
ดื่มด่ำทิวทัศน์ซาโตยามะอันงดงามและวัฒนธรรม! 9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองมิยามะ
หากอยากออกจากความคึกคักของเมืองใหญ่แล้วไปเจอบรรยากาศชนบทญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เมืองมิยามะ (Miyama) ก็เป็นจุดหมายที่ชวนให้แวะไปทำความรู้จัก
พื้นที่นี้ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของเกียวโต และมีหมู่บ้านหลังคามุงจาก “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” เป็นศูนย์กลาง ที่นี่ยังคงบรรยากาศญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้อย่างชัดเจน และทั้งพื้นที่ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญของประเทศ
ยังมีจุดถ่ายรูปสวย กิจกรรมต่าง ๆ และอาหารท้องถิ่นให้เพลิดเพลินได้ตลอดการเที่ยว
บทความนี้จะพาไปรู้จักเสน่ห์ของ “เมืองมิยามะ” พร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิต
เราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญไว้เพื่อให้แม้แต่ผู้ที่มาเยือนครั้งแรกก็สามารถเที่ยวได้อย่างเต็มอิ่ม ลองใช้บทความนี้เป็นแนวทางในการตะลุยเที่ยวรอบเมืองกัน
เมืองมิยามะเป็นสถานที่แบบไหน?
ถ้าพูดถึงเมืองเล็ก ๆ ในจังหวัดเกียวโตที่ยังเก็บบรรยากาศดั้งเดิมไว้ได้ดี เมืองมิยามะก็น่าจะเป็นชื่อที่หลายคนนึกถึง
เมืองนี้ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของจังหวัดเกียวโต มีประชากรประมาณ 3,300 คน และเป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์อยู่ร่วมกับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมได้อย่างกลมกลืน
พื้นที่นี้เป็นแอ่งกระทะที่ล้อมรอบด้วยภูเขาทั้งสี่ด้าน และมีแม่น้ำยูระไหลผ่าน จึงเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามและบรรยากาศสงบ
ความเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลชัดเจน โดยหน้าร้อนอากาศเย็นสบาย ส่วนหน้าหนาวมีหิมะตกมาก
เสน่ห์ของเมืองมิยามะคือภาพชนบทซาโตยามะอันเงียบสงบ ซึ่งมีหมู่บ้านบ้านหลังคามุงจากเรียงรายอย่าง “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” เป็นตัวแทนที่โดดเด่น
ภาพวิถีชนบทและหมู่บ้านเกษตรภูเขาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมยังคงหลงเหลืออยู่ทั่วเมือง ให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไป
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งมากมายที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเดินเขา ปั่นจักรยาน กิจกรรมทางน้ำ รวมถึงเนเจอร์ทัวร์ที่พาไปสัมผัสความงามของธรรมชาติซึ่งได้รับความนิยมเช่นกัน
อีกหนึ่งเสน่ห์คืออาหารท้องถิ่นที่ใช้ของขึ้นชื่ออย่างนมมิยามะ ผักจากมิยามะ และเนื้อกวาง พร้อมการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคนในพื้นที่

