
9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของโยนาโกะ ประตูสู่ซันอิน
ถ้าอยากเริ่มต้นเที่ยวภูมิภาคซันอินแบบเดินทางสะดวก เมืองโยนาโกะ (Yonago) เป็นจุดหมายที่ชวนแวะไม่น้อย
ที่นี่มีทั้งธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ พื้นที่ที่ยังคงกลิ่นอายของยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603–1868) และออนเซ็นชื่อดังด้านน้ำพุร้อนเพื่อผิวสวยซึ่งนับว่าโดดเด่นเป็นอันดับต้น ๆ ของทตโตริ ทำให้เที่ยวได้หลายสไตล์
เนื่องจากเป็นประตูสู่ภูมิภาคซันอินที่เดินทางต่อได้สะดวก จึงแนะนำให้ใช้โยนาโกะเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับทริปเที่ยวรอบภูมิภาคนี้ด้วย
บทความนี้จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโยนาโกะ พร้อมที่พักแนะนำ วิธีการเดินทาง และฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสม
ลองใช้บทความนี้เป็นไกด์ แล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของภูมิภาคซันอินกัน
โยนาโกะเป็นสถานที่แบบไหน?
โยนาโกะอยู่เกือบกึ่งกลางของภูมิภาคซันอิน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดทตโตริ ชิมาเนะ และยามากุจิ
ที่นี่มีสนามบินโยนาโกะคิทาโร่ และยังเป็นจุดคมนาคมสำคัญของภูมิภาคซันอิน โดยมีรถไฟ 3 สาย ได้แก่ สายซันอิน สายซาไก และสายฮาคุบิ รวมถึงทางด่วนซันอินและทางด่วนโยนาโกะพาดผ่าน
ทางตะวันออกเฉียงใต้มีภูเขาไดเซ็นซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคจูโกกุ และทางเหนือหันสู่ทะเลญี่ปุ่น จึงเป็นพื้นที่ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ
ในยุคเอโดะ เมืองนี้เคยรุ่งเรืองในฐานะเมืองหน้าปราสาทของปราสาทโยนาโกะ และปัจจุบันยังคงมีทิวทัศน์เมืองเก่าเหลืออยู่ โดยเฉพาะบริเวณริมแม่น้ำคาโมงาวะ
หาดยูมิงาฮามะที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 ชายหาดสวยของญี่ปุ่น และ 100 ชายหาดทรายขาวแนวสนเขียวของญี่ปุ่น ซึ่งคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวในฤดูร้อน รวมถึงไคเคะออนเซ็น (Kaike Onsen) ที่ตั้งอยู่บริเวณยูมิงาฮามะ ก็เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีอาหารอร่อยมากมาย ทั้งซาบะชาบู เมนูขึ้นชื่อประจำท้องถิ่น รวมถึงอาหารท้องถิ่นอย่างราเมนซุปกระดูกวัวและเดโกะมัน

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของโยนาโกะคือช่วงไหน?
หากจะมาเที่ยวโยนาโกะ แนะนำช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ภูเขาต่าง ๆ เช่น ภูเขาไดเซ็นถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี
ภูเขาไดเซ็นซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของทตโตริ มักมีหิมะปกคลุมยอดเขาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพอดี จึงได้ชมความงามของหิมะและใบไม้แดงไปพร้อมกัน
อีกทั้งฤดูใบไม้ร่วงยังเป็นช่วงที่ปลาซาบะอร่อยที่สุด จึงเหมาะมากสำหรับการลิ้มลองซาบะชาบู เมนูขึ้นชื่อของเมืองนี้
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของโยนาโกะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): เลือกใส่แจ็กเก็ตบางและสเวตเตอร์เนื้อบาง
- ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบา เช่น เสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบาง หรือโค้ต ก็เหมาะ
- ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ควรเป็นโค้ตหนา ชุดวูล และสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตหนา
เดินทางไปโยนาโกะอย่างไร?
เนื่องจากมีสนามบินโยนาโกะคิทาโร่ จึงใช้เวลาบินจากโตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
จากสนามบินในโอซาก้าไม่มีเที่ยวบินตรง จึงต้องต่อชินคันเซ็นและรถไฟด่วนพิเศษ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที
สนามบินโยนาโกะคิทาโร่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วย จึงเดินทางตรงได้จากฮ่องกง เกาหลี และจีน
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวโยนาโกะ
การเดินทางหลักสำหรับเที่ยวในโยนาโกะคือรถบัส
มีทั้งรถบัสประจำทางที่วิ่งรอบเมืองโดยเริ่มจากสถานีโยนาโกะ รถบัสที่ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และยังมีรถชัตเทิลบัสท่องเที่ยวฟรีด้วย หากใช้ร่วมกับแท็กซี่ก็เดินทางได้สะดวกสบาย
9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโยนาโกะที่ไม่ควรพลาด
เสน่ห์ของโยนาโกะมีครบทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และอาหารอร่อย
จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกมากมาย และต่อไปนี้คือจุดท่องเที่ยวยอดนิยมที่อยากแนะนำเป็นพิเศษ
บางแห่งยังเหมาะสำหรับเที่ยวพร้อมเด็ก ๆ ด้วย จึงเหมาะกับทริปครอบครัวเช่นกัน
1. ซากปราสาทโยนาโกะ
ปราสาทสมัยใหม่ยุคแรกแห่งแรกของซันอิน เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปลายยุคเซ็นโกกุ
ตั้งอยู่บนยอดเขามินาโตะยามะซึ่งสูงประมาณ 90 เมตร บริเวณที่ยื่นออกไปในทะเลสาบนากาอุมิ ห่างจากสถานีโยนาโกะไปทางตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร และยังมีชื่อเรียกว่า “ปราสาทคุเมะ” ด้วย
ไม่นานหลังเข้าสู่ยุคเอโดะ ปราสาทแห่งนี้ก็กลายเป็นปราสาทสาขาของแคว้นทตโตริ อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะปราสาทหายากที่มี “หอคอยคู่” ประกอบด้วยเทนชุ 5 ชั้นและหอคอย 4 ชั้นซึ่งทำหน้าที่เป็นหอคอยรอง

