก็นจิ เมืองอุจิ

พิพิธภัณฑ์สาธารณะที่สร้างขึ้นภายใต้ธีมของวรรณกรรมคลาสสิกอมตะ “เก็นจิโมโนกาตาริ” ซึ่งเขียนโดยมุราซากิ ชิคิบุในสมัยเฮอัน และยังคงมีผู้อ่านสืบต่อกันมานานกว่า 1,000 ปี
ภายในนำเสนอเรื่องราว “สิบตอนแห่งอุจิ” ที่มีเมืองอุจิเป็นฉากสำคัญ รวมถึงตัวเอก “ฮิคารุ เก็นจิ” ผ่านโมเดลจำลองและสื่อภาพอย่างเข้าใจง่าย

สัมผัสโลกของเก็นจิโมโนกาตาริและวัฒนธรรมเฮอันอันงดงาม
สัมผัสโลกของเก็นจิโมโนกาตาริและวัฒนธรรมเฮอันอันงดงาม

3 ร้านอาหารและคาเฟ่ยอดนิยมรอบสะพานอุจิ

รอบสะพานอุจิมีร้านดังมากมายที่ให้คุณลิ้มรสเสน่ห์ของชาอุจิได้อย่างเต็มที่
จะเลือกไปลองชงชาด้วยตัวเอง หรือแวะร้านชาชั้นเก๋าที่ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวานตามฤดูกาล ที่นี่ก็มีร้านยอดนิยมที่พาคุณไปพบช่วงเวลาพิเศษซึ่งอบอวลด้วยวัฒนธรรมแห่งอุจิและกลิ่นหอมของชาหนึ่งถ้วย

1. โรงน้ำชาชาอุจิ “ทาคุมิโนะยากาตะ”

คาเฟ่ชาเฉพาะทางที่สามารถลิ้มรสชาอุจิอันเป็นของขึ้นชื่อของเมืองอุจิ พร้อมชมวิวแม่น้ำอุจิไปด้วย
คุณสามารถเลือกชาอุจิที่ชอบจากเมนูคาเฟ่ แล้วชงด้วยตัวเองโดยมีพนักงานที่มีคุณวุฒิผู้สอนชาญี่ปุ่นคอยแนะนำ
เพราะมีการอธิบายแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียด แม้ผู้ที่ไม่เคยชงชามาก่อนก็สามารถเพลิดเพลินได้อย่างสบายใจ

จิบชาอุจิที่ชงด้วยตัวเอง พร้อมชมทิวทัศน์งดงามของแม่น้ำอุจิ
จิบชาอุจิที่ชงด้วยตัวเอง พร้อมชมทิวทัศน์งดงามของแม่น้ำอุจิ

2. อิโตคิวเอมง สาขาใหญ่ อุจิ ซาโบ

ร้านชาชั้นเก๋าที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1832 และตั้งสาขาใหญ่อยู่ที่อุจิ แหล่งผลิตใบชาคุณภาพสูงชั้นนำแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
ร้านแห่งนี้ให้ความสำคัญกับประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่ก่อตั้ง พร้อมพัฒนาขนมมัทฉะรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งต่อคุณค่าใหม่ของชา
ที่คาเฟ่ของสาขาใหญ่ คุณจะได้เพลิดเพลินกับเมนูมัทฉะที่ทำจากใบชาคุณภาพเยี่ยม

อิ่มอร่อยกับขนมมัทฉะที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
อิ่มอร่อยกับขนมมัทฉะที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

3. นากามูระ โทคิจิ สาขาใหญ่

ร้านชาญี่ปุ่นเฉพาะทางที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1854 ณ เมืองอุจิ ซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วญี่ปุ่นในฐานะแหล่งผลิตชาญี่ปุ่นคุณภาพสูง
ที่นี่มีทั้ง “ชานากามูระ” ชาญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับที่มีรสนุ่มนวลแต่สดชื่น “เซนฉะ” ที่ให้ความรู้สึกใสสะอาด และ “เกียวคุโระ” ที่มีรสอูมามิเข้มลึก โดยยังคงส่งมอบชาชั้นดีที่เน้นความอร่อยในการดื่มมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
ลองเพลิดเพลินกับขนมหวานสุดพิเศษจากร้านชาอุจิเฉพาะทางที่สืบทอดมากว่า 170 ปี ในบรรยากาศเปี่ยมเสน่ห์ซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมสำคัญของชาติ

ประทับใจกับขนมมัทฉะจากร้านเฉพาะทางที่สืบทอดมากว่า 170 ปี
ประทับใจกับขนมมัทฉะจากร้านเฉพาะทางที่สืบทอดมากว่า 170 ปี

3 ที่พักแนะนำรอบสะพานอุจิ

รอบสะพานอุจิที่รายล้อมด้วยวิวแม่น้ำอุจิและบรรยากาศเมืองอันเงียบสงบ มีที่พักน่าสนใจหลายแห่งสำหรับการพักผ่อนอย่างสบายๆ
ต่อไปนี้คือที่พักที่เหมาะสำหรับใช้เวลาสงบผ่อนคลาย ท่ามกลางความเงียบและความอบอุ่นในแบบฉบับของอุจิ