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของเมืองมิยามะคือช่วงไหน?
หากจะมาเที่ยวเมืองมิยามะ ช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่แต่งแต้มสีสันไปทั่วทั้งเมืองถือว่าแนะนำเป็นพิเศษ
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฤดู ใบเมเปิลจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง และส้ม ทำให้ทั่วบริเวณถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศชนบทซาโตยามะแสนชวนคิดถึง
โดยปกติช่วงที่สวยที่สุดจะอยู่ราวกลางถึงปลายเดือน 11 และภาพหลังคามุงจากแบบดั้งเดิมคู่กับใบไม้เปลี่ยนสีคือทัศนียภาพเฉพาะตัวของมิยามะที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
นอกจากนี้ฤดูหนาวที่สามารถชมทิวทัศน์หลังคามุงจากปกคลุมด้วยหิมะก็เป็นอีกช่วงที่น่าไปเยือน
เป็นความงามเฉพาะของมิยามะในฤดูหนาวที่ให้ความรู้สึกราวกับได้เดินทางสู่ดินแดนลับแล
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูกาลของเมืองมิยามะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (เดือน 3 - เดือน 5): ใช้แจ็กเก็ตบางหรือสเวตเตอร์เนื้อบางก็พอ
- ฤดูร้อน (เดือน 6 - เดือน 8): เสื้อผ้าบาง เบาสบาย หรือเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (เดือน 9 - เดือน 11): แจ็กเก็ตบาง หรือจะเลือกโค้ตก็ได้
- ฤดูหนาว (เดือน 12 - เดือน 2): ควรเป็นโค้ต สเวตเตอร์หนา หรือแจ็กเก็ต
เดินทางไปเมืองมิยามะอย่างไร?
เราได้สรุปวิธีเดินทางไป “เมืองมิยามะ” โดยเริ่มต้นจากสถานีเกียวโตของ JR ไว้ในตารางด้านล่าง
เส้นทางหลักคือมุ่งหน้าไปยังสถานีที่ใกล้ที่สุดก่อน คือสถานีฮิโยชิของ JR แล้วต่อรถบัสเทศบาลจากที่นั่น
ทั้งรถไฟและรถบัสมีเที่ยวค่อนข้างน้อย หากพลาดไป 1 เที่ยว อาจต้องรอเที่ยวถัดไปอย่างน้อย 1 ชั่วโมง จึงควรระวัง
เพราะฉะนั้นแนะนำให้ตรวจสอบตารางเวลาไว้ล่วงหน้า และวางแผนทั้งขาไปและขากลับให้เรียบร้อย
- เส้นทาง
-
1. จากสถานีเกียวโตของ JR ขึ้นรถไฟด่วนสายซางาโนะของ JR ปลายทางโซโนเบะ แล้วลงที่สถานีโซโนเบะ
2. จากสถานีโซโนเบะ ขึ้นสายซันอินของ JR แล้วลงที่สถานีฮิโยชิโจ จากนั้นเดินไปยังอาคารผู้โดยสารรถบัส
3. จากสถานีฮิโยชิ ขึ้นรถบัสเทศบาลนันตัน สายชิเค็งกุจิ เป็นต้น แล้วลงที่อังกาเกะ (มิจิโนะเอกิ มิยามะ ฟุเระไอ ฮิโรบะ) ก็จะถึงจุดหมาย
※ หากต้องการไป “หมู่บ้านคายาบุกิ มิยามะ” ให้ลงที่ป้ายรถบัส “คิตะ” - ระยะเวลาเดินทาง
- ประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที
วิธีเดินทางหลักสำหรับการเที่ยวเมืองมิยามะ
เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองมิยามะกระจายตัวอยู่ในพื้นที่กว้าง หากอยากเที่ยวได้อย่างอิสระ แนะนำให้เช่ารถหรือใช้แท็กซี่
บริเวณโดยรอบมีที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวรองรับ และสามารถเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” เป็นศูนย์กลาง
อย่างไรก็ตาม ภายในเมืองมิยามะไม่มีจุดให้เช่ารถ จึงควรใช้บริการบริษัทเช่ารถจากพื้นที่ต้นทาง เช่น ในตัวเมืองเกียวโต
นอกจากนี้ยังมีจักรยานให้เช่า ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมชมทิวทัศน์และฟังเสียงลำธารใส
แม้ว่าจำนวนเที่ยวจะมีจำกัด แต่หากวางแผนเวลาอย่างรัดกุม การเที่ยวด้วยรถบัสเทศบาลก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นกัน
9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ให้คุณสัมผัสเสน่ห์ของเมืองมิยามะได้เต็มที่
ถ้าอยากทำความรู้จักเมืองมิยามะให้ลึกขึ้น ลองเริ่มจากสถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ เหล่านี้
ตั้งแต่ “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” ไปจนถึงบ้านและสิ่งปลูกสร้างหลังคามุงจาก รวมถึงวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อกันมา ล้วนเป็นสถานที่ที่ทำให้ได้สัมผัสภาพชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่น
อีกหนึ่งจุดเด่นคือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่ช่วยให้คุณได้พักใจจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่
สถานที่ที่แนะนำทั้งหมดอยู่ห่างกันไม่มากนัก ลองแวะให้ได้หลายแห่งที่สุด เพื่อเก็บความทรงจำแบบมิยามะให้เต็มที่
1. หมู่บ้านคายาบุกิ มิยามะ
ถ้าพูดถึงสถานที่ที่เป็นภาพจำของเมืองมิยามะ หลายคนน่าจะนึกถึงที่นี่ก่อน
เมืองมิยามะในนครนันตัน จังหวัดเกียวโต เป็นพื้นที่ที่ยังคงเหลือบ้านพื้นเมืองหลังคามุงจากอันหาชมได้ยากอยู่เป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะหมู่บ้านคิตะที่ยังคงมีบ้านหลังคามุงจากอยู่ 39 หลัง ที่นี่เต็มไปด้วยภาพชนบทญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมท่ามกลางธรรมชาติทั้ง 4 ฤดู และยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคารดั้งเดิมที่สำคัญของประเทศอีกด้วย
ปัจจุบันทั้งหมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รู้จักกันในชื่อ “หมู่บ้านคายาบุกิ มิยามะ” และมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย
ภายในมีทั้งศาลเจ้า วัด พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ที่จัดแสดงวิถีชีวิตของชาวนาเมื่อประมาณ 200 ปีก่อนผ่านเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและอุปกรณ์การเกษตร รวมถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงผลงานมัดย้อมจากในและต่างประเทศบนชั้น 2 ของเวิร์กช็อปย้อมคราม ทำให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สืบต่อมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

2. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านมิยามะ
ภายในหมู่บ้านคายาบุกิ มิยามะ ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่ชวนให้แวะเข้าไปทำความรู้จักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นด้วย
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ได้แก่ ตัวบ้านหลัก โรงเก็บของ และคลังเก็บของ ซึ่งทั้งหมดเป็นอาคารหลังคามุงจาก
ช่วงเปิดทำการครั้งแรกในปี 1993 ใช้บ้านชาวนาอายุประมาณ 200 ปีเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ในปี 2000 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้จนตัวบ้านหลักและโรงเก็บของเสียหาย
อาคารที่เห็นในปัจจุบันได้รับการสร้างขึ้นใหม่และบูรณะจากบันทึกรายละเอียดอย่างครบถ้วน โดยใช้ไม้เก่าและวัสดุอื่น ๆ เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศในยุคนั้นอย่างซื่อตรง

3. พิพิธภัณฑ์ครามเล็ก ๆ
ใครสนใจงานย้อมคราม น่าจะเพลินกับการแวะมาที่พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ แห่งนี้
พิพิธภัณฑ์เอกชนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 โดยชินโดะ ฮิโรยูกิ (Shindo Hiroyuki) ศิลปินย้อมคราม
ตัวพิพิธภัณฑ์ใช้บ้านโบราณหลังคามุงจากจากสมัยเอโดะ ซึ่งอยู่ในช่วงปี 1603–1868
จุดเด่นคือหลังคามุงจากขนาดใหญ่ที่มีชิงิ 7 ชิ้นอยู่ด้านบน รวมทั้งบรรยากาศโดยรวมที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบคลาสสิก
ชั้น 1 เป็นพื้นที่ทำงานที่สามารถชมกระบวนการย้อมครามแบบดั้งเดิม ส่วนชั้น 2 จัดแสดงคอลเลกชันงานย้อมครามล้ำค่าที่คุณชินโดะสะสมมายาวนาน
เสน่ห์ของที่นี่คือการได้สัมผัสวัฒนธรรมการย้อมครามที่หลากหลายและหาชมได้ยากจากทั่วโลก เช่น งานมัดย้อมจากอินโดนีเซียและไนจีเรีย ชุดทำงานจากสมัยเอโดะ และชุดของชาวเหมียวจากจีน

