【คู่มือเที่ยวสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน】เติมเต็มใจรักการท่องเที่ยวด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมของชิโกกุ

【คู่มือเที่ยวสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน】เติมเต็มใจรักการท่องเที่ยวด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรมของชิโกกุ

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากหาที่เที่ยวแบบได้อยู่กับธรรมชาติอย่างเต็มอิ่มในชิโกกุ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” เป็นจุดหมายที่ชวนให้แวะมาไม่น้อย
ที่นี่มีดอกไม้นานาชนิดอย่างเนโมฟีลาและไฮเดรนเยียคอยแต่งแต้มสีสันไปตามฤดูกาล และยังเป็นสวนสาธารณะแห่งชาติแห่งเดียวในภูมิภาคชิโกกุด้วย
ภายในพื้นที่กว้างขวางมีทั้งจุดพักผ่อนและกิจกรรมหลากหลายให้เลือกเพลิดเพลิน
บทความนี้จะพาไปดูไฮไลต์และวิธีเที่ยวแบบสนุก ๆ เพื่อให้แม้แต่ผู้ที่มาเยือน “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” เป็นครั้งแรกก็เพลิดเพลินได้เต็มที่
เสน่ห์ของที่นี่น่าจะทำให้คุณประทับใจจนอยากมาเยือนสักครั้ง อย่าลืมอ่านต่อจนถึงตอนท้าย

สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนเป็นสถานที่แบบไหน?

หากนึกถึงสถานที่ที่ใช้เวลาอยู่ได้ทั้งวันแบบไม่รู้สึกเบื่อ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็เป็นหนึ่งในนั้น
สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอนากาทาโดะ จังหวัดคางาวะ และเป็นสวนสาธารณะแห่งชาติแห่งเดียวในภูมิภาคชิโกกุ
มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 350 เฮกตาร์ และแผ่ขยายอยู่ริมสระมันโน (Mannoike) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทัศนียภาพงดงาม
เสน่ห์ของ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” คือสามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติและวัฒนธรรมได้ตลอดทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ จึงเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งอย่างมาก
ภายในสวนประดับด้วยดอกไม้และต้นไม้งดงามตามฤดูกาล พร้อมจุดเล่นสนุกมากมาย ทั้งเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ สนามหญ้าขนาดใหญ่ระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น และลานออโต้แคมป์
ที่ “สวนนิเวศธรรมชาติ” ซึ่งอนุรักษ์สภาพแวดล้อมแบบซาโตยามะไว้ คุณสามารถชมทิวทัศน์ราวช่วงปี ค.ศ. 1955–1964 รวมถึงพืชและสัตว์เฉพาะถิ่นได้
ตลอดทั้งปียังมีอีเวนต์และเวิร์กช็อปประสบการณ์หลากหลาย จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับสร้างความทรงจำกับครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ได้อย่างดี

สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรม พร้อมสนุกได้เต็มที่ในพื้นที่กว้างใหญ่
สัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรม พร้อมสนุกได้เต็มที่ในพื้นที่กว้างใหญ่

การเดินทางไปสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน

ถ้าวางแผนเดินทางไป “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ข้อมูลด้านล่างนี้เป็นเส้นทางที่เริ่มจาก “สถานีทากามัตสึ” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางสำหรับเที่ยวจังหวัดคางาวะ
ในช่วงจัดงานประดับไฟ จะมีรถชัตเทิลบัสให้บริการจาก “สถานี เจอาร์โคโตฮิระ” และ “สถานีโคโตเด็นโคโตฮิระ” ด้วย
ใครที่ตั้งใจไปชมงานไฟประดับที่ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็ควรพิจารณาใช้บริการรถชัตเทิลบัสไปพร้อมกัน

เส้นทาง
1. จาก “สถานี เจอาร์ทากามัตสึ” ขึ้นรถด่วนพิเศษสายโยซังของเจอาร์
2. เปลี่ยนไปสายโยซังของเจอาร์ปลายทางโคโตฮิระที่ “สถานีทาโดสึ” แล้วลงที่ “สถานี เจอาร์โคโตฮิระ”
3. ขึ้นรถบัสโคโตะซังที่ป้าย “หน้าสถานีโคโตฮิระ” ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีถึง “ทางเข้าสวนมันโน”
ระยะเวลาเดินทาง
ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที

เวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน

เรื่องเวลาเปิดทำการและค่าเข้าชมของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง

เวลาเปิดทำการ
・1 มีนาคม–19 กรกฎาคม 9:30–17:00
・20 กรกฎาคม–31 สิงหาคม 9:30–18:00
・1 กันยายน–31 ตุลาคม 9:30–17:00
・1 พฤศจิกายน–วันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ 9:30–16:30
ค่าบริการ
・ผู้ใหญ่ (อายุ 15 ปีขึ้นไป): 450 เยน
・ผู้สูงอายุ (อายุ 65 ปีขึ้นไป): 210 เยน
・เด็ก (นักเรียนมัธยมต้นหรือต่ำกว่า): ฟรี

เสน่ห์ของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล

ไม่ว่าคุณจะมาเยือนช่วงไหนของปี “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็ให้อารมณ์ต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
โดยเฉพาะทิวทัศน์ดอกไม้แสนสวยที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา น่าจะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายได้มากทีเดียว
ต่อไปเราจะพาไปรู้จักเสน่ห์และไฮไลต์ของแต่ละฤดูกาลอย่างละเอียด
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือน “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ดอกไม้บานอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปีตามสภาพอากาศ จึงควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการควบคู่กันไป

เสน่ห์ของวิวฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนในฤดูใบไม้ผลิ”

“สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ในฤดูใบไม้ผลิเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชื่นชอบดอกไม้
เริ่มจากซากุระ 11 สายพันธุ์ 400 ต้น และซุยเซ็น 70 สายพันธุ์ 200,000 ต้น ที่เข้าสู่ช่วงสวยงามราวกลางเดือนมีนาคม ก่อนจะตามมาด้วยทิวลิป 32 สายพันธุ์ 40,000 ต้นที่ทยอยบานสะพรั่ง
คุณจะได้เพลิดเพลินกับดอกไม้ประมาณ 8 ชนิดที่บานต่อเนื่องราวกับฟลาวเวอร์รีเลย์ พร้อมชมความแตกต่างของรูปทรงและสีสันในแต่ละสายพันธุ์
แปลงดอกทิวลิปที่ออกแบบไว้อย่างสวยงามชวนให้นึกถึงทุ่งดอกไม้ในเนเธอร์แลนด์
อยากให้ลองดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของเนโมฟีลา 550,000 ต้น ที่ชมได้ตั้งแต่ต้นถึงปลายเดือนเมษายนด้วย
ภาพของพรมสีน้ำเงินที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้นสวยงามเป็นพิเศษ
เป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากสำหรับการเดินเล่นตามทางเล็ก ๆ พร้อมรับลมสบายของฤดูใบไม้ผลิ

วิวฤดูใบไม้ผลิสุดตระการตาที่เบื้องหน้าเต็มไปด้วยเนโมฟีลา
วิวฤดูใบไม้ผลิสุดตระการตาที่เบื้องหน้าเต็มไปด้วยเนโมฟีลา

ไปชมดอกไม้ที่ให้บรรยากาศเฉพาะหน้าร้อนกัน! สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนในฤดูร้อน

ไฮไลต์ของ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ในฤดูร้อนแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ
อย่างแรกคือไฮเดรนเยียที่สวยงามที่สุดในช่วงต้นถึงปลายเดือนมิถุนายน
ที่สวนไฮเดรนเยียจะมีไฮเดรนเยียสีสันสดใสบานสะพรั่งประมาณ 40 สายพันธุ์ 20,000 ต้น และสายฝนในฤดูฝนก็ยิ่งช่วยเติมเสน่ห์ให้บรรยากาศมากขึ้น
แนะนำให้ถือร่มญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่มีบริการให้ยืมฟรี แล้วเดินเล่นรอบ ๆ จะได้บรรยากาศเป็นพิเศษ
เมื่อเข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัวช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม คุณจะได้รับพลังจากทานตะวันประมาณ 8,000 ต้นที่บานอย่างแข็งแรงท้าความร้อน
อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือทิวทัศน์ของโคเคียทรงกลมน่ารักที่แต่งแต้มสวนด้วยสีเขียว
โคเคียประมาณ 6,000 ต้น สูงราว 90 เซนติเมตร ถูกปลูกเรียงอย่างเป็นระเบียบ และเมื่อไหวตามลมก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายราวกับสิ่งมีชีวิตน้อย ๆ
ช่วงการประดับไฟยามค่ำคืนในกลางเดือนสิงหาคมก็น่าชมไม่แพ้กัน เพราะสร้างบรรยากาศแฟนตาซีด้วยแสงสว่างอ่อน ๆ

