15 สถานที่เดทยอดนิยมในชิบะ ออกเดินทางไปสนุกกับประสบการณ์หลากหลายสำหรับสองคน

15 สถานที่เดทยอดนิยมในชิบะ ออกเดินทางไปสนุกกับประสบการณ์หลากหลายสำหรับสองคน

อัปเดต :
เขียนโดย:  GOOD LUCK TRIP

ถ้าอยากหาที่เปลี่ยนบรรยากาศจากโตเกียวแบบไม่ต้องเดินทางไกล ชิบะก็เป็นตัวเลือกที่ชวนไปได้สบายๆ แถมยังได้ใกล้ชิดธรรมชาติด้วย
ไม่ว่าจะเป็นธีมพาร์ก เอาต์เล็ต อาหารอร่อย หรือจุดชมวิวสวย ก็มีให้เลือกครบ ทำให้เที่ยวได้หลากหลายภายในจังหวัดเดียว
ไม่ว่าคุณจะชอบทำกิจกรรมแบบแอคทีฟหรืออยากใช้เวลาสบายๆ ก็สามารถวางแผนเวลาให้ตรงกับความชอบของทั้งคู่ได้อย่างยืดหยุ่น
บทความนี้รวบรวมข้อมูลที่ช่วยวางแผนทริป โดยเน้นสถานที่เดทยอดนิยมและจุดชมวิวกลางคืน สำหรับคู่รักที่กำลังคิดจะเที่ยวชิบะ
ถ้าอยากสร้างความทรงจำสุดพิเศษที่มีแค่สองคน ลองอ่านต่อจนจบนะ

เลือกได้ตามสไตล์ของทั้งคู่! 15 สถานที่เดทยอดนิยมในชิบะ

ชิบะมีที่เที่ยวให้เลือกหลายแบบ ทั้งธีมพาร์ก สวนสัตว์ เอาต์เล็ตมอลล์ และจุดชมวิวธรรมชาติ
เสน่ห์อีกอย่างคือสามารถเลือกวิธีเที่ยวได้ตามความชอบของคู่รักและจุดประสงค์ของทริป
บทความนี้คัดเลือกสถานที่ที่เหมาะกับการเดตเป็นพิเศษจากจุดท่องเที่ยวมากมายมาแนะนำ
หากมีโอกาสไปเยือนชิบะ อยากชวนให้ลองแวะสถานที่ที่สนใจ และสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกันให้มากที่สุด

1. โตเกียวดิสนีย์แลนด์

ธีมพาร์กขนาดใหญ่ที่เป็นที่รักภายใต้สโลแกน “อาณาจักรแห่งความฝันและเวทมนตร์” อยู่ห่างจากสถานีโตเกียวโดยรถไฟประมาณ 15 นาที ภายในแบ่งออกเป็น 7 ธีมหลักดังนี้
ได้แก่ “แฟนตาซีแลนด์” ที่เต็มไปด้วยโลกแห่งเทพนิยาย “เวิลด์บาซาร์” ที่จำลองบรรยากาศเมืองอเมริกาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 “แอดเวนเจอร์แลนด์” ที่การผจญภัยรออยู่ “เวสเทิร์นแลนด์” ที่รวมเสน่ห์ของยุคบุกเบิกตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 19 “คริตเตอร์คันทรี” ที่มีแนวคิดเป็นหมู่บ้านของสัตว์ตัวน้อย “ทูนทาวน์” เมืองที่มิกกี้และผองเพื่อนจากแอนิเมชันดิสนีย์อาศัยอยู่ และ “ทูมอร์โรว์แลนด์” ที่ถ่ายทอดโลกแห่งอนาคต

นั่งรถไฟจากสถานีโตเกียวประมาณ 15 นาที! “อาณาจักรแห่งความฝันและเวทมนตร์” ที่ครองใจคนทุกวัย
นั่งรถไฟจากสถานีโตเกียวประมาณ 15 นาที! “อาณาจักรแห่งความฝันและเวทมนตร์” ที่ครองใจคนทุกวัย

2. โตเกียวดิสนีย์ซี

“โตเกียวดิสนีย์ซี” เป็นหนึ่งในสวนสนุกของโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ต และตั้งอยู่ติดกับ “โตเกียวดิสนีย์แลนด์”
บริเวณทางเข้าสวนอย่าง “เมดิเตอร์เรเนียนฮาร์เบอร์” โดดเด่นด้วยบรรยากาศเมืองท่าทางตอนใต้ของยุโรปที่โรแมนติก ส่วน “อเมริกันวอเตอร์ฟรอนต์” จำลองเมืองท่าในอเมริกาช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ถึง 2 เมืองในบรรยากาศที่แตกต่างกัน
เครื่องเล่นยอดนิยม ได้แก่ “Soaring: Fantastic Flight” ที่เปิดตัวในปี 2019 และ “Toy Story Mania!” ที่ให้คุณสนุกกับเกมยิงร่วมกับวู้ดดี้และบัซ

