13 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไม่ควรพลาดเมื่อเที่ยวฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ร่วง

13 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไม่ควรพลาดเมื่อเที่ยวฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ร่วง

Last update :
Written by :  GOOD LUCK TRIP

เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ฟุกุโอกะก็มีเสน่ห์ขึ้นมาอีกแบบ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ศูนย์การค้า ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และอาหารท้องถิ่นรสเลิศล้วนอยู่ใกล้กัน
ไม่ว่าจะมาเยือนเมื่อไรก็สนุกได้หลายแบบ แต่ถ้ามาเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วง อยากชวนให้คุณได้สัมผัสความงามของใบไม้เปลี่ยนสี
บทความนี้จะพาไปรู้จักจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฟุกุโอกะ พร้อมช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชม
หากใช้บทความนี้เป็นแนวทางในการเที่ยวตามจุดต่าง ๆ คุณน่าจะเพลิดเพลินกับฤดูใบไม้ร่วงของฟุกุโอกะได้อย่างเต็มอิ่ม

ออกไปชมใบไม้เปลี่ยนสีเพื่อพบเสน่ห์ของฟุกุโอกะในมุมที่คุณอาจยังไม่เคยรู้จัก

พอถึงฤดูใบไม้ร่วงของฟุกุโอกะ ศาลเจ้า วัด และทิวทัศน์ธรรมชาติหลายแห่งก็ยิ่งดูงดงามขึ้นด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี
แม้นักท่องเที่ยวจำนวนมากมักเที่ยวรอบเมืองฟุกุโอกะซึ่งมีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและศูนย์การค้ารวมอยู่มาก แต่จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีกระจายตัวอยู่ในหลายเมืองของจังหวัด
ถ้าลองขยับจากตัวเมืองออกไปอีกหน่อย คุณจะเจอแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมากมาย เมื่อมาเที่ยวฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ร่วง ลองออกเดินทางไปหลายพื้นที่ดูสักครั้ง
คุณอาจได้พบกับอาหารท้องถิ่นรสเยี่ยมที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างด้วย
แน่นอนว่าในตัวเมืองฟุกุโอกะเองก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมาย แต่ถ้ามีโอกาสทั้งที ลองวางแผนเที่ยวที่แตกต่างจากเส้นทางยอดนิยมทั่วไป แล้วสัมผัสบรรยากาศเฉพาะของฤดูใบไม้ร่วงกันดู

ลองตระเวนเที่ยวจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัดฟุกุโอกะ
ลองตระเวนเที่ยวจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่กระจายอยู่ทั่วจังหวัดฟุกุโอกะ

【โดยทั่วไปในแต่ละปี】ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของฟุกุโอกะ

ถ้าอยากกะช่วงเวลาเที่ยวคร่าว ๆ ของการชมใบไม้เปลี่ยนสีในฟุกุโอกะ สามารถดูอ้างอิงได้จากตารางด้านล่าง
เนื่องจากเป็นช่วงเวลาของแต่ละปีโดยทั่วไป จึงอาจคลาดเคลื่อนได้บ้าง
แต่ละจุดก็มีช่วงเวลาสวยที่สุดต่างกันไปด้วย ดังนั้นหากอยากดูรายละเอียด แนะนำให้เช็กข้อมูลของแต่ละสถานที่ที่จะแนะนำต่อจากนี้ประกอบกัน

ซากปราสาทอากิซึกิ
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
วัดโนมิยามะคันนอนจิ
ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน
สวนพฤกษศาสตร์ชิราโนะเอะ เทศบาลเมืองคิตะคิวชู
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีที่ไทบารุ
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
สวนคัตสึยามะ
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ภูเขาฮิโกซัง
ต้นเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนพฤศจิกายน
ศาลเจ้าโฮมังกูคามาโดะ
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
ไรซังเซ็นนิโยจิ ไดฮิโออิน
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
วัดคิโยมิสึเดระ แห่งภูเขาฮงกิจัง
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
วัดเอโชจิ
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
หุบเขาฮินาตะกามิ
ต้นเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนพฤศจิกายน
สวนยูเซ็นเท
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม

คาดการณ์ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของฟุกุโอกะในปี 2025

ข้อมูลช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของฟุกุโอกะที่บริษัทข้อมูลสภาพอากาศ Japan Meteorological Corporation ประกาศเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2025 ระบุว่า ช่วงเวลาที่สวยที่สุดจะอยู่ราววันที่ 9 ธันวาคม โดยคาดว่าจะช้ากว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่และอุณหภูมิในช่วงต่อจากนี้ จึงควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด

อ้างอิง: Japan Meteorological Corporation

13 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ควรใส่ไว้ในทริปเที่ยวฟุกุโอกะช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ถ้าอยากสัมผัสทั้งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และบรรยากาศแบบญี่ปุ่น ฟุกุโอกะก็มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีให้เลือกไปเยือนได้หลายแห่ง
ต่อไปนี้คือสถานที่แนะนำเป็นพิเศษ พร้อมช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมใบไม้เปลี่ยนสี
หากคุณมีแผนมาเยือนฟุกุโอกะในฤดูใบไม้ร่วง ลองแวะไปยังสถานที่เหล่านี้กันดู

1. ซากปราสาทอากิซึกิ

อากิซึกิ (Akizuki) ซึ่งตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของจังหวัดฟุกุโอกะ เป็นเมืองปราสาทที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่เมื่อเข้าสู่ยุคเมจิ ชนชั้นซามูไรเสื่อมอำนาจลง อีกทั้งพื้นที่ยังอยู่ห่างจากเส้นทางคมนาคมสายหลัก ทำให้การพัฒนาล่าช้า และด้วยเหตุนี้เอง ภาพลักษณ์ของเมืองปราสาทในอดีตจึงยังคงได้รับการถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบัน
จากทั้งหมด 126 เขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมสำคัญของประเทศ มีเพียง 4 เขตที่เป็นเมืองปราสาท และอากิซึกิได้รับการขึ้นทะเบียนครอบคลุมทั้งเมือง ด้วยบรรยากาศเก่าแก่มีเสน่ห์ จึงได้รับฉายาว่า “เกียวโตน้อยแห่งจิคุเซ็น”
ที่นี่ขึ้นชื่อในฐานะจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเช่นกัน โดยเฉพาะซากปราสาทอากิซึกิซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของจังหวัดฟุกุโอกะ และใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มประตูหลักฮงมงหรือคุโระมง รวมถึงประตูนางายะมง ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัด ล้วนงดงามเป็นพิเศษและดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
บนถนน “ซุงิ โนะ บาบะ โดริ” ที่มุ่งสู่ซากปราสาทอากิซึกิ ยังมีร้านแผงลอยเรียงราย ให้คุณได้ลิ้มลองขนมและชาพร้อมดื่มด่ำกับทิวทัศน์เมืองปราสาทที่แต่งแต้มด้วยสีสันของฤดูใบไม้ร่วง

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
“คุโระมง” อดีตประตูใหญ่ของปราสาทอากิซึกิ งดงามเป็นพิเศษในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
“คุโระมง” อดีตประตูใหญ่ของปราสาทอากิซึกิ งดงามเป็นพิเศษในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

2. วัดโนมิยามะคันนอนจิ

วัดโนมิยามะคันนอนจิ (Nomiyama Kannonji) ตั้งอยู่เชิงเขาโฮโกดาเตะ เป็นวัดชั้นพิเศษของนิกายโคยะซังชินงอน ซึ่งมีสถานะเทียบเท่าวัดหลักของนิกาย
เป็นวัดที่มีชื่อเสียงด้านความศักดิ์สิทธิ์ และมีผู้มาสักการะมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี
ที่นี่ยังเป็นสถานที่ฝึกฝนศึกษาของพระสงฆ์จำนวนมากด้วย
ภายในวัดมีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น มิซุโกะจิโซกว่า 3,000 องค์ ไดชิโดที่ประดิษฐานโคโบไดชิ และศาลอินาริที่ประดิษฐานอินาริไดเมียวจิน
ทั้งในบริเวณวัดและเส้นทางเข้าสักการะมีต้นเมเปิลและอาซาเลียอย่างน้อยประมาณ 1,000 ต้นต่อชนิด พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสีจะช่วยเติมบรรยากาศอันสง่างามให้ยิ่งโดดเด่น
แม้จะมีหลายมุมที่สวยงาม แต่หนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาดคือด้านหลัง “ฮยัคคันนอนโด” ซึ่งมีต้นโดดันสึสึจิประมาณ 600 ต้น เปลี่ยนเป็นสีแดงสดปกคลุมพื้นที่โดยรอบอย่างน่าประทับใจ

