
【19 จุดเดทยอดนิยมในโตเกียว】ใช้เวลาสุดโรแมนติกในเมืองใหญ่กับคนสำคัญ
ถ้าพูดถึงเมืองที่เหมาะกับการใช้เวลาพิเศษด้วยกัน “โตเกียว” ก็มักเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง
บรรยากาศของเมืองนี้ผสานทั้งประเพณีและนวัตกรรมไว้ด้วยกัน และเต็มไปด้วยเสน่ห์หลากหลายแบบในสไตล์ญี่ปุ่น
ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช้อปปิ้ง หรือสถานที่พักผ่อน ก็มีครบสำหรับทั้งการเดตและการท่องเที่ยว
บทความนี้จะแนะนำจุดเดตและจุดชมวิวกลางคืนที่น่าสนใจ รวมถึงร้านอาหารและที่พัก สำหรับคู่รักที่กำลังวางแผนเที่ยวโตเกียว
ถ้านำข้อมูลในบทความนี้ไปใช้วางแผนเดต คุณทั้งสองก็น่าจะได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างใกล้ชิดและพิเศษยิ่งขึ้น
19 จุดเดทยอดนิยมในโตเกียวที่มอบประสบการณ์แบบฉบับโตเกียว
ถ้าอยากเที่ยวโตเกียวด้วยกันแบบเต็มอิ่ม ลองเริ่มจากจุดเดตที่เหมาะกับคู่รักเหล่านี้ได้เลย
ท่ามกลางสถานที่น่าสนใจมากมายในโตเกียว เราได้คัดเลือกจุดที่ให้บรรยากาศแบบเมืองหลวงโดยเฉพาะมาไว้ให้แล้ว
มีทั้งธีมพาร์ก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนสาธารณะ และจุดเดตอีกหลายแนว ให้เลือกตามวัตถุประสงค์ ช่วงเวลา และความชอบของแต่ละคู่ ถ้าสนใจที่ไหนก็ลองแวะไปกันได้เลย
1. ซูมิดะอควาเรียม
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ตั้งอยู่ชั้น 5 และ 6 ของเวสต์ยาร์ดในโตเกียวสกายทรีทาวน์
เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มทั้งหมด และด้วยระบบผลิตน้ำทะเลเทียมเฉพาะของที่นี่ จึงทำให้ตู้ปลามีทั้งความสวยงามและสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับสิ่งมีชีวิต
ที่นี่ใช้แนวคิด “ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งตกหลุมรัก” ทำให้ได้ชมเหล่าสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด

2. โตเกียวจอยโพลิส
ธีมพาร์กในร่มขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่โอไดบะ โดยมีคอนเซปต์ “ดิจิทัล” และ “เรียล” ผสานกันในคำว่า “DigitaReal”
ภายในแบ่งออกเป็น 3 ชั้น โดยที่ชั้น 1 มีเครื่องเล่น 6 ชนิด รวมถึงผลงานระดับโลกครั้งแรก เช่น รถไฟเหาะสุดเร้าใจ “Gekion Live Coaster” ที่มาพร้อมเกมจังหวะให้ควบคุมเอง และเครื่องเล่น VR “ZERO LATENCY VR” ที่เล่นพร้อมกันได้ 6 คน

3. แม็กเซลล์ อควาพาร์ก ชินากาวะ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในเมืองที่ผสานเสียง แสง ภาพ และสัตว์ทะเลเข้าด้วยกัน
ในโซน “Jellyfish Ramble” พื้นที่ขนาดใหญ่กว้างประมาณ 9 เมตร ลึกประมาณ 35 เมตร ที่ตกแต่งด้วยแสงและเสียง คุณจะได้ผ่อนคลายไปกับแมงกะพรุนที่ลอยไหวอย่างอ่อนโยน
ส่วนอุโมงค์ใต้น้ำสุดโรแมนติก “Wonder Tube” ที่ยาวประมาณ 20 เมตร และมีแสงธรรมชาติส่องผ่านจากด้านบน ก็สามารถชมปลากระเบนประมาณ 10 ชนิด รวมถึงปลาดวอร์ฟซอว์ฟิชที่จัดแสดงเพียงแห่งเดียวในโลก ว่ายน้ำอย่างสง่างาม

4. ซันไชน์อควาเรียม
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบนดาดฟ้าอาคารภายในซันไชน์ซิตี้ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในอิเคะบุคุโระ โดยแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ “การเดินทางบนท้องฟ้า” “การเดินทางในมหาสมุทร” และ “การเดินทางริมสายน้ำ”
ในโซนกลางแจ้ง “การเดินทางบนท้องฟ้า” มีตู้ปลาเหนือศีรษะกว้างประมาณ 12 เมตรชื่อ “เพนกวินบนท้องฟ้า” ที่สามารถชมเพนกวินเคปว่ายน้ำราวกับกำลังบินอยู่เหนือกลุ่มตึกในเมืองได้

5. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชินากาวะ
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เปิดในปี ค.ศ. 1991 ภายในสวนชินากาวะคุมินพาร์ก ซึ่งมองเห็นคลองได้อย่างใกล้ชิด โดยมีธีม “สัมผัสทะเลและแม่น้ำ” จัดแสดงสัตว์น้ำประมาณ 450 ชนิด รวมกว่า 4,000 ตัว และเป็นสถานที่ที่สามารถใกล้ชิด สังเกต และเรียนรู้เกี่ยวกับปลาได้ผ่านการแสดงและกิจกรรมตามฤดูกาล

6. สวนสัตว์น้ำคาไซรินไค
ภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใต้โดมกระจกขนาดใหญ่สูงถึง 30.7 เมตรแห่งนี้ คุณจะได้ชมฝูงปลาทูน่าครีบน้ำเงิน เพนกวินว่ายน้ำ และสิ่งมีชีวิตหายากจากทะเลทั่วโลก
ที่นี่ยังมีโซนสาหร่ายทะเลยักษ์ Giant Kelp ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก และมุมของนกทะเลที่ใช้ชีวิตผูกพันกับทะเลอีกด้วย

7. โตเกียวโดมซิตี้
ศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ที่แผ่ขยายอยู่บนพื้นที่กว้างขวาง โดยมีโตเกียวโดม สนามเบสบอลชื่อดังเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่
ภายในมีทั้งสวนสนุก ร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายรวมอยู่รอบโตเกียวโดมขนาดใหญ่
สวนสนุกไม่มีค่าเข้า จึงสามารถจ่ายเฉพาะค่าเครื่องเล่นและสนุกได้แบบสบาย ๆ

8. โคนิก้ามินอลตา แพลเนทาเรีย TOKYO
“โคนิก้ามินอลตา แพลเนทาเรีย TOKYO” ในย่านยูราคุโจ เป็นท้องฟ้าจำลองล้ำสมัยแห่งแรกของญี่ปุ่นที่มีโดม 2 แห่ง
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเดตที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน
ใน “โดมท้องฟ้าจำลอง” คุณจะได้สัมผัสท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สมจริงและสวยงามด้วยเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของโลก
ส่วน “โดมดิจิทัลอเนกประสงค์” มอบประสบการณ์สุดดื่มด่ำด้วยภาพความละเอียด 8K และระบบเสียงสามมิติ “SOUND DOME(R)” พร้อมจุดเด่นที่สามารถเพลิดเพลินกับการแสดงสดร่วมกับดนตรีคลาสสิกได้

9. คาราโอเกะเรนโบว์ สาขาชิบูยะ
ร้านคาราโอเกะสุดมีสไตล์ในอาคารชิบูยะโมดี ศูนย์การค้าที่สามารถสัมผัสคอนเทนต์บันเทิงอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นได้หลากหลาย ตั้งอยู่ตรงทางเข้าถนนโคเอ็นโดริ เดินจากสถานีชิบูยะประมาณ 5 นาที และเปิดถึง 05:00 จึงเหมาะมากสำหรับคนที่อยากสนุกกับคาราโอเกะในชิบูยะ
ภายในร้านได้แรงบันดาลใจจากบรู๊กลิน ย่านที่รวมวัฒนธรรมล้ำสมัยของนิวยอร์ก ทุกห้องตกแต่งอย่างมีสไตล์และถ่ายรูปสวย จึงไม่ใช่แค่ร้องคาราโอเกะเท่านั้น แต่ยังมีคนมาใช้จัดปาร์ตี้กับเพื่อนหรือกิจกรรมตามศิลปินที่ชื่นชอบกันมาก อีกทั้งบริเวณแผนกต้อนรับและทางเดินยังให้บรรยากาศหรูหราเหมือนโรงแรมลักชัวรี

10. พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติใหม่ โตเกียว
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่มีคอลเลกชันถาวร แต่จัดนิทรรศการหลากหลายที่มุ่งเน้นงานศิลปะทั้งในและต่างประเทศ
ภายในพื้นที่กว้าง 14,000 ตารางเมตร มีห้องจัดแสดง 12 ห้อง ห้องสมุดศิลปะ ร้านอาหาร คาเฟ่ และพิพิธภัณฑ์ช็อป อาคารที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “พิพิธภัณฑ์ในผืนป่า” ก็น่าชมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผนังกระจกโค้งเป็นลอนคลื่น

11. โตเกียวไดจิงกู
ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นในฐานะสถานที่สักการะแทนศาลเจ้าอิเสะในโตเกียว และเป็นที่คุ้นเคยในชื่อ “โออิเสะแห่งโตเกียว”
ที่นี่เป็นศาลเจ้าแห่งแรกที่ประกอบพิธีแต่งงานแบบชินโต และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผู้หญิงจำนวนมากมาไหว้ขอพรเรื่องความรัก
ภายในบริเวณศาลเจ้ามีลวดลาย “อิโนะเมะ” อยู่หลายจุด ซึ่งหมายถึงการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย โดยลวดลายนี้มีรูปคล้ายหัวใจที่ดูน่ารัก ทำให้หลายคนถ่ายรูปเพราะรู้สึกว่าน่าจะนำโชคดีมาให้

