
【คู่มือเที่ยวสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน】เติมเต็มใจรักการท่องเที่ยวด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมของชิโกกุ
ถ้าอยากหาที่เที่ยวแบบได้อยู่กับธรรมชาติอย่างเต็มอิ่มในชิโกกุ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” เป็นจุดหมายที่ชวนให้แวะมาไม่น้อย
ที่นี่มีดอกไม้นานาชนิดอย่างเนโมฟีลาและไฮเดรนเยียคอยแต่งแต้มสีสันไปตามฤดูกาล และยังเป็นสวนสาธารณะแห่งชาติแห่งเดียวในภูมิภาคชิโกกุด้วย
ภายในพื้นที่กว้างขวางมีทั้งจุดพักผ่อนและกิจกรรมหลากหลายให้เลือกเพลิดเพลิน
บทความนี้จะพาไปดูไฮไลต์และวิธีเที่ยวแบบสนุก ๆ เพื่อให้แม้แต่ผู้ที่มาเยือน “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” เป็นครั้งแรกก็เพลิดเพลินได้เต็มที่
เสน่ห์ของที่นี่น่าจะทำให้คุณประทับใจจนอยากมาเยือนสักครั้ง อย่าลืมอ่านต่อจนถึงตอนท้าย
สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนเป็นสถานที่แบบไหน?
หากนึกถึงสถานที่ที่ใช้เวลาอยู่ได้ทั้งวันแบบไม่รู้สึกเบื่อ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็เป็นหนึ่งในนั้น
สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอนากาทาโดะ จังหวัดคางาวะ และเป็นสวนสาธารณะแห่งชาติแห่งเดียวในภูมิภาคชิโกกุ
มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 350 เฮกตาร์ และแผ่ขยายอยู่ริมสระมันโน (Mannoike) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทัศนียภาพงดงาม
เสน่ห์ของ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” คือสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติและวัฒนธรรมได้ตลอดทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ จึงเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างมาก
ภายในสวนประดับด้วยดอกไม้และต้นไม้งดงามตามฤดูกาล พร้อมจุดเล่นสนุกมากมาย ทั้งเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ สนามหญ้าขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น และลานออโต้แคมป์
ที่ “สวนนิเวศธรรมชาติ” ซึ่งอนุรักษ์สภาพแวดล้อมแบบซาโตยามะไว้ คุณสามารถชมทิวทัศน์ราวช่วงปี ค.ศ. 1955–1964 รวมถึงพืชและสัตว์เฉพาะถิ่นได้
ตลอดทั้งปียังมีอีเวนต์และเวิร์กช็อปประสบการณ์หลากหลาย จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับสร้างความทรงจำกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ได้อย่างดี

การเดินทางไปสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน
ถ้าวางแผนเดินทางไป “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นเส้นทางที่เริ่มจาก “สถานีทากามัตสึ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางสำหรับเที่ยวจังหวัดคางาวะ
ในช่วงจัดงานประดับไฟ จะมีรถชัตเทิลบัสให้บริการจาก “สถานี เจอาร์โคโตฮิระ” และ “สถานีโคโตเด็นโคโตฮิระ” ด้วย
ใครที่ตั้งใจไปชมงานไฟประดับที่ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็ควรพิจารณาใช้บริการรถชัตเทิลบัสไปพร้อมกัน
- เส้นทาง
-
1. จาก “สถานี เจอาร์ทากามัตสึ” ขึ้นรถด่วนพิเศษสายโยซังของเจอาร์
2. เปลี่ยนไปสายโยซังของเจอาร์ปลายทางโคโตฮิระที่ “สถานีทาโดสึ” แล้วลงที่ “สถานี เจอาร์โคโตฮิระ”
3. ขึ้นรถบัสโคโตะซังที่ป้าย “หน้าสถานีโคโตฮิระ” ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีถึง “ทางเข้าสวนมันโน” - ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที
เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน
เรื่องเวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง
- เวลาเปิดทำการ
-
・1 มีนาคม–19 กรกฎาคม 9:30–17:00
・20 กรกฎาคม–31 สิงหาคม 9:30–18:00
・1 กันยายน–31 ตุลาคม 9:30–17:00
・1 พฤศจิกายน–วันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ 9:30–16:30 - ค่าบริการ
-
・ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป): 450 เยน
・ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป): 210 เยน
・เด็ก (นักเรียนมัธยมต้นหรือต่ำกว่า): ฟรี
เสน่ห์ของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
ไม่ว่าคุณจะมาเยือนช่วงไหนของปี “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็ให้อารมณ์ต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
โดยเฉพาะทิวทัศน์ดอกไม้แสนสวยที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา น่าจะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายได้มากทีเดียว
ต่อไปเราจะพาไปรู้จักเสน่ห์และไฮไลต์ของแต่ละฤดูกาลอย่างละเอียด
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือน “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ดอกไม้บานอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีตามสภาพอากาศ จึงควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการควบคู่กันไป
เสน่ห์ของวิวฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนในฤดูใบไม้ผลิ”
“สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ในฤดูใบไม้ผลิเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชื่นชอบดอกไม้
เริ่มจากซากุระ 11 สายพันธุ์ 400 ต้น และซุยเซ็น 70 สายพันธุ์ 200,000 ต้น ที่เข้าสู่ช่วงสวยงามราวกลางเดือนมีนาคม ก่อนจะตามมาด้วยทิวลิป 32 สายพันธุ์ 40,000 ต้นที่ทยอยบานสะพรั่ง
คุณจะได้เพลิดเพลินกับดอกไม้ประมาณ 8 ชนิดที่บานต่อเนื่องราวกับฟลาวเวอร์รีเลย์ พร้อมชมความแตกต่างของรูปทรงและสีสันในแต่ละสายพันธุ์
แปลงดอกทิวลิปที่ออกแบบไว้อย่างสวยงามชวนให้นึกถึงทุ่งดอกไม้ในเนเธอร์แลนด์
อยากให้ลองดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของเนโมฟีลา 550,000 ต้น ที่ชมได้ตั้งแต่ต้นถึงปลายเดือนเมษายนด้วย
ภาพของพรมสีน้ำเงินที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้นสวยงามเป็นพิเศษ
เป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นตามทางเล็ก ๆ พร้อมรับลมสบายของฤดูใบไม้ผลิ

ไปชมดอกไม้ที่ให้บรรยากาศเฉพาะหน้าร้อนกัน! สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนในฤดูร้อน
ไฮไลต์ของ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ในฤดูร้อนแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ
อย่างแรกคือไฮเดรนเยียที่สวยงามที่สุดในช่วงต้นถึงปลายเดือนมิถุนายน
ที่สวนไฮเดรนเยียจะมีไฮเดรนเยียสีสันสดใสบานสะพรั่งประมาณ 40 สายพันธุ์ 20,000 ต้น และสายฝนในฤดูฝนก็ยิ่งช่วยเติมเสน่ห์ให้บรรยากาศมากขึ้น
แนะนำให้ถือร่มญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่มีบริการให้ยืมฟรี แล้วเดินเล่นรอบ ๆ จะได้บรรยากาศเป็นพิเศษ
เมื่อเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัวช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม คุณจะได้รับพลังจากทานตะวันประมาณ 8,000 ต้นที่บานอย่างแข็งแรงท้าความร้อน
อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือทิวทัศน์ของโคเคียทรงกลมน่ารักที่แต่งแต้มสวนด้วยสีเขียว
โคเคียประมาณ 6,000 ต้น สูงราว 90 เซนติเมตร ถูกปลูกเรียงอย่างเป็นระเบียบ และเมื่อไหวตามลมก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายราวกับสิ่งมีชีวิตน้อย ๆ
ช่วงการประดับไฟยามค่ำคืนในกลางเดือนสิงหาคมก็น่าชมไม่แพ้กัน เพราะสร้างบรรยากาศแฟนตาซีด้วยแสงสว่างอ่อน ๆ

“สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนในฤดูใบไม้ร่วง” ที่ให้คุณสัมผัสการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล
พูดถึงสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วง ก็ต้องนึกถึงคอสมอส
ที่ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” มีคอสมอสราว 6 สายพันธุ์ 280,000 ต้น เช่น ช็อกโกแลตคอสมอสและคิบานะคอสมอส ให้ชมทั้งความต่างของสีขาว แดง เหลือง และกลิ่นหอมอ่อน ๆ
เพราะแต่ละสายพันธุ์มีช่วงเวลาออกดอกต่างกัน ดอกไม้และต้นไม้ในสวนจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีสันของฤดูใบไม้ร่วงทีละน้อย
การได้เห็นการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลด้วยตาตัวเองก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ
ส่วนโคเคียที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ในช่วงนี้จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง ไล่เฉดสีอย่างสวยงาม ก่อนจะกลายเป็นสีน้ำตาลทองในท้ายที่สุด
นอกจากนี้ ช่วงกลางเดือนกันยายนถึงปลายเดือนตุลาคมยังมีการจัดงาน “เทศกาลสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง” ภายในช่วงงานจะคึกคักไปด้วยกิจกรรมมากมายทั้งอาหาร ดนตรี และกีฬา โดยแต่ละปีก็มีการวางแผนเนื้อหาแตกต่างกันไปด้วย