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
ปลายเดือนตุลาคม–กลางเดือนพฤศจิกายน
โดดันสึสึจิบริเวณคันนอนโดที่ย้อมพื้นที่โดยรอบให้แดงสด
โดดันสึสึจิบริเวณคันนอนโดที่ย้อมพื้นที่โดยรอบให้แดงสด

3. สวนพฤกษศาสตร์ชิราโนะเอะ เทศบาลเมืองคิตะคิวชู

บนเนินเขาเตี้ย ๆ แห่งนี้มีพื้นที่พักผ่อนของชาวเมืองที่ทำหน้าที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์มายาวนานเกือบ 80 ปี และสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ธรรมชาติที่สร้างสรรค์โดยพรรณไม้นานาชนิดได้ตลอดทั้งปี
ในฤดูใบไม้ร่วง เมเปิลอิโรฮะและต้นไม้อื่น ๆ ประมาณ 800 ต้นจะเริ่มเปลี่ยนสี สร้างทัศนียภาพที่งดงามมีเสน่ห์
เนื่องจากมีเมเปิลอิโรฮะกระจายอยู่ทั่วทั้งสวน คุณจึงสามารถเดินชมต้นไม้สีเหลืองและแดงสวยงามไปพร้อมกับการพักผ่อนสบาย ๆ
จุดแนะนำสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสีคือ “เส้นทางแห่งแสงลอดใบไม้” พื้นที่เงียบสงบที่มีต้นเมเปิลอิโรฮะขนาดใหญ่เรียงราย ให้คุณสัมผัสบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างเต็มที่
ในช่วงเวลาที่ใบไม้สวยที่สุด ยังมีการจัดเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี พร้อมตลาดพฤกษศาสตร์ คอนเสิร์ต และพิธีชงชาให้เพลิดเพลินควบคู่กันด้วย

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ลองเดินเล่นช้า ๆ ภายในสวนอันเงียบสงบที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี
ลองเดินเล่นช้า ๆ ภายในสวนอันเงียบสงบที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี

4. ใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีที่ไทบารุ

ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมใบแปะก๊วยเปลี่ยนสียอดนิยมอันดับต้น ๆ ของจังหวัดฟุกุโอกะ บนพื้นที่กว้างใหญ่ซึ่งเดิมเคยเป็นไร่องุ่น มีต้นแปะก๊วยมากกว่า 100 ต้นเรียงรายและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสดใส จนในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาล ใบไม้ที่ร่วงหล่นจะปูพื้นเป็นพรมสีทอง ให้คุณได้เพลิดเพลินกับภาพงามที่ตัดกับแนวต้นแปะก๊วยอย่างลงตัว
โลกสีทองที่แผ่กว้างสุดสายตานั้นงดงามน่าประทับใจอย่างแท้จริง

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
ตื่นตาตื่นใจกับโลกสีเหลืองสดใสที่ปกคลุมทั่วบริเวณ
ตื่นตาตื่นใจกับโลกสีเหลืองสดใสที่ปกคลุมทั่วบริเวณ