ค่ำคืนฤดูร้อนแสนแฟนตาซีที่โคเคียและแสงไฟร่วมกันรังสรรค์
ค่ำคืนฤดูร้อนแสนแฟนตาซีที่โคเคียและแสงไฟร่วมกันรังสรรค์

“สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนในฤดูใบไม้ร่วง” ที่ให้คุณสัมผัสการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล

พูดถึงสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วง ก็ต้องนึกถึงคอสมอส
ที่ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” มีคอสมอสราว 6 สายพันธุ์ 280,000 ต้น เช่น ช็อกโกแลตคอสมอสและคิบานะคอสมอส ให้ชมทั้งความต่างของสีขาว แดง เหลือง และกลิ่นหอมอ่อน ๆ
เพราะแต่ละสายพันธุ์มีช่วงเวลาออกดอกต่างกัน ดอกไม้และต้นไม้ในสวนจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีสันของฤดูใบไม้ร่วงทีละน้อย
การได้เห็นการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลด้วยตาตัวเองก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ
ส่วนโคเคียที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ในช่วงนี้จะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง ไล่เฉดสีอย่างสวยงาม ก่อนจะกลายเป็นสีน้ำตาลทองในท้ายที่สุด
นอกจากนี้ ช่วงกลางเดือนกันยายนถึงปลายเดือนตุลาคมยังมีการจัดงาน “เทศกาลสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง” ภายในช่วงงานจะคึกคักไปด้วยกิจกรรมมากมายทั้งอาหาร ดนตรี และกีฬา โดยแต่ละปีก็มีการวางแผนเนื้อหาแตกต่างกันไปด้วย

ลองเดินเล่นท่ามกลางคอสมอสหลากสี แล้วซึมซับบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง
ลองเดินเล่นท่ามกลางคอสมอสหลากสี แล้วซึมซับบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วง

จัดงานไฟประดับขนาดใหญ่ที่สุดในชิโกกุ! สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนในฤดูหนาว

พอเข้าสู่ฤดูหนาว “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็เผยอีกบรรยากาศที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน
ที่นี่มีชื่อเสียงในฐานะจุดชมไฟประดับ และในช่วงจัดงาน “วินเทอร์แฟนตาซี” ซึ่งเป็นงานไฟประดับขนาดใหญ่ที่สุดในชิโกกุ ก็จะมีผู้คนเดินทางมาจากทั่วญี่ปุ่น
ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนที่มีการขยายเวลาเปิดทำการ ไปจนถึงช่วงอีเวนต์ปีใหม่ ภายในสวนจะถูกตกแต่งด้วยลูกเล่นหลากหลาย จนคุณอาจประหลาดใจกับบรรยากาศยามค่ำคืนที่แตกต่างจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง
บริเวณทางเข้าจะมีต้นไม้สัญลักษณ์สูง 10 เมตรปรากฏขึ้น ส่วนพื้นที่สนามหญ้าจะถูกโอบล้อมด้วยแสงไฟอันสง่างามจากหลอดแอลอีดีประมาณ 650,000 ดวง
อุโมงค์แสงไฟและไฟประดับที่สะท้อนบนผิวน้ำของน้ำตกโชริวที่ตกแต่งไว้อย่างงดงามก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน
อีกหนึ่งจุดเด่นคือคอนเซ็ปต์ของงานจะเปลี่ยนไปในแต่ละครั้ง จึงสามารถเพลิดเพลินกับความแตกต่างในแต่ละปีได้
หลังจบงานไฟประดับและเข้าสู่ช่วงปลายเดือนมกราคม ดอกไม้ฤดูหนาวอย่างคริสต์มาสโรสและดอกบ๊วยจะกลับมาสร้างสีสันในสวนอีกครั้ง พร้อมรอการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ

สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนในฤดูหนาวที่เปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่งจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง
สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนในฤดูหนาวที่เปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่งจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง

5 วิธีสนุกกับเสน่ห์อันหลากหลายของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน

ถ้าพูดถึงสถานที่ที่รวมความสนุกไว้ค่อนข้างครบ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็ชวนให้นึกถึงได้ไม่ยาก
ภายในสวนที่รายล้อมด้วยธรรมชาติสุดสายตา คุณจะได้ทั้งผ่อนคลายกับวิวสวย ๆ ออกกำลังกายในลานกว้าง และร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปต่าง ๆ แบบไม่มีหมด
ในบรรดาเสน่ห์มากมายเหล่านั้น เราคัด 5 จุดที่ไม่ควรพลาดมาแนะนำ
ถ้าอยากเที่ยวให้เต็มอิ่มจริง ๆ อาจรู้สึกว่าแค่ 1 วันยังไม่พอ

1. เดินเล่นชมความงามของสวนที่ผสานธรรมชาติกับสิ่งปลูกสร้างได้อย่างลงตัว

หนึ่งในเหตุผลที่ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ได้รับความนิยม คือแม้จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ก็ได้รับการดูแลอย่างดีทั่วทั้งสวน ทำให้สามารถชมทิวทัศน์ที่หลากหลายและสวยงามได้อย่างสบายใจ
ธรรมชาติและองค์ประกอบที่มนุษย์สร้างขึ้นผสานกันอย่างลงตัว แค่เดินเล่นในสวนก็น่าจะเพลิดเพลินได้มากแล้ว
บริเวณทางเข้าจะมี “โดรามุ” ซึ่งเป็นประติมากรรมดอกไม้และเป็นทั้งสัญลักษณ์ของเมืองมันโนกับมาสคอตของสวนแห่งนี้ คอยต้อนรับผู้มาเยือน
เมื่อเดินผ่าน “เวสตาแห่งสีเขียวและหิน” ที่มีกำแพงหินขนาบสองข้าง จากทางเข้ามุ่งสู่ลานกว้าง ก็จะเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่โลกแห่งธรรมชาติอย่างแท้จริง
อีกเกร็ดที่น่าสนใจคือ “เวสตาแห่งสีเขียวและหิน” ถูกออกแบบให้ทางเดินแคบลงเมื่อเดินลึกเข้าไป จึงเกิดมิติความลึกที่ชวนให้สังเกต
เมื่อเดินต่อไป คุณจะพบกับน้ำตกเทียม “น้ำตกโชริว” ที่มีความสูงต่างระดับประมาณ 9 เมตร พร้อมละอองน้ำและพลังของสายน้ำที่น่าตื่นตา
และนี่เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะยังมีจุดชมวิวสวยอีกมากมายในสวนแห่งนี้
หากมีโอกาส อยากชวนให้คุณมาสัมผัสพื้นที่อันยอดเยี่ยมนี้ด้วยตัวเอง เพราะภาพถ่ายอาจถ่ายทอดได้ไม่หมด

ทางเข้าที่มีมาสคอต “โดรามุ” คอยต้อนรับ
ทางเข้าที่มีมาสคอต “โดรามุ” คอยต้อนรับ
“น้ำตกโชริว” ที่ให้คุณชมทิวทัศน์อันทรงพลัง
“น้ำตกโชริว” ที่ให้คุณชมทิวทัศน์อันทรงพลัง

2. เพลิดเพลินกับภูมิทัศน์ธรรมชาติอันกว้างใหญ่

ถ้าอยากค่อย ๆ ซึมซับความกว้างใหญ่ของธรรมชาติ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็มีมุมให้แวะอยู่หลายจุด
ไม่ได้มีเพียงดอกไม้และต้นไม้งามตามฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังรายล้อมด้วยภูมิทัศน์ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
“สระฮิริว” จุดชม “น้ำตกโชริว” ข้ามสระน้ำ คือสถานที่ที่ต้นไม้เขียวสดสะท้อนผิวน้ำและสร้างบรรยากาศเงียบสงบได้อย่างยอดเยี่ยม
ลองใช้เวลาซึมซับธรรมชาติอย่างเต็มที่บนดาดฟ้าไม้ที่ติดตั้งไว้ตรงจุดชมวิว
โดยเฉพาะราวเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่มีธงปลาคาร์ฟลอยเหนือสระ และดอกอาซาเลียสีแดงก็สวยสะดุดตา จึงน่าแวะชมเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ “ป่าซานุกิ” ที่ผสมผสานทั้งการเรียนรู้และความสนุกก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด
จาก “จุดชมวิวบนภูเขามิฮาราชิ” ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 277 เมตร สามารถมองเห็นวิวสวยของสระมันโนและทะเลเซโตะในได้
ส่วนที่ “ช่องเขาฮากาคุเระ” ซึ่งมีต้นไม้แผ่กว้างไปทั่วบริเวณ คุณจะได้สูดอากาศสดชื่นและผ่อนคลายอย่างเต็มที่