12. โยมิอุริแลนด์
โยมิอุริแลนด์เป็นสวนสนุกชื่อดังของโตเกียวที่มีประวัติยาวนาน ตั้งอยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างเมืองอินางิในโตเกียวและเมืองคาวาซากิในคานางาวะ
เดินทางสะดวกจากชินจูกุโดยรถไฟประมาณ 30 นาที มีทั้งเครื่องเล่นหลากหลาย สระว่ายน้ำในฤดูร้อน และงานไฟประดับในฤดูหนาว จึงเป็นสถานที่ที่เที่ยวได้ตลอดปีทั้งเด็กและผู้ใหญ่

13. BLUE NOTE TOKYO
คลับแจ๊สระดับตำนานในมินามิอาโอยามะ โตเกียว ที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988 หลังเปิดให้บริการภายใต้ความร่วมมือกับแบรนด์ชื่อดังจากนิวยอร์ก ที่นี่ก็ได้ต้อนรับศิลปินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศขึ้นแสดงอย่างต่อเนื่อง เวทีซึ่งมีที่นั่งประมาณ 280 ที่นั่งทำให้ผู้ชมได้ใกล้ชิดกับศิลปินและเพลิดเพลินกับการแสดงสดที่เต็มไปด้วยพลัง
อาหารและเครื่องดื่มก็ได้รับคำชมเช่นกัน มีให้เลือกตั้งแต่อาหารว่างสำหรับทานคู่กับการแสดง ไล่ไปจนถึงดินเนอร์คอร์สเต็มรูปแบบและของหวาน อีกทั้งยังมีค็อกเทลหลากหลาย เหมาะสำหรับค่ำคืนพิเศษของผู้ใหญ่

14. ซิมโฟนีครูซ
“ซิมโฟนีครูซ” เป็นเรือสำราญที่พาคุณล่องอ่าวโตเกียวตามเส้นทางเฉพาะ ใช้เวลาตั้งแต่ 50 นาทีถึง 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยมีเรือให้บริการ 2 ลำ คือ “ซิมโฟนี คลาสสิกา” ความจุประมาณ 450 คน และ “ซิมโฟนี โมเดอร์นา” ความจุประมาณ 600 คน ซึ่งทั้งสองลำเป็นเรือภัตตาคารที่เสิร์ฟอาหารต้นตำรับปรุงภายในเรือ
เส้นทางเดินเรือเฉพาะนี้จะผ่านใต้สะพานเรนโบว์บริดจ์และโตเกียวเกตบริดจ์ ทำให้ได้ชมทิวทัศน์อันน่าประทับใจของสะพานขนาดใหญ่ทั้งสองจากด้านล่าง
อีกช่วงหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจก็คือเส้นทาง “Heart Line” ที่วาดเป็นรูปหัวใจ ซึ่งถูกพูดถึงในฐานะพาวเวอร์สปอตด้านความรักด้วย

15. อาซากุสะฮานายาชิกิ
“อาซากุสะฮานายาชิกิ” สวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะของโตเกียวที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย
ประวัติของที่นี่สามารถย้อนกลับไปได้ถึงปี ค.ศ. 1853 ในสมัยเอโดะ นับเป็นสวนสนุกเก่าแก่ที่ดำเนินมาต่อเนื่องยาวนานถึง 170 ปี
ภายในมีเครื่องเล่น 17 ชนิด ทั้ง “โรลเลอร์โคสเตอร์” ที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงอยู่ในญี่ปุ่น และ “แพนด้าคาร์®” ที่ให้บรรยากาศย้อนยุคชวนคิดถึง

16. สวนอิโนะคาชิระออนชิ
สวนอิโนะคาชิระออนชิที่คร่อมอยู่ระหว่างเมืองมูซาชิโนะและเมืองมิตากะในโตเกียว เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1917 ในฐานะสวนออนชิแห่งแรกของญี่ปุ่น และครบรอบ 100 ปีในปี ค.ศ. 2017 จึงเป็นสวนสาธารณะที่มีประวัติยาวนาน
พื้นที่ประมาณ 380,000 ตารางเมตร หรือราว 9 เท่าของโตเกียวโดม แบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ บริเวณสระอิโนะคาชิระ โกเท็นยามะ สวนตะวันตก และสวนที่สอง ภายในมีสนามเบสบอล เวทีกลางแจ้ง ท่าเรือพายเรือ รวมถึงพิพิธภัณฑ์จิบลิ มิตากะ จึงเป็นจุดยอดนิยมสำหรับกิจกรรมและการท่องเที่ยว

17. โตเกียวโซรามาจิ
ศูนย์การค้าที่รวบรวมร้านค้ามากกว่า 300 ร้าน พร้อมบรรยากาศคึกคักแบบย่านชุมชนดั้งเดิมของโตเกียว
พื้นที่โดยรอบที่รวมทั้งหอส่งสัญญาณสูง 634 เมตรอย่าง “โตเกียวสกายทรี” เรียกว่า “โตเกียวสกายทรีทาวน์” และโซนศูนย์การค้าภายในนั้นก็คือ “โตเกียวโซรามาจิ”
แบ่งพื้นที่ออกเป็นเวสต์ยาร์ด ทาวเวอร์ยาร์ด และอีสต์ยาร์ด