5. สวนคัตสึยามะ

สวนสาธารณะซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองคิตะคิวชู ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฟุกุโอกะ
ภายในสวนมีทั้ง “ปราสาทโคคุระ” รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอย่าง “สวนปราสาทโคคุระ” และ “หอสมุดกลาง” กระจายอยู่โดยรอบ
ยังมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรมอย่าง “ลานสนามหญ้ากลาง” และ “ลานริมน้ำแม่น้ำมุระซากิ” ทำให้เป็นสวนที่ชาวเมืองคุ้นเคยเป็นอย่างดี
สวนคัตสึยามะยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี โดยมีต้นฮาเซะและแปะก๊วยปลูกอยู่มาก จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เหมาะกับการมาเยือนในฤดูใบไม้ร่วง
โดยเฉพาะต้นเคยากิรอบหอคอยปราสาทโคคุระที่ดูสง่างามและโดดเด่นมาก
ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ยังมีการประดับไฟและงาน “โคคุระโจ ทาเกะอาคาริ” ให้ชมภาพบรรยากาศสุดโรแมนติกจากโคมไม้ไผ่ 30,000 ดวงที่ส่องสว่างบริเวณลานหอคอยปราสาท

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
สวนปราสาทโคคุระที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้ในสวนก็สวยงามไม่แพ้กัน
สวนปราสาทโคคุระที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้ในสวนก็สวยงามไม่แพ้กัน
อย่าพลาดบรรยากาศชวนฝันของใบไม้เปลี่ยนสีและปราสาทโคคุระที่ประดับไฟยามค่ำคืน
อย่าพลาดบรรยากาศชวนฝันของใบไม้เปลี่ยนสีและปราสาทโคคุระที่ประดับไฟยามค่ำคืน

6. ภูเขาฮิโกซัง

“ภูเขาฮิโกซัง” ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างจังหวัดฟุกุโอกะและโออิตะ เป็นภูเขาที่ประกอบด้วย 3 ยอด มีความสูงประมาณ 1,200 เมตร
ภูเขาทั้งลูกได้รับการนับถือว่าเป็นเทพสถิต จึงเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนศรัทธามาอย่างยาวนาน
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี พอถึงช่วงสวยที่สุดจะมีนักปีนเขาจำนวนมากมาเยือนเพื่อชมวิวฤดูใบไม้ร่วงอันตระการตาจากด้านบน
บริเวณศูนย์กลางมีอาคารศาลเจ้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ คือ “อาคารโฮเฮเด็งแห่งศาลเจ้าฮิโกซังจิงงู”
ภายในเขตศาลเจ้าฮิโกซังจิงงูมี “สโลปคาร์ฮิโกซัง” วิ่งอยู่ข้างทางขึ้นสักการะ
คุณสามารถเพลิดเพลินกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีระหว่างนั่งชมวิวบนอากาศเป็นเวลา 7 นาที
ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากบริเวณใกล้ยอดเขาก่อน และยิ่งลงมาด้านล่างช่วงสวยที่สุดก็จะช้าตามมา ทำให้สามารถชมความงามได้ยาวนานเป็นพิเศษ

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
ต้นเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนพฤศจิกายน
มาสนุกกับการเดินเขาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูเขาฮิโกซังในฤดูใบไม้ร่วงกัน
มาสนุกกับการเดินเขาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูเขาฮิโกซังในฤดูใบไม้ร่วงกัน

7. ศาลเจ้าโฮมังกูคามาโดะ

ศาลเจ้าคามาโดะ (Hōmangū Kamado Jinja) เป็นศาลเจ้าที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,350 ปี สักการะเทพทามาโยริฮิเมะโนะมิโคโตะ และได้รับความศรัทธามาแต่โบราณในฐานะเทพแห่งการขอพรเรื่องความรัก อีกทั้งยังเป็นที่เคารพในฐานะเทพแห่งการปัดเป่าสิ่งไม่ดีและขจัดเคราะห์ด้วย
ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นนำของฟุกุโอกะ โดยมีต้นเมเปิล แปะก๊วย และไม้ผลัดใบอื่น ๆ รวมประมาณ 300 ต้น แต่งแต้มบริเวณศาลเจ้าอย่างสวยงาม
บริเวณรอบบันไดทางเข้าสักการะเป็นจุดที่ใบไม้เปลี่ยนสีหนาแน่น ต้นไม้สีแดง เหลือง และส้มที่พลิ้วไหวตามลมสร้างบรรยากาศชวนประทับใจอย่างมาก
เมื่อถึงช่วงเวลาที่สวยที่สุด จะมีการจัด “เทศกาลโมมิจิ” ด้วย
หลังพระอาทิตย์ตกจะมีการประดับไฟ เปลี่ยนบรรยากาศสดใสในเวลากลางวันให้กลายเป็นโลกยามค่ำคืนที่ลึกลับงดงาม