4. บ้านตระกูลอิชิดะ
หากอยากเห็นบ้านชาวนาเก่าแก่ระดับหาชมได้ยาก ที่นี่เป็นอีกจุดที่น่าสนใจมาก
บ้านชาวนาเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ห่างจากคายาบุกิ โนะ ซาโตะ โดยรถยนต์ประมาณ 30 นาที
จากป้ายคำอธิษฐานที่พบระหว่างการสำรวจ ทำให้ทราบชัดเจนว่าอาคารนี้สร้างขึ้นในปี 1652 และด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสำคัญของประเทศในปี 1972
“บ้านตระกูลอิชิดะ” เป็นตัวอย่างแบบฉบับของ “บ้านพื้นเมืองสไตล์คิตายามะ” โดยภายในทั้งหมดเป็นผนังไม้กระดาน
ผู้มาเยือนสามารถสัมผัสรูปแบบการใช้ชีวิตในสมัยนั้นผ่านเทคนิคสถาปัตยกรรมต่าง ๆ เช่น คานและเสาที่ตกแต่งด้วยขวานถาก ประตูไม้บานเลื่อนด้านเดียว และอิโรริในห้องนั่งเล่น
แม้ช่วงเวลาที่เปิดให้เข้าชมจะมีจำกัด แต่เข้าชมฟรี และผู้ที่ต้องการยังสามารถใช้บริการไกด์ได้ จึงเหมาะสำหรับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และภูมิหลังทางวัฒนธรรมของอาคารอย่างลึกซึ้ง
ที่นี่เป็นจุดท่องเที่ยวอันล้ำค่าที่ทำให้คุณสัมผัสวิถีชนบทในสมัยเอโดะได้อย่างใกล้ชิด พร้อมกับชมทิวทัศน์ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเมืองมิยามะ

5. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานกึ่งแห่งชาติที่ราบสูงเกียวโตทัมบะ
ก่อนออกไปเที่ยวรอบพื้นที่ แวะที่นี่เพื่อเก็บข้อมูลพื้นฐานไว้ก่อนก็สะดวกดี
อุทยานกึ่งแห่งชาติที่ราบสูงเกียวโตทัมบะแผ่กว้างอยู่บริเวณตอนกลางของจังหวัดเกียวโต
ที่นี่มีทั้งผืนป่ากว้างใหญ่ ลำธารใส และภาพชนบทญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่ยังคงชัดเจน เช่น “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” ซึ่งมีบ้านเรือนหลังคามุงจากอันเป็นเอกลักษณ์กระจายอยู่ทั่วพื้นที่
สถานที่แรกที่ควรแวะในฐานะประตูสู่พื้นที่แห่งนี้คือ “ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานกึ่งแห่งชาติที่ราบสูงเกียวโตทัมบะ” ที่นี่ไม่เพียงให้ข้อมูลท่องเที่ยวในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเผยแพร่วัฒนธรรมซาโตจิและซาโตยามะ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติและวัฒนธรรมเชื่อมโยงกัน ภายใต้แนวคิด “รู้จักต้นกำเนิดของไม้ ปกป้องผืนป่า”

6. สวนสาธารณะเขื่อนโอโนะ มิยามะ เมืองนันตัน
ถ้าอยากพักชมวิวสบาย ๆ ริมน้ำ ลองแวะสวนสาธารณะแห่งนี้ได้เลย
สวนสาธารณะท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ริมทะเลสาบเขื่อนโอโนะ
บริเวณรอบเขื่อนโอโนะซึ่งสร้างเสร็จในปี 1961 มีทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล จนได้รับฉายาว่า “ทะเลสาบสายรุ้ง” และยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 ทะเลสาบเขื่อนที่สวยงาม” อีกด้วย
เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระประมาณ 1,000 ต้นที่ชาวท้องถิ่นปลูกไว้จะบานสะพรั่งอย่างงดงาม เสน่ห์ของที่นี่คือการได้ขับรถลอดอุโมงค์ซากุระ และจะนั่งปิกนิกชิล ๆ ริมทะเลสาบพร้อมชมดอกไม้บานเต็มที่ก็สบายใจไม่แพ้กัน