ธีมพาร์กข้าง “โตเกียวดิสนีย์แลนด์” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและตำนานเกี่ยวกับท้องทะเล
ธีมพาร์กข้าง “โตเกียวดิสนีย์แลนด์” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและตำนานเกี่ยวกับท้องทะเล

3. คะโมงะวะ ซีเวิลด์

คะโมงะวะ ซีเวิลด์ (Kamogawa Sea World) ในเมืองคะโมงะวะ จังหวัดชิบะ เป็นอควาเรียมธีมพาร์กที่มาในแนวคิด “การพบพานกับโลกแห่งท้องทะเล” มีสัตว์ทะเลและปลาประมาณ 800 ชนิด รวม 11,000 ตัวอย่างที่ได้รับการดูแลอยู่ที่นี่
ที่นี่นำเสนอทั้งการจัดแสดงระบบนิเวศที่จำลองสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและการแสดงต่างๆ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ถึงความอบอุ่นของชีวิตและความสำคัญของสิ่งแวดล้อมที่โอบล้อมสิ่งมีชีวิต
ไฮไลต์ยอดนิยมของคะโมงะวะ ซีเวิลด์คือการแสดงสุดทรงพลังของวาฬเพชฌฆาต ราชาแห่งท้องทะเล

อควาเรียมธีมพาร์กที่ให้คุณได้ดู สัมผัส และเรียนรู้
อควาเรียมธีมพาร์กที่ให้คุณได้ดู สัมผัส และเรียนรู้

4. มาเธอร์ฟาร์ม

“มาเธอร์ฟาร์ม” มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 250 เฮกตาร์ ที่นี่มีสัตว์น่ารักมากมาย เช่น แกะ อัลปากา คาปิบารา และนกกระจอกเทศ มาคอยต้อนรับ
ที่นี่ไม่ได้มีแค่การชมสัตว์ เพราะยังมีกิจกรรมให้อาหาร รีดนมวัว ขี่ม้า รวมถึงการแสดงต่างๆ เช่น “ขบวนพาเหรดแกะ” ที่มีแกะประมาณ 150 ตัววิ่งไปทั่วทุ่งหญ้า และ “Sheep Show” ที่ชมการตัดขนแกะได้อย่างใกล้ชิด (งดจัดในเดือน 7 และเดือน 8)

เหล่าสัตว์น่ารักชวนให้อยากเข้าไปกอดฟูนุ่มกำลังรอต้อนรับ
เหล่าสัตว์น่ารักชวนให้อยากเข้าไปกอดฟูนุ่มกำลังรอต้อนรับ

5. สวนสัตว์ชิบะซิตี้

ที่นี่เพาะเลี้ยงและจัดแสดงสัตว์รวมประมาณ 123 ชนิด 769 ตัวอย่าง รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก และปลา (ข้อมูล ณ สิ้นเดือน 1 ปี 2021)
ภายในสวนแบ่งการดูแลสัตว์ออกเป็นโซนต่างๆ เช่น โซนลิง โซนสัตว์ขนาดเล็ก และโซนนกกับสัตว์น้ำ
สวนสัตว์แห่งนี้ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงไพรเมตจากทั่วโลก โดยเฉพาะการเพาะขยายพันธุ์สัตว์หายากที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
นอกจากนี้ยังมีคอลเลกชันสัตว์ที่หลากหลาย ตั้งแต่สัตว์นักล่าขนาดใหญ่และนกล่าเหยื่อที่ทรงพลัง ไปจนถึงสัตว์ตัวเล็กที่เด็กๆ เข้าถึงได้ง่าย

พบสัตว์หลากหลายชนิด รวมถึงแพนด้าแดงขวัญใจยอดนิยม
พบสัตว์หลากหลายชนิด รวมถึงแพนด้าแดงขวัญใจยอดนิยม

6. สวนชิมิซุ

สวนแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1894 และยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 จุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น
ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องดอกไม้ตามฤดูกาลด้วย โดยเป็นหนึ่งในจุดชมดอกอาซาเลียที่โดดเด่นของภูมิภาคคันโต และยังมีดอกไม้มากถึง 500 ชนิด เช่น บ๊วย โบตั๋น และวิสทีเรีย ที่ผลิบานตลอดทั้งปี
ภายในมีโซน “Field Athletic” “Camping” “ลานบาร์บีคิว” “ฟาร์มโพนี” “Aqua Venture” และ “Hana Fantasia” (มีค่าใช้จ่ายแยกแต่ละโซน) ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สนุกกับกิจกรรมได้ตลอดปี

สวนที่ให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติ ภายใต้สโลแกน “เป็นเพื่อนกับธรรมชาติ”
สวนที่ให้คุณใกล้ชิดธรรมชาติ ภายใต้สโลแกน “เป็นเพื่อนกับธรรมชาติ”

7. อุมิโฮตารุ พาร์กกิ้งแอเรีย

“อุมิโฮตารุ พาร์กกิ้งแอเรีย” เป็นจุดพักรถที่ตั้งอยู่กลางเส้นทาง “โตเกียววันอควาไลน์” ซึ่งเชื่อมใจกลางโตเกียวกับคาบสมุทรโบโซในจังหวัดชิบะ
ที่นี่สร้างอยู่บนเกาะเทียมยาว 650 เมตร แม้จะเรียกว่าเป็นจุดพักรถ แต่ขนาดจริงใหญ่เกินคาดมาก
คุณสามารถเพลิดเพลินกับวิวพาโนรามา 360 องศา ลิ้มลองอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และยังมีโซนช้อปปิ้งที่ครบครันอีกด้วย