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
ศาลเจ้าที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของมังงะดังเรื่อง Demon Slayer และยังเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้ด้วย
ศาลเจ้าที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของมังงะดังเรื่อง Demon Slayer และยังเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้ด้วย

8. ไรซังเซ็นนิโยจิ ไดฮิโออิน

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณไหล่เขาของภูเขาไรซังที่ระดับความสูง 954.5 เมตร ในเมืองอิโตชิมะ จังหวัดฟุกุโอกะ
รูปปั้นไม้พระเซ็นจูคันนอนยืน และรูปปั้นไม้นั่งของพระเซกะโชนิน ซึ่งสร้างขึ้นในยุคคามาคุระ (ปี 1185–1333) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
ยังมีการประดิษฐานงานไม้แกะสลักและสิ่งปลูกสร้างทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกหลายชิ้น เช่น รูปปั้นไม้ทามงเท็นและจิโกคุเท็นซึ่งเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของจังหวัดฟุกุโอกะ
ในฤดูใบไม้ร่วง บริเวณวัดจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีจนเกิดเป็นทิวทัศน์งดงาม
โดยเฉพาะเมเปิลยักษ์อายุประมาณ 400 ปี ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของจังหวัดฟุกุโอกะ เมื่อเปลี่ยนเป็นสีแดงสดจะดูยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างมาก
ในสวนญี่ปุ่น “ชินจิเทเอ็น” ที่สร้างขึ้นในยุคมุโรมาจิ (ปี 1336–1573) ก็มีต้นเมเปิลประมาณ 200 ต้นเปลี่ยนสี ให้คุณซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
ความงดงามอันทรงพลังของเมเปิลยักษ์ทำให้ผู้มาเยือนประทับใจไม่รู้ลืม
ความงดงามอันทรงพลังของเมเปิลยักษ์ทำให้ผู้มาเยือนประทับใจไม่รู้ลืม

9. วัดคิโยมิสึเดระ แห่งภูเขาฮงกิจัง

“วัดคิโยมิสึเดระ แห่งภูเขาฮงกิจัง” ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในภูเขาคิโยมิสึ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองมิยามะ จังหวัดฟุกุโอกะ ท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์
วัดแห่งนี้ก่อตั้งโดยไซโจ (Saichō) พระสงฆ์พุทธของญี่ปุ่นและผู้ก่อตั้งนิกายเทนไดในช่วงต้นยุคเฮอัน (ปี 794–1185) และได้รับความศรัทธาต่อเนื่องมายาวนานกว่า 1,200 ปี
ภายในมีจุดน่าสนใจมากมาย เช่น “หอพระพันองค์” ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนับพันองค์ รวมถึง “เจดีย์สามชั้น” และ “ประตูวัด” ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัด
หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ “สวนฮอนโบ” ซึ่งเชื่อกันว่าวาดแบบโดยพระเซสชู จิตรกรพระชื่อดัง
คุณสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพทั้ง 4 ฤดูกาลและบรรยากาศแบบญี่ปุ่นในความสงบเงียบได้อย่างเต็มที่
โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ทิวทัศน์ที่แต่งแต้มด้วยเมเปิลอิโรฮะสีแดงเข้ม และภาพพื้นปูไปด้วยใบไม้เหลืองร่วงโรยราวกับพรมสีทอง ถือเป็นวิวฤดูใบไม้ร่วงที่งดงามอย่างแท้จริง

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
การชมสวนจากภายในอาคารก็เป็นอีกมุมที่น่าแนะนำ
การชมสวนจากภายในอาคารก็เป็นอีกมุมที่น่าแนะนำ
แม้หลังใบไม้เหลืองร่วงแล้ว ก็ยังมีทิวทัศน์สวยงามให้ชม
แม้หลังใบไม้เหลืองร่วงแล้ว ก็ยังมีทิวทัศน์สวยงามให้ชม