จัดงานไฟประดับขนาดใหญ่ที่สุดในชิโกกุ! สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนในฤดูหนาว
พอเข้าสู่ฤดูหนาว “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็เผยอีกบรรยากาศที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน
ที่นี่มีชื่อเสียงในฐานะจุดชมไฟประดับ และในช่วงจัดงาน “วินเทอร์แฟนตาซี” ซึ่งเป็นงานไฟประดับขนาดใหญ่ที่สุดในชิโกกุ ก็จะมีผู้คนเดินทางมาจากทั่วญี่ปุ่น
ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนที่มีการขยายเวลาเปิดทำการ ไปจนถึงช่วงอีเวนต์ปีใหม่ ภายในสวนจะถูกตกแต่งด้วยลูกเล่นหลากหลาย จนคุณอาจประหลาดใจกับบรรยากาศยามค่ำคืนที่แตกต่างจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง
บริเวณทางเข้าจะมีต้นไม้สัญลักษณ์สูง 10 เมตรปรากฏขึ้น ส่วนพื้นที่สนามหญ้าจะถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟอันสง่างามจากหลอดแอลอีดีประมาณ 650,000 ดวง
อุโมงค์แสงไฟและไฟประดับที่สะท้อนบนผิวน้ำของน้ำตกโชริวที่ตกแต่งไว้อย่างงดงามก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน
อีกหนึ่งจุดเด่นคือคอนเซ็ปต์ของงานจะเปลี่ยนไปในแต่ละครั้ง จึงสามารถเพลิดเพลินกับความแตกต่างในแต่ละปีได้
หลังจบงานไฟประดับและเข้าสู่ช่วงปลายเดือนมกราคม ดอกไม้ฤดูหนาวอย่างคริสต์มาสโรสและดอกบ๊วยจะกลับมาสร้างสีสันในสวนอีกครั้ง พร้อมรอการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ

5 วิธีสนุกกับเสน่ห์อันหลากหลายของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน
ถ้าพูดถึงสถานที่ที่รวมความสนุกไว้ค่อนข้างครบ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็ชวนให้นึกถึงได้ไม่ยาก
ภายในสวนที่รายล้อมด้วยธรรมชาติสุดสายตา คุณจะได้ทั้งผ่อนคลายกับวิวสวย ๆ ออกกำลังกายในลานกว้าง และร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปต่าง ๆ แบบไม่มีหมด
ในบรรดาเสน่ห์มากมายเหล่านั้น เราคัด 5 จุดที่ไม่ควรพลาดมาแนะนำ
ถ้าอยากเที่ยวให้เต็มอิ่มจริง ๆ อาจรู้สึกว่าแค่ 1 วันยังไม่พอ
1. เดินเล่นชมความงามของสวนที่ผสานธรรมชาติกับสิ่งปลูกสร้างได้อย่างลงตัว
หนึ่งในเหตุผลที่ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ได้รับความนิยม คือแม้จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ก็ได้รับการดูแลอย่างดีทั่วทั้งสวน ทำให้สามารถชมทิวทัศน์ที่หลากหลายและสวยงามได้อย่างสบายใจ
ธรรมชาติและองค์ประกอบที่มนุษย์สร้างขึ้นผสานกันอย่างลงตัว แค่เดินเล่นในสวนก็น่าจะเพลิดเพลินได้มากแล้ว
บริเวณทางเข้าจะมี “โดรามุ” ซึ่งเป็นประติมากรรมดอกไม้และเป็นทั้งสัญลักษณ์ของเมืองมันโนกับมาสคอตของสวนแห่งนี้ คอยต้อนรับผู้มาเยือน
เมื่อเดินผ่าน “เวสตาแห่งสีเขียวและหิน” ที่มีกำแพงหินขนาบสองข้าง จากทางเข้ามุ่งสู่ลานกว้าง ก็จะเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่โลกแห่งธรรมชาติอย่างแท้จริง
อีกเกร็ดที่น่าสนใจคือ “เวสตาแห่งสีเขียวและหิน” ถูกออกแบบให้ทางเดินแคบลงเมื่อเดินลึกเข้าไป จึงเกิดมิติความลึกที่ชวนให้สังเกต
เมื่อเดินต่อไป คุณจะพบกับน้ำตกเทียม “น้ำตกโชริว” ที่มีความสูงต่างระดับประมาณ 9 เมตร พร้อมละอองน้ำและพลังของสายน้ำที่น่าตื่นตา
และนี่เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะยังมีจุดชมวิวสวยอีกมากมายในสวนแห่งนี้
หากมีโอกาส อยากชวนให้คุณมาสัมผัสพื้นที่อันยอดเยี่ยมนี้ด้วยตัวเอง เพราะภาพถ่ายอาจถ่ายทอดได้ไม่หมด