18. teamLab Planets TOKYO DMM.com
สำหรับคนที่สนใจงานศิลปะดิจิทัล “teamLab” เป็นกลุ่มศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานแบบ immersive โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง
พิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยผลงานซึ่งผู้ชมสามารถมีส่วนร่วมและกลมกลืนไปกับงานศิลป์แห่งนี้ ได้ขยายพื้นที่ประมาณ 1.5 เท่าในเดือน 1 ปี ค.ศ. 2025 และปรับโฉมครั้งใหญ่รวมถึงพื้นที่กลางแจ้งด้วย
พร้อมเปิดตัวโครงการเชิงการศึกษาใหม่ 3 ส่วน ได้แก่ “ป่าจับและสะสม” “ป่าแห่งการเคลื่อนไหว” และ “เรียนรู้! สวนสนุกแห่งอนาคต” โดยมีผลงานมากกว่า 20 ชิ้นให้ชมอย่างหลากหลาย

19. โตเกียวมิดทาวน์ ฮิบิยะ
ฮิบิยะเป็นย่านผู้ใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาความทันสมัยของญี่ปุ่น ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจนานาชาติและศิลปวัฒนธรรม โดยแลนด์มาร์กสำคัญของย่านนี้ก็คืออาคารคอมเพล็กซ์ “โตเกียวมิดทาวน์ ฮิบิยะ”
เป็นอาคารสูง 35 ชั้นเหนือพื้นดิน และ 4 ชั้นใต้ดิน โดยชั้นบนเป็นสำนักงาน ส่วนชั้นใต้ดิน 1 ถึงชั้น 7 เป็นโซนการค้า มีร้านค้าที่มีเอกลักษณ์ประมาณ 60 ร้าน

ปิดท้ายเดตได้อย่างลงตัว! 9 จุดชมวิวกลางคืนในโตเกียว
ถ้ามาเดตที่โตเกียว วิวยามค่ำคืนก็เป็นอีกอย่างที่ไม่อยากให้พลาด
แสงไฟของเมืองที่ส่องประกายราวกับดวงดาว ช่วยสร้างช่วงเวลาแสนสวยและโรแมนติกได้อย่างดี
ในบรรดาสถานที่น่าสนใจมากมาย เราขอคัดจุดชมวิวกลางคืนที่เป็นที่นิยมในหมู่คู่รักมาแนะนำ
ถ้ากำลังมองหาที่ปิดท้ายเดต ลองแวะไปยังจุดชมวิวที่เราแนะนำกันดู
1. โตเกียวทาวเวอร์
โตเกียวทาวเวอร์ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1958
ด้วยความสูง 333 เมตร ในเวลานั้นจึงเคยเป็นหอคอยเหล็กแบบตั้งอิสระที่สูงที่สุดในโลก แซงหน้าไอเฟลทาวเวอร์ที่ปารีส เพราะตั้งอยู่ในเขตมินาโตะใจกลางโตเกียว จึงสามารถชมวิวเมืองโตเกียวได้อย่างกว้างไกลจากจุดชมวิว
ตัวโตเกียวทาวเวอร์ที่ประดับไฟก็สวยงามมาก จึงไม่ได้มีแค่การชมวิวกลางคืนจากบนหอคอยเท่านั้น พอถึงค่ำ การมองโตเกียวทาวเวอร์ที่ส่องไฟจากด้านนอกก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

2. โตเกียวสกายทรี(R)
ภายในโตเกียวสกายทรีทาวน์มี “โตเกียวสกายทรี” หอส่งสัญญาณและสถานที่ท่องเที่ยวสูง 634 เมตรเป็นศูนย์กลาง ภายในหอคอยมีจุดชมวิว 2 แห่ง คือ Tembo Deck ที่ความสูง 350 เมตร และ Tembo Galleria ที่ความสูง 450 เมตร
Tembo Deck เป็นกระจกใสรอบด้าน ทำให้เพลิดเพลินกับวิวกลางคืนของโตเกียวได้แบบ 360 องศา
ทั้งกลุ่มตึกสูง ทางด่วนที่ทอดยาว และสะพานริมแม่น้ำสุมิดะที่ประดับไฟ ล้วนเป็นวิวกลางคืนของโตเกียวจากความสูง 350 เมตรที่ไม่ควรพลาด

3. เอบิสุการ์เดนเพลส “SKY LOUNGE”
เอบิสุการ์เดนเพลส ซึ่งคร่อมระหว่างเขตชิบูยะและเขตเมกุโระ เป็นคอมเพล็กซ์ที่รวมแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และพิพิธภัณฑ์ศิลปะไว้ด้วยกัน
ภายในยังมีจุดยอดนิยมอย่างพิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายมหานครโตเกียว และร้านอาหาร Chateau Restaurant Joel Robuchon จึงเป็นสถานที่เดตที่หลายคู่นิยมเลือก
“SKY LOUNGE” บนชั้น 38 เป็นพื้นที่ชมวิวฟรีที่ใครก็เข้าใช้ได้
จากที่นี่สามารถมองเห็นทั้งทิวทัศน์เมืองโตเกียว กลุ่มตึกสูง โตเกียวทาวเวอร์ และเรนโบว์บริดจ์ได้อย่างเต็มตา
บริเวณโดยรอบไม่มีสิ่งบดบัง และแสงภายในชั้นก็ไม่สว่างเกินไป จึงให้บรรยากาศที่เหมาะกับการเดตมาก
โดยเฉพาะวิวกลางคืนที่สวยจนแทบลืมหายใจ และยังเปิดให้ชมพาโนรามานี้ได้ถึง 23:30 อีกด้วย
ถ้าแวะมาหลังดินเนอร์ ก็น่าจะช่วยเพิ่มบรรยากาศดี ๆ ให้กับทั้งคู่ได้ไม่น้อย