10. วัดเอโชจิ

วัดนิกายโซโตที่ประดิษฐานพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคตเป็นพระประธาน ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขามิโนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดฟุกุโอกะ
เชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในสามวัดยาคุชิที่สำคัญของญี่ปุ่น และก่อตั้งขึ้นในปี 680 เพื่ออธิษฐานขอให้จักรพรรดิและจักรพรรดินีหายจากอาการประชวร
ภายในวัดซึ่งมีสมญานามว่า “วัดโมมิจิ” มีต้นเมเปิลปลูกอยู่ทั่วบริเวณ และใบไม้เปลี่ยนสีที่แต่งแต้มวัดเก่าแก่แห่งนี้ก็สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนอย่างมาก
โดยเฉพาะบริเวณรอบอาคารหลักที่ตัดกันอย่างสวยงามระหว่างแปะก๊วยสีทองกับเมเปิลสีแดงเข้ม ถือเป็นมุมที่งดงามมาก
จุดชมวิวของวัดสามารถมองเห็นแนวต้นฮาเซะที่ยานางิซากะโซเนะและทุ่งชิคุโกะได้แบบพาโนรามา
เทือกเขามิโนยังมีเส้นทางเดินเขาจัดไว้อย่างดี หากอยากลองเพลิดเพลินกับวิวฤดูใบไม้ร่วงท่ามกลางเสียงนกร้อง ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
กลางเดือนพฤศจิกายน–ปลายเดือนพฤศจิกายน
ภายในวัดมีทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงอันเปี่ยมเสน่ห์กระจายอยู่หลายจุด
ภายในวัดมีทิวทัศน์ฤดูใบไม้ร่วงอันเปี่ยมเสน่ห์กระจายอยู่หลายจุด

11. หุบเขาฮินาตะกามิ

หุบเขายาวประมาณ 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ต้นน้ำแม่น้ำยาเบะในเมืองยาเมะ จังหวัดฟุกุโอกะ
ความงามของหุบเขาราวภาพวาดภูเขาและสายน้ำนี้งดงามถึงขั้นมีตำนานเล่าว่าเหล่าเทพแห่งฮินาตะยังถูกดึงดูดให้มาที่นี่
ภายในมีทั้งหน้าผาหินยักษ์สูง 10 เมตรอย่าง “โชเม็งอิวะ” และ “เคโฮงิอิวะ” รวมถึงก้อนหินรูปร่างแปลกตาอีกหลายแห่งที่ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด
หินยักษ์ที่มองดูคล้ายรูปหัวใจยังเป็นจุดพลังงานยอดนิยมสำหรับผู้ที่อยากขอพรเรื่องความรักอีกด้วย
ทิวทัศน์ที่ผสานความลึกลับของหินยักษ์เข้ากับสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีทอดยาวต่อเนื่องเป็นระยะทางไกล จนคุณอาจต้องทึ่งกับความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น
นอกจากนี้ บริเวณรอบหุบเขาฮินาตะกามิยังมีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกหลายแห่งด้วย

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
ต้นเดือนพฤศจิกายน–กลางเดือนพฤศจิกายน
โขดหินยักษ์และหินรูปร่างแปลกตาที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งสวยงามและทรงพลัง
โขดหินยักษ์และหินรูปร่างแปลกตาที่แต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งสวยงามและทรงพลัง

12. สวนยูเซ็นเท

สวนยูเซ็นเท (Yusentei Park) สร้างขึ้นในปี 1754 โดยคุโรดะ สึงุตากะ เจ้าเมืองจิคุเซ็นในขณะนั้น ซึ่งก็คือพื้นที่ฟุกุโอกะปัจจุบัน ใช้เป็นบ้านพักตากอากาศ และได้รับการจัดให้เป็นสวนญี่ปุ่นแบบสระน้ำเดินชมแห่งแรกของเมืองฟุกุโอกะ
บนพื้นที่ประมาณ 3,000 สึโบะ มีสระน้ำขนาดงดงามและพรรณไม้นานาชนิดปลูกล้อมรอบอยู่
ห้องน้ำชาภายในอาคารหลักชื่อ “โจซุยอัง” รวมถึงทิวทัศน์สวนที่มองจากห้องโถงใหญ่ ล้วนให้ความรู้สึกสง่างามและละเมียดละไม
ในฤดูใบไม้ร่วง ต้นเมเปิลประมาณ 150 ต้นจะช่วยแต่งแต้มภายในสวน และหากได้นั่งดื่มมัทฉะในห้องน้ำชาพร้อมชมใบไม้เปลี่ยนสี คุณน่าจะได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ไหลไปอย่างแสนผ่อนคลาย
ในงานเปิดสวนยามค่ำคืน “งานเลี้ยงโมมิจิ” ยังมีการจัดโปรเจกชันแมปปิงด้วย
สวนที่ประดับด้วยศิลปะแสงและสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีจะกลายเป็นพื้นที่ชวนฝันอย่างยิ่ง

