พอถึงช่วงปลายใบไม้ผลิในย่านอาซากุสะ โตเกียว เมืองทั้งย่านจะคึกคักขึ้นเป็นพิเศษกับเทศกาลซันจะมัตสึริที่จัดต่อเนื่อง 3 วัน (ศุกร์–อาทิตย์) โดยยึดวันเสาร์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคมเป็นจุดเริ่มต้น งานนี้เป็นเทศกาลประจำปีของศาลเจ้าอาซากุสะ ซึ่งผู้คนคุ้นเคยเรียกกันว่า “ซันจะซามะ” โดยปกติในช่วง 3 วันจะมีผู้มาเยือนประมาณ 1.8 ล้านคน และยังเป็นที่รู้จักว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่น
งานเทศกาลเริ่มต้นด้วยขบวนพาเหรดใหญ่ที่ชวนให้ทั้งย่านครึกครื้น จากการแสดงต่างๆ ของอาซากุสะ รวมถึงขบวนเตโกะไมของกลุ่มเกอิชา และการแสดงคุมิโอโดริ เป็นต้น ส่วนวันสุดท้ายจะมีมิโคชิของศาลเจ้าหลัก 3 หลังออกไปตามชุมชน ก่อนจะทำพิธีแห่กลับเข้าสู่ศาลเจ้าในช่วงหลังพระอาทิตย์ตก บรรยากาศยังคงกลิ่นอายยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603–1867) เป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการรำเด็งกะคุที่ถวายเป็นเครื่องสักการะ “ชินจิบินซาซาระไม (Shinji Binzasara Mai)” การรำนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ของกรุงโตเกียว โดยจะบรรเลงจังหวะด้วยเครื่องดนตรีที่เรียกว่า “ซาซาระ” (sasara) ระหว่างรำจะโปรยกระดาษสีแดงและสีขาว พร้อมทั้งมีการแสดงชิชิมะอิ (ระบำสิงโต) ร่วมด้วย เพื่ออธิษฐานขอความอุดมสมบูรณ์ของพืชผล ขับไล่สิ่งชั่วร้าย ขอให้วงศ์ตระกูลรุ่งเรืองยั่งยืน และปัดเป่าโรคภัย
จุดเด่น
-
เทศกาลประจำปีของศาลเจ้าอาซากุสะ จัดขึ้นทุกเดือนพฤษภาคม และเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่เป็นตัวแทนของญี่ปุ่น
-
ตลอด 3 วันของงานมีผู้มาเยือนราว 1.8 ล้านคน สะท้อนบรรยากาศต้นฤดูร้อนของโตเกียวได้อย่างชัดเจน
-
ชมการแสดง “ชินจิบินซาซาระไม” ที่ถวายในวันแรก ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมพื้นบ้านที่จับต้องไม่ได้ของกรุงโตเกียว
-
วันสุดท้ายจะอัญเชิญมิโคชิของศาลเจ้าหลักขึ้นรถลากที่เรียกว่า “ฮิคิได” แล้วแห่เวียนไปตามย่านต่างๆ โดยพิธีแห่ออกจากศาลเจ้าและแห่กลับเข้าสู่ศาลเจ้าจะดำเนินการโดยคณะผู้แทนของอุจิโกะ (ผู้ศรัทธาประจำศาลเจ้า)