4. SHIBUYA SKY
คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่เปิดในปี ค.ศ. 2019 เชื่อมตรงกับสถานีชิบูยะ ซึ่งมีรถไฟของ 3 บริษัท ได้แก่ Tokyu, JR East และ Tokyo Metro ให้บริการ โดยตัวอาคารสูง 47 ชั้นเหนือดิน และ 7 ชั้นใต้ดิน สูงที่สุดในย่านนี้ และเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของชิบูยะ
ตั้งแต่ชั้น 14 ขึ้นไปของ “ชิบูยะสแครมเบิลสแควร์” คือพื้นที่ของ “ชิบูยะสกาย”
จาก “ชิบูยะสกาย” คุณสามารถชมวิวกลางคืนของโตเกียวได้แบบ 360 องศา จากความสูงประมาณ 230 เมตรโดยไม่มีสิ่งบดบัง

5. สวนริมทะเลโอไดบะ
สวนริมทะเลโอไดบะมีทั้งชายหาดเทียม “โอไดบะบีช” ยาวประมาณ 800 เมตร ที่สามารถเล่นน้ำได้ และโซนชายฝั่งหิน “อิโซฮามะโซน” สำหรับตกปลา
พอแสงเมืองเริ่มสว่างขึ้น วิวจากสวนแห่งนี้ก็ยิ่งสวยงาม สามารถมองเห็นเรนโบว์บริดจ์และกลุ่มตึกสูงอันเป็นทิวทัศน์แบบโตเกียวได้เต็มตา จึงเป็นที่รู้จักในฐานะจุดเดตยอดนิยม

6. ห้องชมวิวอาคารที่ว่าการกรุงโตเกียว
“อาคารที่ว่าการกรุงโตเกียว” ในชินจูกุประกอบด้วย 3 อาคาร ได้แก่ อาคารหลักหมายเลข 1 อาคารหลักหมายเลข 2 และอาคารสภากรุงโตเกียว ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารของมหานครโตเกียว
ห้องชมวิวตั้งอยู่บนชั้น 45 ของอาคารหลักหมายเลข 1 โดยขึ้นจากชั้น 1 ด้วยลิฟต์เฉพาะ
ใช้เวลาประมาณ 55 วินาที ก็จะถึงความสูง 202 เมตรเหนือพื้นดิน และสามารถเพลิดเพลินกับวิวสวยของโตเกียวที่แผ่กว้างอยู่เบื้องล่างได้
พอถึงยามค่ำคืนก็จะได้เห็นแสงไฟระยิบระยับชวนหลงใหล จึงเป็นอีกที่ที่เหมาะกับการมาเดต

7. จุดชมวิวรปปงหงิฮิลส์ โตเกียวซิตี้วิว
“โตเกียวซิตี้วิว” เป็นทางเดินชมวิวในร่มที่ชั้น 52 ของรปปงหงิฮิลส์ สูงจากระดับน้ำทะเล 250 เมตร โดยสามารถซื้อตั๋วได้ที่เคาน์เตอร์ตั๋วรวมบนชั้น 3 แล้วขึ้นลิฟต์เฉพาะไปยังชั้น 52
ที่ชั้น 52 “โตเกียวซิตี้วิว” เป็นพื้นที่กระจกใสแบบโปร่งสูงกว่า 11 เมตร ทำให้พาโนรามาของโตเกียวแผ่กว้างอยู่ตรงหน้า

8. พื้นที่ชมวิวฟรี “SKY VIEW” ที่คาเร็ตตะชิโอโดเมะ
“คาเร็ตตะชิโอโดเมะ” ในย่านชิโอโดเมะ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังพอ ๆ กับรปปงหงิและโอไดบะ เป็นสถานที่ที่มีทั้งโรงละครถาวร “Dentsu Shiki Theatre Umi” ของคณะละครชิกิ พิพิธภัณฑ์โฆษณาแห่งเดียวในญี่ปุ่นอย่าง “Ad Museum Tokyo” รวมถึงคาเฟ่และร้านอาหารต่าง ๆ
ไฮไลต์ของคาเร็ตตะชิโอโดเมะก็คือร้านอาหารและพื้นที่ชมวิว “SKY VIEW” บนชั้น 46 ที่ความสูงประมาณ 200 เมตรเหนือพื้นดิน
ด้วยวิวกลางคืนของย่านอ่าว เช่น สึคิจิ คาจิโดกิ โอไดบะ และเรนโบว์บริดจ์ ที่สวยงามและชมได้ฟรี ที่นี่จึงได้รับความสนใจในฐานะจุดชมวิวลับน่าไปเยือน