2. เพลิดเพลินกับภูมิทัศน์ธรรมชาติอันกว้างใหญ่
ถ้าอยากค่อย ๆ ซึมซับความกว้างใหญ่ของธรรมชาติ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็มีมุมให้แวะอยู่หลายจุด
ไม่ได้มีเพียงดอกไม้และต้นไม้งามตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังรายล้อมด้วยภูมิทัศน์ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
“สระฮิริว” จุดชม “น้ำตกโชริว” ข้ามสระน้ำ คือสถานที่ที่ต้นไม้เขียวสดสะท้อนผิวน้ำและสร้างบรรยากาศเงียบสงบได้อย่างยอดเยี่ยม
ลองใช้เวลาซึมซับธรรมชาติอย่างเต็มที่บนดาดฟ้าไม้ที่ติดตั้งไว้ตรงจุดชมวิว
โดยเฉพาะราวเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่มีธงปลาคาร์ฟลอยเหนือสระ และดอกอาซาเลียสีแดงก็สวยสะดุดตา จึงน่าแวะชมเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ “ป่าซานุกิ” ที่ผสมผสานทั้งการเรียนรู้และความสนุกก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด
จาก “จุดชมวิวบนภูเขามิฮาราชิ” ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 277 เมตร สามารถมองเห็นวิวสวยของสระมันโนและทะเลเซโตะในได้
ส่วนที่ “ช่องเขาฮากาคุเระ” ซึ่งมีต้นไม้แผ่กว้างไปทั่วบริเวณ คุณจะได้สูดอากาศสดชื่นและผ่อนคลายอย่างเต็มที่

3. สนุกกับเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่เด็ก ๆ ตื่นเต้นสุด ๆ
สำหรับครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มาเที่ยว โซนเครื่องเล่นของ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” น่าจะเป็นจุดที่เรียกเสียงตื่นเต้นได้ดีมาก
“สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” มีเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่ให้ประสบการณ์เหนือกว่าปกติอยู่มากมาย และดึงดูดใจเด็ก ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ในบรรดานั้น “ฟุวะฟุวะโดม” (สำหรับเด็กประถมหรือต่ำกว่าเท่านั้น) ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เพราะสามารถกระโดดเด้งได้เหมือนแทรมโพลีนและให้ความรู้สึกราวกับเดินอยู่บนก้อนเมฆ
อีกจุดที่แนะนำคือ “เครื่องเล่นตาข่ายรูปมังกรขนาดใหญ่” ที่ให้เด็ก ๆ ได้ปีนขึ้นสู่ยอด วิ่งผ่านอุโมงค์ และใช้จินตนาการอย่างอิสระ
นอกจากนี้ อย่าลืมแวะ “เอ็กซ์สไลเดอร์” ที่ตั้งอยู่คนละจุดด้วย
สไลเดอร์ลูกกลิ้งยาว 65 เมตรและ 50 เมตรตัดกันเป็นรูปตัว X ให้ความสนุกตื่นเต้นกับการไถลลงจากความสูงต่างระดับประมาณ 14 เมตร จนอยากเล่นซ้ำหลายรอบแน่นอน
แม้ที่นี่เราจะยกมาแนะนำเพียง 3 อย่าง แต่ยังมีเครื่องเล่นน่าสนใจอีกมากมาย และขึ้นชื่อว่าเหมาะสำหรับครอบครัวด้วย


4. สัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมญี่ปุ่นหลากหลายรูปแบบ
อีกเสน่ห์หนึ่งของ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” คือกิจกรรมเชิงประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ใกล้ขึ้น
ที่ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” มีการจัดกิจกรรมเชิงประสบการณ์หลากหลายทุกเดือน โดยใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่
ตัวอย่างเช่น “คลาสสมุนไพร” ที่นำดอกไม้และพืชที่เก็บเกี่ยวในสวนมาทำเป็นตะกร้าดอกไม้หรือพวงหรีด และ “กิจกรรมเผาถ่าน” ที่ให้ลองนำไม้จากการตัดแต่งป่าเข้าเตาและนำออกจากเตา
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนกับคนท้องถิ่นที่สอนการละเล่นแบบดั้งเดิมและงานจักสานไม้ไผ่ รวมถึง “คลาสทำอุด้ง” ที่ให้ลองนวดแป้งตั้งแต่ขั้นตอนแรกเพื่อทำอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของคางาวะ จึงได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไปพร้อมกัน
อีกข้อดีคือมีโปรแกรมให้เลือกหลากหลาย จึงสนุกได้หลายรูปแบบ
หากวางแผนจะเข้าร่วมกิจกรรม แนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์ทางการล่วงหน้า ทั้งรายละเอียดกิจกรรมในวันเที่ยวและความจำเป็นในการสมัครก่อนเข้าร่วม

5. สนุกกับการตั้งแคมป์ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ถ้าอยากใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติให้นานขึ้นอีกหน่อย ภายในสวนก็มีตัวเลือกสำหรับการค้างคืนด้วย
ภายในสวนมีลานออโต้แคมป์ “ฮตโตะ! สเตย์ มันโน” ตั้งอยู่ด้วย
ลานแคมป์แห่งนี้ได้รับการรับรองระดับสูงสุด 5 ดาวจากสมาคมออโต้แคมป์ญี่ปุ่น และได้รับคำชื่นชมอย่างมากในด้านการบริการที่ยอดเยี่ยม
หากบอกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ 5 ดาวเช่นนี้มีเพียง 10 แห่งทั่วประเทศ และที่นี่เป็นแห่งแรกในภูมิภาคชิโกกุที่ได้รับการรับรอง ก็น่าจะทำให้เห็นถึงความโดดเด่นของสถานที่ได้ชัดเจน
มีพื้นที่ให้เลือกหลายแบบ เช่น คาร์ไซต์ ฟรีไซต์ และเคบิน จึงเหมาะทั้งสำหรับนักแคมป์ตัวจริงและมือใหม่
อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ครบครันมาก ไม่ว่าจะเป็นก๊อกน้ำร้อน อ่างล้างจาน ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำหยอดเหรียญ และแม้แต่จุดจ่ายไฟ จึงน่าจะช่วยให้คุณดื่มด่ำกับการตั้งแคมป์ได้อย่างสบายไร้กังวล
ที่ศูนย์บริหารใกล้ ๆ ยังมีบริการเช่าอุปกรณ์จำเป็น เช่น เต็นท์ ถุงนอน และตะเกียง รวมถึงสามารถซื้อฟืนและเครื่องปรุงได้ด้วย จึงมาแบบตัวเปล่าก็ยังอุ่นใจ

3 แหล่งท่องเที่ยวรอบสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน
หากยังมีเวลาเที่ยวต่อ รอบ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็มีสถานที่น่าแวะอีกหลายแห่ง
ครั้งนี้เราขอเลือกมาแนะนำ 3 จุดที่น่าไปเยือน
ทุกแห่งล้วนมีประวัติศาสตร์ยาวนานและลึกซึ้ง ให้คุณสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างใกล้ชิด
แต่ละแห่งยังมีวิวสวยและมีเสน่ห์เฉพาะตัวต่างกันไป จึงอยากชวนให้ลองแวะเที่ยวควบคู่กัน
1. สวนริทสึริน
สวนริทสึรินเป็นสวนที่สร้างเสร็จเมื่อเกือบ 300 ปีก่อน โดยไดเมียวรุ่นต่าง ๆ แห่งแคว้นทากามัตสึตระกูลมัตสึไดระช่วยกันบูรณะและต่อเติมในฐานะคฤหาสน์พักผ่อน
พื้นที่ส่วนสวนราบมีขนาดใหญ่ถึง 16 เฮกตาร์ แต่หากรวมภูเขาชิอุนซังที่เป็นฉากหลังด้วย จะมีพื้นที่มากถึงประมาณ 75 เฮกตาร์ และถือเป็นสวนทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทัศนียภาพงดงามพิเศษของชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ที่นี่เป็นสวนแบบเดินชมรอบซึ่งประกอบด้วยสระน้ำ 6 แห่งและเนินจำลอง 13 ลูก ตามแนวคิด “หนึ่งก้าวหนึ่งทิวทัศน์” จึงสามารถชื่นชมภาพงามที่แตกต่างกันไปทุกครั้งที่ก้าวเดิน

