หากเดินไปตามแนวถนนโทไกโดสายเก่าใกล้สถานีอาริมัตสึ (Arimatsu) จะเห็นคฤหาสน์ของพ่อค้ามั่งคั่งและบ้านชาวเมืองจากสมัยเอโดะเรียงรายอยู่ ในปี ค.ศ. 1784 พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านถูกเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เท็มเมทำลายไป แต่หลังจากนั้นได้มีการสร้างขึ้นใหม่ด้วยโครงสร้างที่คำนึงถึงการป้องกันอัคคีภัย เช่น เปลี่ยนหลังคาเป็นกระเบื้องและทำกำแพงกันไฟ จึงทำให้ทุกวันนี้ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของสมัยเอโดะให้ได้สัมผัส
ในเขตอนุรักษ์ย่านเมืองเก่า มีคฤหาสน์ขนาดใหญ่ “บ้านโอคะ (Oka-ke Jutaku)” ซึ่งคาดว่าสร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยเอโดะและเปิดให้เข้าชมทั่วไปเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์ โดยสามารถชมรายละเอียดสถาปัตยกรรมอย่างลูกกรงไม้ชั้น 1 ผนังนามาโกะ หน้าต่างมุชิโกะมาโดะและโครงสร้างผนังฉาบปิดทึบของชั้น 2 รวมถึงชายคาด้านล่างลายคลื่นได้ นอกจากนี้ “บ้านฮัตโตริ (Igeta-ya)” ของพ่อค้ามั่งคั่ง และ “บ้านตระกูลทาเคดะ (Takeda Kahee Shoten)” ของพ่อค้าผ้ามัดย้อม ก็เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเช่นกัน
“อาริมัตสึ-นารุมิชิโบริ” งานมัดย้อมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมของประเทศ มีจุดเริ่มต้นจากการคิดค้นงานย้อมแบบมัดเพื่อเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกมีไม่มากนัก ในหนังสือแนวขบขันเรื่อง “โทไกโดจู ฮิซาคุริเกะ” ของจิปเปนชะ อิกคุ ซึ่งเล่าเรื่องยาจิซังและคิตะซังเดินทางไปสักการะอิเสะ ก็มีฉากที่ยาจิซังซื้อผ้าเช็ดมือ จึงเชื่อกันว่าเคยเป็นของฝากยอดนิยมมาตั้งแต่สมัยนั้น
หากสนใจงานชิโบริ แนะนำให้ลองแวะ “หออาริมัตสึ-นารุมิชิโบริ (Arimatsu Narumi Shibori Kaikan)” ที่นี่มีทั้งนิทรรศการเอกสารทางประวัติศาสตร์ การสาธิตโดยช่างมัดผ้า รวมถึงสามารถเลือกซื้อของฝากอาริมัตสึ-นารุมิชิโบริกลับบ้านได้อีกด้วย
จุดเด่น
-
ทิวทัศน์เมืองเก่าจากช่วงปลายสมัยเอโดะยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้
-
แวะเข้าชมบ้านของพ่อค้ามั่งคั่ง รวมถึงพ่อค้าค้าผ้ามัดย้อมได้ด้วย
-
ตลอดสองข้างทางจะพบร้านเล็ก ๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงคาเฟ่ให้น่าแวะชม