9. ดาดฟ้าชมวิวสนามบินฮาเนดะ
สนามบินฮาเนดะมีดาดฟ้าชมวิวที่อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1, 2 และ 3 ซึ่งทั้งหมดเปิดให้เข้าใช้ฟรี
เราได้สรุปจุดเด่นและเสน่ห์ของแต่ละแห่งไว้แล้ว ลองใช้เป็นข้อมูลประกอบได้เลย
ดาดฟ้าชมวิว อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1
ตั้งอยู่ที่ชั้น 6 และบนดาดฟ้า เปิดให้เข้าได้ตั้งแต่ 06:30–22:00
ด้วยความที่เป็นจุดที่สูงที่สุดของสนามบินฮาเนดะ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “Gulliver's Deck”
จุดเด่นคือสามารถชมเครื่องบินภายในประเทศของ Japan Airlines และ Skymark ขึ้นลงได้อย่างใกล้ชิด
โดยเฉพาะบนดาดฟ้าที่ให้บรรยากาศเปิดโล่ง และในวันที่อากาศแจ่มใสยังมองเห็นภูเขาไฟฟูจิและโตเกียวสกายทรีได้อย่างงดงาม
พอเข้าสู่ช่วงกลางคืน วิวไฟสวยของใจกลางเมืองก็ช่วยสร้างบรรยากาศหวานโรแมนติก

ดาดฟ้าชมวิว อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2
ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 เปิดให้เข้าได้ตั้งแต่ 06:30–22:00
ที่นี่สามารถชมเครื่องบินขึ้นลงอย่างน่าตื่นตา พร้อมเพลิดเพลินกับวิวโตเกียวเบย์และย่านอ่าว และหากอากาศดีอาจมองเห็นถึงโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ตได้ด้วย
อีกจุดที่น่าสนใจคือช่วงกลางคืนที่ไฟ LED ประมาณ 4,000 ดวงบนพื้นส่องสว่างระยิบระยับ
ทิวทัศน์ชวนฝันตรงหน้าช่างเหมาะกับการเดต และไฟนำทางบนรันเวย์ก็ช่วยเพิ่มสีสันราวกับงานไฟประดับ
ด้วยความสวยงามนี้เอง ที่นี่จึงมักถูกเลือกเป็นสถานที่ขอแต่งงานอยู่บ่อยครั้ง

ดาดฟ้าชมวิว อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3
ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 และเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
จุดเด่นเฉพาะของอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 คือสามารถเห็นเครื่องบินต่างชาติหลากหลายสายการบิน และมองเห็นหอบังคับการบินอยู่ตรงหน้า
เมื่อใกล้ค่ำและไฟทางอ้อมเริ่มสว่างขึ้น บรรยากาศแบบผู้ใหญ่จะค่อย ๆ ปกคลุมพื้นที่ เปลี่ยนให้ที่นี่กลายเป็นจุดเดตสุดโรแมนติก
หากได้ชมวิวกลางคืนระยิบระยับไปด้วยกัน ก็น่าจะกลายเป็นความทรงจำตลอดชีวิต

ถ้าจะไปดินเนอร์กับคนรักต้องที่นี่! 5 ร้านอาหารแนะนำในโตเกียว
ถ้าอยากหาที่นั่งต่อหลังเดตหรือกำลังมองหามื้อเย็นสำหรับโอกาสพิเศษ ลองดูร้านอาหารในโตเกียวที่คัดมาเหล่านี้ได้เลย
ทุกร้านเป็นร้านยอดนิยมที่อยู่ในระยะเดินจากสถานีหลักของโตเกียว วัตถุดิบก็คัดมาอย่างพิถีพิถัน และมีเมนูให้เลือกหลากหลาย
ด้วยความคุ้มค่า จึงเหมาะสำหรับการให้รางวัลตัวเองเล็ก ๆ หรือฉลองแบบเบา ๆ
แต่ละร้านมีทั้งประเภทอาหาร บรรยากาศ และรูปแบบการเสิร์ฟที่แตกต่างกัน ลองดูข้อมูลแล้วเลือกร้านที่ถูกใจไปแวะกันได้เลย
1. เอฮงโนะคุนิ โนะ อลิซ
ร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูปรุงจากวัตถุดิบขึ้นชื่อของโทสะ จังหวัดโคจิ อย่างเต็มที่
ภายในร้านมีทั้งโต๊ะและที่นั่งหลากหลายรูปแบบ แต่ถ้ามากันกลุ่มเล็ก ที่นั่งเคาน์เตอร์ถือว่าแนะนำมาก
เพราะคุณจะได้ชมการย่างฟางสุดเร้าใจที่มีเปลวไฟพุ่งสูงกว่า 1 เมตรตรงหน้าเลยทีเดียว