สระฮิริวกับทิวทัศน์งดงามที่ผสานความเขียวสดของธรรมชาติเข้ากับผืนน้ำ
สระฮิริวกับทิวทัศน์งดงามที่ผสานความเขียวสดของธรรมชาติเข้ากับผืนน้ำ

3. สนุกกับเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่เด็ก ๆ ตื่นเต้นสุด ๆ

สำหรับครอบครัวที่พาเด็ก ๆ มาเที่ยว โซนเครื่องเล่นของ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” น่าจะเป็นจุดที่เรียกเสียงตื่นเต้นได้ดีมาก
“สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” มีเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่ให้ประสบการณ์เหนือกว่าปกติอยู่มากมาย และดึงดูดใจเด็ก ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ในบรรดานั้น “ฟุวะฟุวะโดม” (สำหรับเด็กประถมหรือต่ำกว่าเท่านั้น) ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เพราะสามารถกระโดดเด้งได้เหมือนแทรมโพลีนและให้ความรู้สึกราวกับเดินอยู่บนก้อนเมฆ
อีกจุดที่แนะนำคือ “เครื่องเล่นตาข่ายรูปมังกรขนาดใหญ่” ที่ให้เด็ก ๆ ได้ปีนขึ้นสู่ยอด วิ่งผ่านอุโมงค์ และใช้จินตนาการอย่างอิสระ
นอกจากนี้ อย่าลืมแวะ “เอ็กซ์สไลเดอร์” ที่ตั้งอยู่คนละจุดด้วย
สไลเดอร์ลูกกลิ้งยาว 65 เมตรและ 50 เมตรตัดกันเป็นรูปตัว X ให้ความสนุกตื่นเต้นกับการไถลลงจากความสูงต่างระดับประมาณ 14 เมตร จนอยากเล่นซ้ำหลายรอบแน่นอน
แม้ที่นี่เราจะยกมาแนะนำเพียง 3 อย่าง แต่ยังมีเครื่องเล่นน่าสนใจอีกมากมาย และขึ้นชื่อว่าเหมาะสำหรับครอบครัวด้วย

“ฟุวะฟุวะโดม” ที่ให้สัมผัสแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
“ฟุวะฟุวะโดม” ที่ให้สัมผัสแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
เครื่องเล่นตาข่ายที่สนุกได้หลายรูปแบบ
เครื่องเล่นตาข่ายที่สนุกได้หลายรูปแบบ

4. สัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมญี่ปุ่นหลากหลายรูปแบบ

อีกเสน่ห์หนึ่งของ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” คือกิจกรรมเชิงประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ใกล้ขึ้น
ที่ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” มีการจัดกิจกรรมเชิงประสบการณ์หลากหลายทุกเดือน โดยใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่
ตัวอย่างเช่น “คลาสสมุนไพร” ที่นำดอกไม้และพืชที่เก็บเกี่ยวในสวนมาทำเป็นตะกร้าดอกไม้หรือพวงหรีด และ “กิจกรรมเผาถ่าน” ที่ให้ลองนำไม้จากการตัดแต่งป่าเข้าเตาและนำออกจากเตา
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนกับคนท้องถิ่นที่สอนการละเล่นแบบดั้งเดิมและงานจักสานไม้ไผ่ รวมถึง “คลาสทำอุด้ง” ที่ให้ลองนวดแป้งตั้งแต่ขั้นตอนแรกเพื่อทำอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของคางาวะ จึงได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไปพร้อมกัน
อีกข้อดีคือมีโปรแกรมให้เลือกหลากหลาย จึงสนุกได้หลายรูปแบบ
หากวางแผนจะเข้าร่วมกิจกรรม แนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์ทางการล่วงหน้า ทั้งรายละเอียดกิจกรรมในวันเที่ยวและความจำเป็นในการสมัครก่อนเข้าร่วม

สามารถลองทำ “อุด้ง” อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดคางาวะได้ด้วย
สามารถลองทำ “อุด้ง” อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดคางาวะได้ด้วย