2. ศาลเจ้าโอกามิยามะ
ศาลเจ้าเก่าแก่ที่เป็นศูนย์กลางความศรัทธาต่อภูเขาไดเซ็น โดยมีโออนามุจิโนะมิโคโตะเป็นเทพเจ้าหลัก
ที่นี่ยังเป็นสถานที่ลำดับที่ 9 ของเส้นทางแสวงบุญอิซุโมะโนะคุนิชินบุทสึเรโจ ซึ่งประกอบด้วยศาลเจ้าและวัดเก่าแก่รวม 20 แห่ง ศาลเจ้าแห่งนี้ประกอบด้วย 2 ส่วน คือศาลเจ้าหลักที่เชิงเขาไดเซ็น และโอคุมิยะที่อยู่บนไหล่เขา จากศาลเจ้าหลักไปยังโอคุมิยะมีทางเดินศักดิ์สิทธิ์ยาวประมาณ 700 เมตร สร้างจากหินธรรมชาติ ท่ามกลางต้นสนซีดาร์และต้นบีชขนาดใหญ่
นับเป็นทางปูหินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่นซึ่งสร้างขึ้นในช่วงต้นยุคโชวะ

3. ภูเขาไดเซ็น
ภูเขาไฟแบบประกอบที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,709 เมตร และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคจูโกกุ ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดทตโตริ อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 ภูเขาชื่อดังและ 100 ทิวทัศน์ของญี่ปุ่น
พื้นที่โดยรอบได้รับการกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติไดเซ็น-โอกิ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ฮิรุเซ็น หมู่เกาะโอกิ คาบสมุทรชิมาเนะ และพื้นที่ภูเขาซัมเบะ
เมื่อมองจากฝั่งเมืองโยนาโกะทางตะวันตก จะเห็นเชิงเขาแผ่เป็นทรงกรวย จนได้รับฉายาว่า “โฮคิฟูจิ”

4. ฟาร์มไดเซ็น ทอมซอว์เยอร์
ฟาร์มท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวชอุ่มบริเวณเชิงเขาไดเซ็น สามารถชมและใกล้ชิดกับสัตว์หลากหลายชนิด เช่น แกะ คาปิบารา และม้าโพนี
สัตว์ขนาดเล็กอย่างแพะ แกะ คาปิบารา กระต่าย และหนูตะเภา สามารถสัมผัสได้โดยตรง อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้อาหารด้วย
ในโซนวังวังแลนด์ คุณจะได้เล่นกับสุนัขมากมาย ตั้งแต่สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น โกลเดนรีทรีฟเวอร์ ไปจนถึงสุนัขพันธุ์เล็กอย่างมินิเอเจอร์ดัชชุนด์

5. สวนมิซูโทริโยนาโกะ
ทะเลสาบนากาอุมิซึ่งคร่อมระหว่างจังหวัดทตโตริและชิมาเนะ เป็นแหล่งอาศัยของนกป่าชั้นนำของซันอิน และมีการบันทึกพบนกป่าประมาณ 40% ของชนิดนกที่พบในญี่ปุ่น
สวนมิซูโทริโยนาโกะที่อยู่บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบแห่งนี้ เป็นสถานที่ดูนกที่พัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำประมาณ 28 เฮกตาร์ให้เป็นเขตอนุรักษ์เพื่อให้นกน้ำอาศัยได้อย่างปลอดภัย
ตั้งแต่นกหงส์เล็กที่บินมาในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงเพื่อใช้ฤดูหนาวในญี่ปุ่น ไปจนถึงเป็ด นกกระสา รวมทั้งห่านป่าหน้าขาวและห่านถั่วซึ่งเป็นอนุสรณ์ธรรมชาติของประเทศ ต่างก็แวะมาพักที่บึงและพื้นที่ชุ่มน้ำของสวนแห่งนี้

6. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองโยนาโกะ
พิพิธภัณฑ์ศิลปะสาธารณะแห่งแรกของภูมิภาคซันอิน ตั้งอยู่ในเมืองโยนาโกะ จังหวัดทตโตริ
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1983 จากความตั้งใจอันแรงกล้าของชาวเมือง โดยมีการเผยแพร่วัฒนธรรมศิลปะอันอุดมสมบูรณ์ผ่านนิทรรศการสำหรับประชาชน นิทรรศการพิเศษที่เน้นศิลปินผู้มีความเกี่ยวข้องกับท้องถิ่น และนิทรรศการจากคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์
มีผลงานสะสมประมาณ 1,900 ชิ้น ครอบคลุมหลายแนว ตั้งแต่มาเอดะ คันจิ จิตรกรตะวันตกผู้มีชื่อเสียงจากสไตล์ “มาเอะคังบาริ” อันเป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงคิยามะ โยชิทากะ ผู้บุกเบิกการ์ตูนแนวเรื่องราวที่เคยมีผลงานในสหรัฐอเมริกา

7. สวนโฮคิโคไดโนะโอกะ
สวนสาธารณะที่พัฒนาขึ้นโดยมีหมู่สุสานโบราณมุโกยามะ ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางถึงปลายยุคโคฟุนเป็นศูนย์กลาง ภายในเนินเขา 2 ลูกที่แยกจากกัน มีสุสานโบราณรวม 15 แห่ง รวมถึงสุสานทรงกุญแจ 8 แห่ง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในปี ค.ศ. 1994
ภายในสวนมีการจำลองอาคารยกพื้นสูง 15 เมตรและบ้านหลุม ทำให้สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยโบราณได้ นอกจากนี้ยังมีการจำลองสุสานโบราณรูปหอยเชลล์จากช่วงกลางยุคโคฟุน ที่มีรูปปั้นฮานิวะตั้งล้อมรอบถึง 104 ตัว เป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในยุคโคฟุน

8. ยูมิงาฮามะ
ทางตอนเหนือของโยนาโกะมี “คาบสมุทรยูมิงาฮามะ” ที่ยื่นออกไปสู่ทะเลญี่ปุ่น และทางฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรมีแนวชายฝั่งโค้งดุจคันธนูทอดยาวประมาณ 20 กิโลเมตร
ทิวทัศน์อันงดงามของทะเลสีฟ้ากว้าง หาดทรายขาว และป่าสนเขียวชอุ่มของยูมิงาฮามะ ได้รับเลือกให้เป็นทั้ง “100 ชายหาดสวยของญี่ปุ่น” และ “100 ชายหาดทรายขาวแนวสนเขียวของญี่ปุ่น”
ในฤดูร้อนสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางทะเลได้ อีกทั้งวิวพระอาทิตย์ตกที่ย้อมชายฝั่งเป็นสีส้มก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญ

9. ไคเคะออนเซ็น
ย่านออนเซ็นริมทะเลที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งยูมิงาฮามะซึ่งหันสู่ทะเลญี่ปุ่น ใช้เวลาขับรถจากใจกลางเมืองโยนาโกะประมาณ 15 นาที น้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นจากใต้ทะเลอ่าวมิโฮะมีคุณภาพน้ำแบบโซเดียม-แคลเซียมคลอไรด์ หรือที่เรียกกันว่า “น้ำพุร้อนเกลือ”
ด้วยความเข้มข้นของเกลือที่สูง จึงช่วยกักเก็บความอบอุ่นได้ดีเยี่ยม และได้รับความนิยมในฐานะออนเซ็นเพื่อผิวสวยชั้นนำแห่งหนึ่งของซันอิน

พักผ่อนกับวิวสวยของซันอิน! 2 ที่พักแนะนำในโยนาโกะ
ถ้ามีแผนค้างคืนในโยนาโกะ “ไคเคะออนเซ็น” เป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก เพราะได้เพลิดเพลินกับวิวสวยของยูมิงาฮามะไปพร้อมกัน
ต่อไปนี้คือที่พักแนะนำที่ให้คุณใช้เวลาสุดหรูไปกับการผ่อนคลายท่ามกลางทะเลกว้างใหญ่และภูเขาไดเซ็น
1. ไคเคะ โชเก็ตสึ
ไคเคะออนเซ็นซึ่งเป็นย่านออนเซ็นริมทะเลทางตอนเหนือของเมืองโยนาโกะ เป็นรีสอร์ตที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนตลอดปี ด้วยชายหาดทรายขาวอันสวยงามและวิวภูเขาไดเซ็นอันยิ่งใหญ่
“ไคเคะ โชเก็ตสึ (Kaike Shogetsu)” เปิดกิจการที่ไคเคะออนเซ็นในปี ค.ศ. 1927 และได้รับคำชมเรื่องการบริการที่ใส่ใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการคงจำนวนห้องพักไว้เพียง 19 ห้องเท่าเดิมนับตั้งแต่ก่อตั้ง