2. ศาลเจ้าโคโตฮิรากู
ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาโซซุและเป็นศูนย์กลางสำคัญของศรัทธาต่อเทพโคโตฮิระ โดยมีผู้มาสักการะประมาณ 4 ล้านคนต่อปี
จากเมืองหน้าศาลเจ้าขึ้นไปถึงอาคารหลักจะต้องเดินผ่านบันไดหินยาวต่อเนื่อง ซึ่งมีจำนวนถึง 785 ขั้น
ลองค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปทีละขั้นพร้อมอธิษฐานตามความตั้งใจของคุณ
ระหว่างทางยังแวะชมจุดอาร์ตที่จัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและงานศิลปะของศาลเจ้า หรือพักผ่อนที่คาเฟ่และร้านอาหารคามิสึบากิ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

3. ปราสาทมารุงาเมะ
ปราสาทมารุงาเมะเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมารุงาเมะที่มีประวัติยาวนาน 400 ปี
เป็นปราสาทบนเนินที่ขุนศึกอิโคมะ จิกามาซะสร้างขึ้นร่วมกับคาซึมาซะบุตรชาย โดยใช้เวลาถึง 5 ปี
กำแพงหินที่ก่อซ้อนจากคูชั้นในขึ้นไปถึงหอคอยปราสาทมีความสูงประมาณ 60 เมตร ซึ่งนับว่าสูงระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น และด้วยเส้นโค้งอันเป็นเอกลักษณ์จึงได้รับการขนานนามว่า “ความลาดแบบพัด”

รีวิวของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน
Q
เดินทางจากสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนไปสวนริทสึรินอย่างไร?
นั่งแท็กซี่กลับไปที่ “สถานีโคโตฮิระ” แล้วขึ้นรถไฟสายโคโตฮิระปลายทางทากามัตสึจิกโกจาก “สถานีโคโตเด็นโคโตฮิระ” ลงที่ “สถานีริทสึรินโคเอ็น” จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาทีจะถึง (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)
Q
เดินทางจากสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนไปจิจิบุงาฮามะอย่างไร?
นั่งแท็กซี่กลับไปที่ “สถานีโคโตฮิระ” แล้วขึ้นรถไฟสายโดซังของเจอาร์ปลายทางทากามัตสึจาก “สถานี เจอาร์โคโตฮิระ” ลงที่ “สถานีทาโดสึ” จากนั้นเปลี่ยนไปสายโยซังของเจอาร์ปลายทางคันอนจิ แล้วลงที่ “สถานีทาคุมะ” ต่อรถบัสสายนิโอะปลายทางโรงพยาบาลทั่วไปมิโทโย และลงที่ป้าย “จิจิบุงาฮามะ” ก็จะถึงจุดหมาย (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที)
Q
งานไฟประดับของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนจัดตั้งแต่เมื่อไรถึงเมื่อไร?
จัดตั้งแต่วันเสาร์ของสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนมกราคม
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักไฮไลต์และวิธีเที่ยว “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ที่โดดเด่นด้วยธรรมชาติและดอกไม้สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
ภายในสวนมีจุดเล่นและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้มาเที่ยวช่วงไหนก็สนุกได้เต็มที่
ถ้ามีโอกาส อยากชวนให้คุณลองมาเยือน “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” สักครั้ง และหากได้กลับมาอีกในฤดูกาลที่ต่างกัน ก็จะได้สัมผัสเสน่ห์ที่เปลี่ยนไปเช่นกัน
บทความนี้ยังรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและของกินแนะนำของคางาวะที่ช่วยวางแผนเที่ยวได้สะดวก ลองอ่านต่อควบคู่กันได้เลย