1. อุจิอิจิบังยาโดะ นิกาอุริ

เรียวกังแบบเหมาหลังในเมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต ที่ให้ความรู้สึกราวกับได้มาพักผ่อนในบ้านพักตากอากาศส่วนตัว
ที่พักรองรับวันละ 1 กลุ่ม และเข้าพักได้สูงสุด 4 คน โดดเด่นด้วยพื้นที่สไตล์ญี่ปุ่นผสมตะวันตกและห้องอาบน้ำไม้ฮิโนกิธรรมชาติ
ห้องพักเป็นพื้นที่กว้างขวางประกอบด้วยห้องเสื่อทาทามิและห้องสไตล์ตะวันตก เหมาะกับทั้งครอบครัวที่มีเด็กและผู้ที่ต้องการพักระยะยาว
ห้องอาบน้ำที่เป็นจุดเด่นคืออ่างอาบน้ำไม้ฮิโนกิธรรมชาติทั้งห้องที่อบอวลด้วยกลิ่นไม้ และออกแบบให้ใช้งานได้อย่างสบายแม้หลายคนพร้อมกัน
เพราะเป็นที่พักแบบเหมาหลัง จึงสามารถแช่อาบน้ำได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา

เข้าพักแบบพิเศษเหนือระดับที่เรียวกังเหมาหลังพร้อมอ่างอาบน้ำฮิโนกิ จำกัดวันละ 1 กลุ่ม
เข้าพักแบบพิเศษเหนือระดับที่เรียวกังเหมาหลังพร้อมอ่างอาบน้ำฮิโนกิ จำกัดวันละ 1 กลุ่ม

2. โฮเทลเทรนด์ สถานี JR อุจิ

โรงแรมที่เดินทางสะดวก เพียงออกจากทางออกทิศใต้ของสถานี JR “อุจิ” ก็ใช้เวลาประมาณ 3 นาทีถึงที่พัก
จากโรงแรมเดินประมาณ 9 นาทีถึงมรดกโลกเบียวโดอิน และยังอยู่ในระยะเดินไม่เกิน 25 นาทีจากมรดกโลกศาลเจ้าอุจิงามิ พิพิธภัณฑ์นิทานเก็นจิ และพิพิธภัณฑ์นินเทนโด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเที่ยวชมสถานที่สำคัญในอุจิ
ยังเดินทางต่อไปยังตัวเมืองเกียวโตและนาราได้สะดวก ทำให้อุจิเป็นฐานที่ดีสำหรับเที่ยวเมืองหลวงเก่าทั้งสองแห่งอย่างมีประสิทธิภาพ
ห้องพักมีทั้งห้องเดี่ยว ห้องดับเบิล และห้องทวิน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

เดินประมาณ 3 นาทีจากสถานี JR “อุจิ” โรงแรมทำเลดีที่เหมาะทั้งเที่ยวอุจิและทำธุรกิจ
เดินประมาณ 3 นาทีจากสถานี JR “อุจิ” โรงแรมทำเลดีที่เหมาะทั้งเที่ยวอุจิและทำธุรกิจ

3. ฮานายาชิกิ อุคิฟุเนะเอ็น

เรียวกังที่ใช้เวลาขับรถประมาณ 5 นาทีจากสถานี JR “อุจิ”
ใกล้กันมีแม่น้ำอุจิไหลผ่าน และยังเดินทางสะดวกไปยังมรดกโลกที่อุจิภาคภูมิใจอย่าง “ศาลเจ้าอุจิงามิ” และ “เบียวโดอิน” ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์
ห้องพักทุกห้องสามารถมองเห็นแม่น้ำอุจิได้ และยังมองเห็น “เกาะโทโนะชิมะ” ซึ่งเป็นเกาะกลางแม่น้ำอุจิด้วย
อีกหนึ่งเสน่ห์คือการได้ชื่นชมทิวทัศน์อันลุ่มลึกและชวนฝันที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลของแม่น้ำอุจิ

เรียวกังในอุจิ ดินแดนแห่งมนตร์เสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ สำหรับช่วงเวลาแสนพิเศษ
เรียวกังในอุจิ ดินแดนแห่งมนตร์เสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ สำหรับช่วงเวลาแสนพิเศษ

รีวิวของสะพานอุจิ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสะพานอุจิ

Q

สะพานอุจิสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อราวช่วงไหน?

A

เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 645 ซึ่งอยู่ในสมัยอาสุกะ (ค.ศ. 592–710)

Q

ที่สะพานอุจิสามารถชมซากุระได้หรือไม่?

A

สามารถชมได้บริเวณต้นน้ำของ “สะพานอุจิ” โดยช่วงที่สวยที่สุดคือปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน

บทสรุป

บทความนี้ได้พาไปรู้จักเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับ “สะพานอุจิ” ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำ และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่น่าแวะไปพร้อมกัน
เสน่ห์ของ “สะพานอุจิ” อยู่ที่ความกลมกลืนระหว่างทิวทัศน์อันงดงามของแม่น้ำอุจิกับรูปลักษณ์ที่หนักแน่นแต่ประณีตของตัวสะพาน
หากมีโอกาสมาเที่ยวเกียวโต ลองแวะมาที่ “สะพานอุจิ” สักครั้งก็น่าสนใจไม่น้อย
นอกจากนี้ บทความด้านล่างยังได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอุจิมาแนะนำไว้ด้วย
ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบ แล้วออกไปสนุกกับการเที่ยวเกียวโตและอุจิกันได้เลย