5. สนุกกับการตั้งแคมป์ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ถ้าอยากใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติให้นานขึ้นอีกหน่อย ภายในสวนก็มีตัวเลือกสำหรับการค้างคืนด้วย
ภายในสวนมีลานออโต้แคมป์ “ฮตโตะ! สเตย์ มันโน” ตั้งอยู่ด้วย
ลานแคมป์แห่งนี้ได้รับการรับรองระดับสูงสุด 5 ดาวจากสมาคมออโต้แคมป์ญี่ปุ่น และได้รับคำชื่นชมอย่างมากในด้านการบริการที่ยอดเยี่ยม
หากบอกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ 5 ดาวเช่นนี้มีเพียง 10 แห่งทั่วประเทศ และที่นี่เป็นแห่งแรกในภูมิภาคชิโกกุที่ได้รับการรับรอง ก็น่าจะทำให้เห็นถึงความโดดเด่นของสถานที่ได้ชัดเจน
มีพื้นที่ให้เลือกหลายแบบ เช่น คาร์ไซต์ ฟรีไซต์ และเคบิน จึงเหมาะทั้งสำหรับนักแคมป์ตัวจริงและมือใหม่
อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ครบครันมาก ไม่ว่าจะเป็นก๊อกน้ำร้อน อ่างล้างจาน ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำหยอดเหรียญ และแม้แต่จุดจ่ายไฟ จึงน่าจะช่วยให้คุณดื่มด่ำกับการตั้งแคมป์ได้อย่างสบายไร้กังวล
ที่ศูนย์บริหารใกล้ ๆ ยังมีบริการเช่าอุปกรณ์จำเป็น เช่น เต็นท์ ถุงนอน และตะเกียง รวมถึงสามารถซื้อฟืนและเครื่องปรุงได้ด้วย จึงมาแบบตัวเปล่าก็ยังอุ่นใจ

ลานออโต้แคมป์ที่แม้แต่มือใหม่ก็สนุกได้ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
ลานออโต้แคมป์ที่แม้แต่มือใหม่ก็สนุกได้ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

3 แหล่งท่องเที่ยวรอบสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน

หากยังมีเวลาเที่ยวต่อ รอบ “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ก็มีสถานที่น่าแวะอีกหลายแห่ง
ครั้งนี้เราขอเลือกมาแนะนำ 3 จุดที่น่าไปเยือน
ทุกแห่งล้วนมีประวัติศาสตร์ยาวนานและลึกซึ้ง ให้คุณสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างใกล้ชิด
แต่ละแห่งยังมีวิวสวยและมีเสน่ห์เฉพาะตัวต่างกันไป จึงอยากชวนให้ลองแวะเที่ยวควบคู่กัน

1. สวนริทสึริน

สวนริทสึรินเป็นสวนที่สร้างเสร็จเมื่อเกือบ 300 ปีก่อน โดยไดเมียวรุ่นต่าง ๆ แห่งแคว้นทากามัตสึตระกูลมัตสึไดระช่วยกันบูรณะและต่อเติมในฐานะคฤหาสน์พักผ่อน
พื้นที่ส่วนสวนราบมีขนาดใหญ่ถึง 16 เฮกตาร์ แต่หากรวมภูเขาชิอุนซังที่เป็นฉากหลังด้วย จะมีพื้นที่มากถึงประมาณ 75 เฮกตาร์ และถือเป็นสวนทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทัศนียภาพงดงามพิเศษของชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
ที่นี่เป็นสวนแบบเดินชมรอบซึ่งประกอบด้วยสระน้ำ 6 แห่งและเนินจำลอง 13 ลูก ตามแนวคิด “หนึ่งก้าวหนึ่งทิวทัศน์” จึงสามารถชื่นชมภาพงามที่แตกต่างกันไปทุกครั้งที่ก้าวเดิน

สวนที่ได้รับการจัดอันดับ 3 ดาวซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากหนังสือนำเที่ยวฝรั่งเศส Michelin Green Guide Japon
สวนที่ได้รับการจัดอันดับ 3 ดาวซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากหนังสือนำเที่ยวฝรั่งเศส Michelin Green Guide Japon