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
ปลายเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
ลองชมสวนญี่ปุ่นที่แต่งแต้มด้วยสีสันฤดูใบไม้ร่วงจากห้องเสื่อทาทามิ แล้วสัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่นอย่างเต็มที่
ลองชมสวนญี่ปุ่นที่แต่งแต้มด้วยสีสันฤดูใบไม้ร่วงจากห้องเสื่อทาทามิ แล้วสัมผัสเสน่ห์แบบญี่ปุ่นอย่างเต็มที่

13. สวนโคเมียวจิ

“โคเมียวเซ็นจิ” ตั้งอยู่ห่างจากสถานีดาไซฟุของรถไฟนิชิเท็ตสึโดยใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที และอยู่ใกล้ศาลเจ้าดาไซฟุเท็นมังกูมาก
“สวนโคเมียวจิ” ภายในวัดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่งดงามของจังหวัดฟุกุโอกะ
เป็นสวนหินแห้งแบบคาเระซันซุยที่ออกแบบโดยชิเงโมริ มิเร ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสวนคนสำคัญของยุคโชวะ (ปี 1926–1989)
สวนแห่งนี้สร้างขึ้นโดยใช้มอสถึง 49 ชนิด จนได้รับสมญาว่า “วัดมอส” จากความงามอันโดดเด่น
ทรายขาวและการจัดวางหินอย่างสมดุล รวมถึงต้นเมเปิลจำนวนมาก ทำให้เมื่อถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี สวนคาเระซันซุยทั้งสวนจะถูกย้อมเป็นสีแดงเข้ม
ความงามและความสงบของที่นี่อาจทำให้คุณลืมเวลาไปเลยก็ได้
อย่างไรก็ตาม พื้นที่แห่งนี้เปิดให้เข้าชมไม่เป็นประจำ จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้า

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสี (โดยทั่วไป)
กลางเดือนพฤศจิกายน–ต้นเดือนธันวาคม
สวนหินแห้งที่แต่งแต้มด้วยสีสันหลากหลายก็สวยงามไม่แพ้กัน
สวนหินแห้งที่แต่งแต้มด้วยสีสันหลากหลายก็สวยงามไม่แพ้กัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฟุกุโอกะ

Q

ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีของฟุกุโอกะคือเมื่อไร?

A

ในฟุกุโอกะ มีหลายจุดที่เข้าสู่ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนธันวาคม

Q

พื้นที่ไหนในฟุกุโอกะที่มีจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเยอะ?

A

จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีกระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ และไม่มีพื้นที่ใดที่กระจุกตัวเป็นพิเศษ

บทสรุป

บทความนี้ได้รวบรวมจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในฟุกุโอกะพร้อมช่วงเวลาที่เหมาะแก่การชมไว้ให้แล้ว
ทั้งธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่ฟุกุโอกะภาคภูมิใจ ล้วนยิ่งงดงามขึ้นเมื่อแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสีราวงานศิลป์
ลองตระเวนเที่ยวจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่กระจายอยู่ทั่วฟุกุโอกะ แล้วค่อย ๆ สัมผัสเสน่ห์และอาหารท้องถิ่นในมุมใหม่ ๆ ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้จัก
หากอยากเที่ยวฟุกุโอกะให้คุ้มที่สุด บทความด้านล่างก็น่าจะช่วยให้คุณวางแผนทริปได้ง่ายขึ้น