7. หมู่บ้านวัฒนธรรมธรรมชาติมิยามะ คาจิกะโซ
ถ้าอยากใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติแบบเต็มวัน หรือพักค้างสักคืน ที่นี่ตอบโจทย์ไม่น้อย
สถานที่ท่องเที่ยวแบบคอมเพล็กซ์ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย ทั้งที่พัก แคมป์ ร้านอาหาร และร้านพิซซ่าเตาหิน มอบโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับวัฒนธรรมของเมืองมิยามะอย่างเต็มที่
ที่นี่อบอวลด้วยบรรยากาศชวนหวนคิดถึงซึ่งเรียกได้ว่าเป็นภาพชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่น และเบื้องหน้าก็มีทิวทัศน์สวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู
ยังมีกิจกรรมให้สัมผัสธรรมชาติอย่างเต็มอิ่มมากมาย เช่น เล่นน้ำและตกปลาในแม่น้ำยูระ เดินเขา และปั่นจักรยาน
ภายในยังมีออนเซ็นคุณภาพดีช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และร้านอาหารที่ให้ลิ้มรสชาติของเมืองมิยามะ จึงเหมาะเป็นที่พักด้วยเช่นกัน
“คาจิกะโซ” (Kajikaso) โดดเด่นด้วยความเงียบสงบชวนผ่อนคลาย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่และใช้เวลาพักใจอย่างแท้จริง

8. น้ำตกร็นเงียว
ระหว่างทางไป “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” ยังมีจุดแวะชมธรรมชาติที่มองเห็นได้ง่ายอย่างน้ำตกแห่งนี้
น้ำตกสวยที่มองเห็นได้ทางซ้ายมือระหว่างทางไป “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ”
ชื่อของน้ำตกมาจากพระเร็นเงียว โชนิน ผู้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูนิกายโจโดะชินชู ซึ่งได้มาเยือนพื้นที่นี้ในปี 1475 และกล่าวชื่นชมน้ำตกแห่งนี้อย่างมาก
น้ำตกมีความสูงประมาณ 68 เมตร โดยช่วงบนประมาณ 1 ใน 3 ไหลตกลงตรง ๆ ส่วนที่เหลือไหลลื่นไปตามความลาดชัน จึงมีลักษณะเด่นแบบน้ำตกไหลแนบผิวหิน
โดยเฉพาะวิวหลังฝนตกที่สายน้ำดูเหมือนริ้วสีขาวนั้นสวยงามเป็นพิเศษ
ความตัดกันระหว่างสายน้ำกับสีเขียวเข้มของธรรมชาติโดยรอบยังให้บรรยากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูอย่างมีเสน่ห์
นอกจากนี้บริเวณด้านล่างของน้ำตกซึ่งมีทางเดินเขาจัดไว้เป็นอย่างดี ยังมีลำธารใสของแม่น้ำยูระไหลผ่าน น้ำสีเขียวมรกตอ่อนสวยสะอาด ช่วยให้สดชื่นทั้งกายและใจ

9. ศาลเจ้าชิอิฮาจิมัง
ถ้าอยากแวะสถานที่เงียบสงบที่มีทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์อยู่ร่วมกัน ลองขึ้นมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้
ศาลเจ้าทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่บนเนินสูงทางทิศตะวันออกของคายาบุกิ โนะ ซาโตะ
มีประวัติยาวนานเกือบ 1,000 ปี และได้รับความศรัทธาจากผู้คนในท้องถิ่นอย่างมาก
ศาลเจ้ามีสถาปัตยกรรมไม้ที่งดงาม โดยอาคารหลักประดับลวดลายแกะสลักอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นดอกเบญจมาศ นกพิราบ เสือ ช้าง หงส์ และปลาคาร์ป จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของจังหวัดเกียวโต
พื้นที่นี้ยังได้รับการกำหนดให้เป็นเขตอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของจังหวัดเกียวโตอีกด้วย ภาพศาลเจ้าที่ตั้งสงบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจึงมอบความผ่อนคลายอย่างนุ่มนวล
โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วง เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีแต่งแต้มบริเวณศาลเจ้าอย่างสดใส เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก

ถ้าอยากลิ้มลองวัตถุดิบท้องถิ่น ต้องที่นี่! 3 ร้านอาหารยอดนิยมในเมืองมิยามะ
เมื่อเที่ยวไปสักพัก ก็น่าลองแวะชิมรสชาติประจำท้องถิ่นของเมืองมิยามะกันบ้าง
ทั้ง 3 ร้านที่คัดมานี้ล้วนขึ้นชื่อเรื่องอาหารทำมือพิถีพิถันจากวัตถุดิบท้องถิ่น
คุณสามารถแวะทานอาหารหรือพักผ่อนพลางชมภาพชนบทญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมได้ ลองใช้ข้อมูลนี้เป็นตัวช่วย แล้วหาโอกาสแวะไปชิมกันสักร้าน
1. มิยามะ โนะ เมกุมิ โรงงานนม สาขาใหญ่มิยามะ
ถ้าอยากลองของหวานที่ใช้นมท้องถิ่นแบบเต็ม ๆ ร้านนี้เป็นจุดที่ไม่ควรพลาด
ที่ “มิยามะ โนะ เมกุมิ โรงงานนม สาขาใหญ่มิยามะ” ภายใน “มิจิโนะเอกิ มิยามะ ฟุเระไอ ฮิโรบะ” ในเมืองมิยามะ นครนันตัน จังหวัดเกียวโต คุณจะได้เพลิดเพลินกับของหวานหลากหลายชนิดที่ใช้นมมิยามะสดใหม่จากร้านผู้ผลิตโดยตรง
นมนี้มีจุดเด่นที่รสชาติเข้มข้นแต่ทิ้งท้ายสดชื่น
ซอฟต์ครีมยอดนิยมมีเฉพาะรสนม เพื่อให้ได้ลิ้มรสความหอมมันของนมมิยามะอย่างเต็มที่ ส่วนเจลาโตมีให้เลือกอย่างน้อย 10 รสในตู้โชว์ และจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล

2. คาเฟ่มิรัน
ถ้าอยากหามุมเงียบ ๆ นั่งพักระหว่างเดินเที่ยว “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” ที่นี่ก็น่านั่งมาก
“คาเฟ่มิรัน” (Miran) เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ ใน “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของมิยามะ
ภายในร้านตกแต่งในบรรยากาศบ้านญี่ปุ่นโบราณอันสงบอบอุ่น และยังมีที่นั่งระเบียงซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ท้องทุ่งอันเงียบสงบจากด้านนอกหน้าต่าง
ที่นี่เป็นมุมพักผ่อนสบาย ๆ ที่ให้คุณค่อย ๆ ลิ้มรสของหวานไปพร้อมกับชมภาพหลังคามุงจากแบบดั้งเดิม
จุดเด่นที่สุดคือเมนูที่ใช้ไข่เลี้ยงปล่อยสดใหม่จากท้องถิ่นอย่างเต็มที่
โดยเฉพาะ “พุดดิ้งโฮมเมด” ที่ทำจากไข่เข้มข้นและนมสดจากฟาร์ม รวมถึง “มิลค์เจลาโต” ที่ใช้นมมิยามะ ต่างก็เป็นเมนูยอดนิยมที่อยากแนะนำให้ลอง

3. ร้านอาหารคิตามูระ
ส่วนใครที่อยากทานอาหารมื้อจริงจังพร้อมบรรยากาศเรียบง่ายแบบท้องถิ่น ร้านนี้ก็น่าสนใจ
“ร้านอาหารคิตามูระ” ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันสวยงามของเกียวโต เป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ตรงหน้าหมู่บ้าน “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” ซึ่งยังคงบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดี
เมนูขึ้นชื่อของร้านคือโซบะรสเยี่ยมที่ใช้แป้งโซบะจากมิยามะ บดด้วยโม่หินและทำเส้นสดด้วยมือโดยช่างผู้ชำนาญ
โซบะที่ทำสดทุกวันด้วยความใส่ใจโดยช่างฝีมือผู้มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี มีจุดเด่นที่เส้นลื่นคอ พร้อมกลิ่นหอมและความหวานตามธรรมชาติ