2. ศาลเจ้าโคโตฮิรากู

ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาโซซุและเป็นศูนย์กลางสำคัญของศรัทธาต่อเทพโคโตฮิระ โดยมีผู้มาสักการะประมาณ 4 ล้านคนต่อปี
จากเมืองหน้าศาลเจ้าขึ้นไปถึงอาคารหลักจะต้องเดินผ่านบันไดหินยาวต่อเนื่อง ซึ่งมีจำนวนถึง 785 ขั้น
ลองค่อย ๆ ก้าวขึ้นไปทีละขั้นพร้อมอธิษฐานตามความตั้งใจของคุณ
ระหว่างทางยังแวะชมจุดอาร์ตที่จัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและงานศิลปะของศาลเจ้า หรือพักผ่อนที่คาเฟ่และร้านอาหารคามิสึบากิ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

หนึ่งในพาวเวอร์สปอตชื่อดังของชิโกกุ ที่ผู้คนคุ้นเคยกันในชื่อเล่นว่า “คมปิระซัง”
หนึ่งในพาวเวอร์สปอตชื่อดังของชิโกกุ ที่ผู้คนคุ้นเคยกันในชื่อเล่นว่า “คมปิระซัง”

3. ปราสาทมารุงาเมะ

ปราสาทมารุงาเมะเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมารุงาเมะที่มีประวัติยาวนาน 400 ปี
เป็นปราสาทบนเนินที่ขุนศึกอิโคมะ จิกามาซะสร้างขึ้นร่วมกับคาซึมาซะบุตรชาย โดยใช้เวลาถึง 5 ปี
กำแพงหินที่ก่อซ้อนจากคูชั้นในขึ้นไปถึงหอคอยปราสาทมีความสูงประมาณ 60 เมตร ซึ่งนับว่าสูงระดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น และด้วยเส้นโค้งอันเป็นเอกลักษณ์จึงได้รับการขนานนามว่า “ความลาดแบบพัด”

หอคอยไม้สีขาวงดงามที่ตั้งตระหง่านอยู่บนกำแพงหินอันสวยเด่น
หอคอยไม้สีขาวงดงามที่ตั้งตระหง่านอยู่บนกำแพงหินอันสวยเด่น

รีวิวของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน

Q

เดินทางจากสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนไปสวนริทสึรินอย่างไร?

A

นั่งแท็กซี่กลับไปที่ “สถานีโคโตฮิระ” แล้วขึ้นรถไฟสายโคโตฮิระปลายทางทากามัตสึจิกโกจาก “สถานีโคโตเด็นโคโตฮิระ” ลงที่ “สถานีริทสึรินโคเอ็น” จากนั้นเดินต่อประมาณ 10 นาทีจะถึง (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที)

Q

เดินทางจากสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนไปจิจิบุงาฮามะอย่างไร?

A

นั่งแท็กซี่กลับไปที่ “สถานีโคโตฮิระ” แล้วขึ้นรถไฟสายโดซังของเจอาร์ปลายทางทากามัตสึจาก “สถานี เจอาร์โคโตฮิระ” ลงที่ “สถานีทาโดสึ” จากนั้นเปลี่ยนไปสายโยซังของเจอาร์ปลายทางคันอนจิ แล้วลงที่ “สถานีทาคุมะ” ต่อรถบัสสายนิโอะปลายทางโรงพยาบาลทั่วไปมิโทโย และลงที่ป้าย “จิจิบุงาฮามะ” ก็จะถึงจุดหมาย (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที)

Q

งานไฟประดับของสวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโนจัดตั้งแต่เมื่อไรถึงเมื่อไร?

A

จัดตั้งแต่วันเสาร์ของสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นเดือนมกราคม

บทสรุป

ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักไฮไลต์และวิธีเที่ยว “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” ที่โดดเด่นด้วยธรรมชาติและดอกไม้สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
ภายในสวนมีจุดเล่นและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้มาเที่ยวช่วงไหนก็สนุกได้เต็มที่
ถ้ามีโอกาส อยากชวนให้คุณลองมาเยือน “สวนสาธารณะแห่งชาติซานุกิ มันโน” สักครั้ง และหากได้กลับมาอีกในฤดูกาลที่ต่างกัน ก็จะได้สัมผัสเสน่ห์ที่เปลี่ยนไปเช่นกัน
บทความนี้ยังรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและของกินแนะนำของคางาวะที่ช่วยวางแผนเที่ยวได้สะดวก ลองอ่านต่อควบคู่กันได้เลย