2. คะซุยเท
เรียวกังเก่าแก่ชั้นนำแห่งซันอิน ที่มีชื่อเสียงเรื่องวิวทะเลญี่ปุ่นเบื้องหน้าและทิวทัศน์ของภูเขาไดเซ็นอันสง่างาม ภายในอาคารสามารถเพลิดเพลินกับความงามของธรรมชาติซันอินได้จากแทบทุกมุม
ที่นี่เป็นแห่งเดียวในไคเคะออนเซ็นที่มีแหล่งน้ำพุร้อนของตัวเอง ในห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่สามารถแช่น้ำพร้อมชมทะเลญี่ปุ่นจากอ่างหินอ่อนและอ่างกลางแจ้ง นอกจากนี้ยังมีห้องอาบน้ำส่วนตัว 4 ห้อง และห้องพักพร้อมอ่างกลางแจ้ง เหมาะสำหรับใช้เวลาส่วนตัวอย่างเต็มที่กับครอบครัวหรือคู่รัก

รถไฟ “คิทาโร่” สาย JR ซาไก ที่เหมาะสำหรับเดินทางจากโยนาโกะไปซาไกมินาโตะ
ถ้าเที่ยวโยนาโกะแล้วอยากขยับไปเมืองใกล้ ๆ ต่อ “ซาไกมินาโตะ” ทางตอนเหนือก็น่าสนใจไม่น้อย เมืองนี้เป็นบ้านเกิดของชิเงรุ มิซึกิ ผู้เขียนเรื่อง “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่”
ภายในเมืองเต็มไปด้วยสถานที่น่าสนใจ เช่น ถนนมิซึกิ ชิเงรุ ที่มีรูปปั้นบรอนซ์เหล่าภูตผีกว่า 177 ตัวเรียงราย และพิพิธภัณฑ์มิซึกิ ชิเงรุ ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับโลกของผลงานเรื่องนี้
หากจะเดินทางไปซาไกมินาโตะ แนะนำให้ใช้ “รถไฟคิทาโร่”
นี่คือรถไฟของสาย JR ซาไก ที่เชื่อมระหว่างสถานีโยนาโกะกับสถานีซาไกมินาโตะ โดยทั้งภายนอกและภายในขบวนตกแต่งด้วยตัวละครจาก “เกะเกะเกะ โนะ คิทาโร่”
ซาไกมินาโตะยังเป็นเมืองท่าด้วย จึงสามารถลิ้มลองอาหารรสเลิศจากอาหารทะเลสดใหม่ได้เช่นกัน
ลองนั่งรถไฟคิทาโร่จากโยนาโกะ แล้วไปสนุกกับการเที่ยวซาไกมินาโตะกัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโยนาโกะ
Q
ถ้ามีเวลาไม่มาก แนะนำให้ไปที่ไหนเพื่อเที่ยวโยนาโกะให้คุ้ม?
แนะนำบริเวณรอบสถานีโยนาโกะ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างรวมตัวกัน และมีตัวเลือกการเดินทางสะดวก
Q
เดินทางจากโยนาโกะไปเนินทรายทตโตริอย่างไร?
หากใช้รถไฟด่วนพิเศษและรถบัส จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
บทสรุป
บทความนี้ได้รวบรวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและที่พักแนะนำในโยนาโกะ พร้อมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเดินทาง เช่น ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหมาะสมและวิธีการเดินทาง
โยนาโกะมีเสน่ห์หลายแบบอยู่ในเมืองเดียว ทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่จากทะเลและภูเขา สถานที่ท่องเที่ยวและทิวทัศน์เมืองที่ให้สัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงออนเซ็นที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อนเพื่อผิวสวย
หากตามรอยสถานที่ที่แนะนำในบทความนี้ คุณก็น่าจะได้สัมผัสเสน่ห์หลากหลายของโยนาโกะอย่างเต็มอิ่ม
หากวางแผนใช้โยนาโกะเป็นจุดเริ่มต้นเที่ยวรอบภูมิภาคซันอิน อย่าลืมอ่านบทความนี้เพิ่มเติม ซึ่งแนะนำเสน่ห์และสถานที่ท่องเที่ยวของทตโตริด้วย