เหมาะกับการเลือกซื้อของฝาก! 3 แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตในเมืองมิยามะ
ถ้าอยากปิดท้ายทริปด้วยของฝากหรือวัตถุดิบท้องถิ่น ลองแวะ 3 จุดนี้ได้เลย
ทุกแห่งเป็นร้านยอดนิยมใน “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” และบริเวณใกล้เคียง ที่มีสินค้าหลากหลายแบบเฉพาะตัวของมิยามะ
เหมาะอย่างยิ่งทั้งสำหรับชิมอาหารท้องถิ่น เลือกซื้อของฝาก และสร้างความทรงจำดี ๆ จากทริปของคุณ
หากมีโอกาสระหว่างเที่ยว อย่าลืมแวะไปสัมผัสเสน่ห์ของมิยามะด้วยตัวเอง
1. ร้านของฝากคายะโนะซาโตะ
ถ้าเดินเที่ยวอยู่ใน “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” แล้วอยากหาของกินหรือของฝากติดมือกลับไป ลองแวะร้านนี้ได้
“ร้านของฝากคายะโนะซาโตะ” ที่ตั้งอยู่ใน “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” เป็นสถานที่น่ารักที่จะช่วยเติมสีสันให้ความทรงจำจากการเดินทางของคุณ
ภายในร้านมีสินค้ามากมายที่เติบโตจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของมิยามะ ให้รสชาติเรียบง่ายแต่ลุ่มลึก
ไม่ว่าจะเป็นโมจิและดังโงะจากข้าวเหนียวและข้าวฟ่าง หรือคุกกี้ทำมือ ทุกอย่างล้วนชูรสชาติอันอ่อนโยนจากคุณภาพของวัตถุดิบ
ส่วน “คิตามูระ คิบิโคโบ” ที่เปิดเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็เป็นจุดที่คุณสามารถพักหายใจสบาย ๆ พร้อมชิมโมจิและดังโงะที่ทำเสร็จใหม่ ๆ ได้

2. มิจิโนะเอกิ มิยามะ ฟุเระไอ ฮิโรบะ
อีกจุดที่แวะง่ายและรวมของดีท้องถิ่นไว้ค่อนข้างครบก็คือที่นี่
“มิจิโนะเอกิ มิยามะ ฟุเระไอ ฮิโรบะ” ในเมืองมิยามะ นครนันตัน จังหวัดเกียวโต เป็นจุดท่องเที่ยวที่อัดแน่นด้วยเสน่ห์ของท้องถิ่น และประกอบด้วย 3 โซนหลัก
ที่ “ฟุรัตโตะ มิยามะ” มีวัตถุดิบแบบมิยามะให้เลือกมากมาย ทั้งข้าว ปลาอายุ ไส้กรอกจากเนื้อกวางและหมูป่า ผักสดตามฤดูกาลที่ได้รับพรจากธรรมชาติของมิยามะอย่างเต็มที่นั้นสดมากจนบางครั้งขายหมดตั้งแต่ช่วงเช้า
ของหวานอย่างชีสเค้กและพุดดิ้งที่ใช้นมมิยามะก็เป็นอีกอย่างที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน

3. ร้านโนดะโชเท็น แห่งคายาบุกิ โนะ ซาโตะ
สำหรับคนที่อยากแวะร้านเก่าแก่ที่ยังเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนอยู่จริง ลองมาที่นี่ได้
“ร้านโนดะโชเท็น แห่งคายาบุกิ โนะ ซาโตะ” เป็นร้านเก่าแก่ที่คอยสนับสนุนวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน
แม้จะเคยปิดกิจการไปนาน แต่ได้กลับมาเปิดอีกครั้งในปี 2024 ในฐานะสถานที่เชื่อมโยงชุมชนกับผู้มาเยือน
ปัจจุบันนอกจากสินค้าในชีวิตประจำวันและขนมแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นร้านของฝากที่รวบรวมสินค้าน่าสนใจเฉพาะแบบมิยามะไว้ด้วย
ในบรรดาสินค้ายอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว คือ “สินค้าสนับสนุนคายาบุกิ โนะ ซาโตะ” เช่น ผ้าเช็ดมือ ปากกา และเข็มกลัดที่พิมพ์ลวดลายทิวทัศน์ของหมู่บ้านหลังคามุงจาก
รายได้ส่วนหนึ่งจากสินค้ากลุ่มนี้จะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมของสมาคมอนุรักษ์ เพื่อปกป้องภูมิทัศน์และวิถีชีวิตของ “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” จึงอยากชวนให้ลองอุดหนุนสักชิ้นหนึ่ง
นอกจากนี้ที่ร้านโนดะโชเท็นยังมีบริการแจกแผ่นพับท่องเที่ยวและให้ข้อมูลเที่ยวชมภายในหมู่บ้านด้วย จึงแนะนำให้แวะเป็นที่แรก