2. Aquarium Restaurant Nautilus
ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสสไตล์สร้างสรรค์ในบรรยากาศที่ได้แรงบันดาลใจจากเรือสำราญหรู ภายใต้ธีม “เรือโนทิลุสที่ฟื้นคืนมาในยุคปัจจุบัน” โดยงานออกแบบภายในเป็นผลงานของคุณเท็ตสึยะ มัตสึโมโตะ นักออกแบบระดับโลก ภายในร้านมีตู้ปลาให้ชมปลาทรอปิคอลว่ายน้ำอย่างสง่างามระหว่างรับประทานอาหาร
สำหรับคำว่า gastronomy ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึง “ศิลปะแห่งความอร่อย” และเมนูอาหารถูกจัดวางตามแนวคิดนี้
มีที่นั่งให้เลือกตั้งแต่โซนสำหรับคู่รักไปจนถึงห้องส่วนตัว จึงเหมาะกับการใช้งานในหลายโอกาส อีกทั้งยังแนะนำชุดน้ำชายามบ่ายที่ใช้ผลไม้ตามฤดูกาลอย่างเต็มที่

3. พิพิธภัณฑ์เบียร์โลก สาขาโตเกียวสกายทรีทาวน์ โซรามาจิ
ร้านเบียร์เรสเตอรองต์ที่เสิร์ฟเบียร์มากกว่า 200 ชนิดจากทั่วโลก พร้อมอาหารจากหลากหลายประเทศ
เพื่อให้การดื่มเบียร์โลกอร่อยยิ่งขึ้น ภายในร้านจึงจัดเตรียมเคาน์เตอร์เบียร์ 5 แบบ ที่จำลองบาร์เคาน์เตอร์ของแต่ละประเทศไว้

4. ซีสเคป เทอร์เรซ ไดนิ่ง
ห้องอาหารวิวสวยที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองโตเกียวข้ามผืนน้ำได้ พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารหลากหลายที่จัดตามช่วงเวลาต่าง ๆ ในรูปแบบบุฟเฟต์
ช่วงกลางวันมีแสงสว่างสดใสส่องเข้ามา ส่วนหลังพระอาทิตย์ตกก็จะได้เห็นวิวกลางคืนระยิบระยับของโตเกียวอย่างเต็มตา เป็นบรรยากาศที่ต่างกันไปและน่าประทับใจ

5. ไดคันยามะ เรสเตอรองต์ เชอ ลุย
เมื่อเดินพ้นความคึกคักของเมืองและเลี้ยวเข้าไปในซอยเล็ก ๆ จะพบกับร้านอาหารฝรั่งเศสในบ้านเดี่ยวที่ดัดแปลงจากบ้านโบราณอายุ 70 ปี
ร้านนี้เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกจากภาคใต้ของฝรั่งเศสเป็นหลัก
เมนูย่างถ่านที่เชฟปรุงในเตาภายในร้านนั้นแนะนำมาก โดยใช้วัตถุดิบคัดสรร เช่น เนื้อแกะส่วนสัน เนื้อหมูแบรนด์อย่างคิงกะพอร์ก เนื้อลูกวัว และเนื้อวากิวระดับ A5

3 ที่พักในโตเกียวที่เหมาะสำหรับวันครบรอบและวันพิเศษ
ถ้าอยากให้วันพิเศษสมบูรณ์ขึ้นอีกนิด ลองดู 3 ที่พักในโตเกียวที่โดดเด่นเรื่องวิวสวยไม่แพ้จุดชมวิวกลางคืนชื่อดังเหล่านี้
จุดเด่นคือทำเลและบริการชั้นยอดที่เหมาะกับโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด วันครบรอบคบกัน หรือคริสต์มาส
จากห้องพักสามารถมองเห็นทั้งบรรยากาศหรูหราและมีสีสันแบบโตเกียว รวมถึงแลนด์มาร์กสำคัญของญี่ปุ่นอย่างโตเกียวทาวเวอร์และเรนโบว์บริดจ์
ถ้าได้พักที่โรงแรมสักแห่งจากที่แนะนำนี้ ก็น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะบอกความรักและความขอบคุณต่อกันอีกครั้ง
1. พาร์ค ไฮแอท โตเกียว
พาร์ค ไฮแอท โตเกียว ตั้งอยู่บนชั้น 39 ถึง 52 ของอาคารสูง “ชินจูกุพาร์กทาวเวอร์” ซึ่งมีจุดเด่นเป็นหลังคาทรงสามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ และอยู่ไม่ไกลจากสถานีชินจูกุและอาคารที่ว่าการกรุงโตเกียว
มีห้องพักทั้งหมด 177 ห้อง รวมถึงห้องสวีท 23 ห้อง และทุกห้องอยู่ตั้งแต่ชั้น 42 ขึ้นไป จึงรับรองได้เรื่องวิวสวย
ขนาดห้องพักกว้าง 45–290 ตารางเมตร ให้ทั้งความสะดวกสบายและฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมการตกแต่งภายในโทนสงบที่ช่วยให้ได้พักผ่อนอย่างหรูหรา
ที่บาร์และร้านอาหารของโรงแรมก็สามารถเพลิดเพลินกับอาหารคุณภาพสูงไปพร้อมกับวิวกลางคืนอันยอดเยี่ยมได้ด้วย