“เทศกาลโคมหิมะแห่งหมู่บ้านคายาบุกิ มิยามะ” วิวสุดมหัศจรรย์ที่มีเฉพาะฤดูหนาว
ถ้ามาเยือนมิยามะในฤดูหนาว ก็มีอีเวนต์หนึ่งที่หลายคนตั้งใจมาชมกันโดยเฉพาะ
“เทศกาลโคมหิมะแห่งหมู่บ้านคายาบุกิ มิยามะ” จัดขึ้นทุกปีที่ “คายาบุกิ โนะ ซาโตะ” ในช่วงปลายเดือน 1 ถึงต้นเดือน 2
นี่คืออีเวนต์บรรยากาศชวนฝันที่เริ่มต้นจากความตั้งใจของคนในชุมชนที่อยากต้อนรับผู้มาเยือนมิยามะในฤดูหนาวที่มีหิมะหนาแน่น
ตลอดช่วงงาน ทั้งโคมหิมะ โคมไฟอันดงที่ส่องสว่างตามตรอก โคมไฟ LED และโคมแขวนหลากหลายรูปแบบ จะช่วยแต่งแต้มให้ทั้งหมู่บ้านอบอวลด้วยแสงไฟอันงดงาม
หากเดินทางมาด้วยรถยนต์ จำเป็นต้องจองที่จอดรถผ่านเว็บไซต์ทางการล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเมืองมิยามะ
Q
จากตัวเมืองเกียวโต สามารถไปเที่ยวเมืองมิยามะแบบไปเช้าเย็นกลับได้ไหม?
ได้ โดยเมืองมิยามะใช้เวลาเดินทางเที่ยวเดียวจากสถานีเกียวโตของ JR ประมาณ 2 ชั่วโมง จึงสามารถเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้
Q
สินค้าขึ้นชื่อของเมืองมิยามะมีอะไรบ้าง?
มีสินค้าขึ้นชื่อหลากหลาย เช่น “นมมิยามะ” และ “ปลาอายุ” ที่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ รวมถึง “งานหัตถกรรมจากฟาง” และ “เนื้อสัตว์ป่า” เช่น กวางและหมูป่า
บทสรุป
ตลอดบทความนี้ เราได้พาไปรู้จักไฮไลต์ของ “เมืองมิยามะ” ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและร้านอาหารแนะนำ
เมืองมิยามะมีบ้านเรือนหลังคามุงจากหลากหลายขนาดอายุราว 150–200 ปีเรียงรายกันอยู่ จนเกิดเป็นทิวทัศน์ที่เรียกได้ว่าเป็นภาพชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
ยังมีเสน่ห์เฉพาะของมิยามะอีกมาก ทั้งวิวถ่ายรูปสวยที่กลมกลืนกับธรรมชาติ กิจกรรมต่าง ๆ และอาหารท้องถิ่น ที่น่าจะทำให้คุณรู้สึกราวกับได้กลับบ้านเกิด
ลองมาสัมผัสเวลาที่เดินอย่างเนิบช้าและความอบอุ่นอ่อนโยนของผู้คนในท้องถิ่น เพื่อเติมความสดชื่นให้ทั้งกายและใจ
หากคุณอยากเที่ยวเกียวโตซึ่งยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากนอกเหนือจากเมืองมิยามะ อย่าพลาดบทความนี้ที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตและย่านช้อปปิ้งสำคัญไว้แบบเข้าใจง่าย