2. ลา วิสตา โตเกียวเบย์
โรงแรมเออร์บันรีสอร์ตที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในเดือน 7 ปี ค.ศ. 2022 บนทำเลสะดวกติดสถานี “ชิโจมาเอะ” ของรถไฟฟ้าไร้คนขับยูริคาโมเมะ ในย่านโทโยสุที่พัฒนาไม่หยุดยั้ง
สมชื่อ “La Vista” ที่แปลว่า “ทิวทัศน์” ในภาษาสเปน ด้วยวิวอันน่าประทับใจที่มองเห็นทั้งอ่าวโตเกียว โตเกียวทาวเวอร์ โตเกียวสกายทรี และเรนโบว์บริดจ์
บนชั้นสูงสุดมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งอ่างอาบน้ำรวมชมวิวพร้อมน้ำพุร้อนธรรมชาติ อินฟินิตี้พูล สปา สกายบาร์ และฟิตเนส

3. โรงแรมกะโจเอ็น โตเกียว
โรงแรมกะโจเอ็น โตเกียว ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 2017 จากการรีแบรนด์เมกุโระกะโจเอ็น เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน คุณจะสะดุดตากับภาพวาดญี่ปุ่นและงานหัตถศิลป์อันหรูหราที่จัดวางอยู่ทั่วทั้งอาคาร สะท้อนความงดงามของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
ห้องพักทั้ง 60 ห้องล้วนเป็นห้องสวีทที่มีพื้นที่มากกว่า 80 ตารางเมตรทุกห้อง นอกจากบรรยากาศเงียบสงบและมีคุณภาพที่ผสมกลิ่นอายวาบิซาบิแล้ว ยังมีห้องอบไอน้ำและอ่างเจ็ตบาธครบครัน ช่วยเติมเต็มทั้งร่างกายและจิตใจอย่างผ่อนคลาย

ถ้าเดตหน้าหนาวในโตเกียว อย่าพลาดชมไฟประดับสุดตระการตา!
พอเข้าสู่ฤดูหนาว โตเกียวก็จะเต็มไปด้วยงานประดับไฟตามจุดต่าง ๆ ทั่วเมือง
แต่ละแห่งมีการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นความงามแบบเมืองใหญ่ การผสานกับงานศิลปะ หรือโปรเจกชันแมปปิง ซึ่งล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ได้ชมทิวทัศน์หลากหลายรูปแบบ
งานไฟประดับเหล่านี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน 11 ถึงเดือน 12 และค่อย ๆ แต่งแต้มเมืองให้เต็มไปด้วยสีสันแห่งฤดูหนาว
เทศกาลแห่งแสงที่ทำให้ลืมความหนาวและรู้สึกมีความสุขนี้ จึงกลายเป็นหนึ่งในคอร์สเดตยอดนิยมไปแล้ว
ท่ามกลางอากาศที่ปลอดโปร่ง แสงไฟประดับที่ส่องประกายอย่างลึกลับน่าจะช่วยเพิ่มความตื่นเต้นให้กับการเดตได้มากทีเดียว
หากอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติม ลองอ่านบทความนี้ที่รวบรวมงานไฟประดับและย่านชมไฟยอดนิยมไว้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจุดเดตในโตเกียว
Q
ถ้าคู่รักอยากมาเดตที่โตเกียวในฤดูใบไม้ผลิ ควรไปที่ไหนดี?
แนะนำเดตแบบเดินเล่นในสถานที่ชมซากุระบานเต็มที่ เช่น “สวนอุเอโนะออนชิ” และ “สวนโยโยงิ”
Q
ถ้าคู่รักอยากมาเดตที่โตเกียวในฤดูหนาว ควรไปที่ไหนดี?
สถานที่ยอดนิยมอย่าง “อาโอะโนะโดคุตสึ SHIBUYA” และ “รปปงหงิฮิลส์ (เคยากิซากะ)” เหมาะสำหรับชมไฟประดับสวยงามที่เข้ากับบรรยากาศการเดต
Q
มีที่ไหนในโตเกียวที่เหมาะสำหรับคู่รักและชมวิวกลางคืนได้บ้าง?
ที่ “โตเกียวทาวเวอร์” และ “สวนริมทะเลโอไดบะ” คุณจะได้ชมวิวกลางคืนสุดโรแมนติกที่เหมาะกับการเดต
บทสรุป
โตเกียวมีทั้งจุดเดตและจุดชมวิวกลางคืนที่เหมาะกับคู่รักอยู่มากมาย และหลายแห่งก็เที่ยวได้เพลินไปพร้อมกัน
หากนำข้อมูลในบทความนี้ไปใช้วางแผนเดต ตั้งแต่ตระเวนเที่ยว ชมวิวกลางคืน ไปจนถึงดินเนอร์ คุณก็น่าจะได้ใช้เวลาทั้งวันร่วมกับคนรักอย่างพิเศษและน่าประทับใจ
ถ้าอยากรู้จักแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม แหล่งช้อปปิ้ง และของฝากในโตเกียวเพิ่มเติม อย่าลืมแวะดูบทความนี้ต่อด้วย