ดื่มด่ำวิวสวยและอาหารท้องถิ่นที่จุดพักรถสุดโรแมนติกกลางอ่าวโตเกียว
ดื่มด่ำวิวสวยและอาหารท้องถิ่นที่จุดพักรถสุดโรแมนติกกลางอ่าวโตเกียว

8. โตเกียวดอยท์เชอมูระ

ธีมพาร์กที่เปิดในปี 2001 ที่เมืองโซเดงาอุระ จังหวัดชิบะ โดยจำลองบรรยากาศชนบทของเยอรมนี พื้นที่ภายในกว้างใหญ่ประมาณ 19 เท่าของโตเกียวโดม และแบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ “Lake Area” “Country Area” “Market Area” และ “Park Area” ภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติและผู้คนอยู่ร่วมกันได้” สามารถขับรถเข้าไปในพื้นที่สวนได้โดยตรง
เพราะพื้นที่กว้างมาก การขับรถส่วนตัวเที่ยวภายในจึงสะดวกอย่างยิ่ง

กว้างถึง 19 เท่าของโตเกียวโดม! สนุกกับกิจกรรมหลากหลายท่ามกลางธรรมชาติ
กว้างถึง 19 เท่าของโตเกียวโดม! สนุกกับกิจกรรมหลากหลายท่ามกลางธรรมชาติ

9. นาริตะ ยูเมะ ฟาร์ม

ภายในฟาร์มที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอัดแน่นไปด้วยกิจกรรม 5 หมวด ได้แก่ “สัมผัส” “เล่น” “ทดลอง” “กิน” และ “ซื้อ”
จุดเด่นคือการได้ใกล้ชิดกับสัตว์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นให้อาหารวัว ขี่ม้า หรือแม้แต่พาแพะน้อยเดินเล่นโดยจูงสายจูงก็มีให้ลอง
ในโซนสัตว์ขนาดเล็กและโรงเรือนนกยังมีการเลี้ยงกระต่าย หนูตะเภา และเป็ด ให้คุณได้เพลิดเพลินกับความน่ารักอย่างเต็มที่

รอคุณมาสัมผัสสัตว์น่ารักและประสบการณ์ฟาร์มที่หลากหลาย
รอคุณมาสัมผัสสัตว์น่ารักและประสบการณ์ฟาร์มที่หลากหลาย

10. ชิซุอิ พรีเมียม เอาต์เล็ต

เดินทางสะดวกมาก อยู่ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาตินาริตะ และห่างจากทางออกชิซุอิ IC บนทางด่วนฮิงาชิคันโตเพียงประมาณ 1 กิโลเมตร จึงมีผู้คนจากใจกลางเมืองแวะมาเยือนจำนวนมาก
ร้านค้าที่เรียงรายมีความหลากหลายนานาชาติ ตั้งแต่แฟชั่นแบรนด์ดัง สินค้าเด็ก กีฬาและเอาต์ดอร์ รองเท้า ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมแล้วประมาณ 220 ร้านจากทั้งในและต่างประเทศ พร้อมให้ช้อปไอเทมในฝันได้ในราคาสุดคุ้ม

รวมแบรนด์นานาชาติไว้มากมาย! เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งในราคาสุดคุ้ม
รวมแบรนด์นานาชาติไว้มากมาย! เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งในราคาสุดคุ้ม

11. มิตซุย เอาต์เล็ต พาร์ก คิซาราซุ

“มิตซุย เอาต์เล็ต พาร์ก คิซาราซุ” เป็นรีสอร์ตเอาต์เล็ตขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและเดินทางมาได้สะดวกจากนอกจังหวัดผ่านโตเกียววันอควาไลน์
ที่นี่เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับประเทศ มีร้านค้ามากกว่า 330 ร้าน รวมทั้งแบรนด์ยอดนิยมจากในและต่างประเทศ ร้านคัดสรรสินค้า และแบรนด์หรู
มาที่นี่แล้วจะได้ช้อปในราคาแบบเอาต์เล็ตไปพร้อมกับแวะดูสินค้าและอาหารที่สะท้อนเอกลักษณ์ของจังหวัดชิบะ ทำให้สัมผัสเสน่ห์ของท้องถิ่นได้ด้วย

เอาต์เล็ตขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น! รวมร้านคัดสรรและอาหารกว่า 330 แห่ง
เอาต์เล็ตขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของญี่ปุ่น! รวมร้านคัดสรรและอาหารกว่า 330 แห่ง

12. ภูเขาโนะโกะงิริ

ภูเขาโนะโกะงิริ (Nokogiriyama) สูงประมาณ 329 เมตร ตั้งอยู่บนคาบสมุทรโบโซ และเป็นภูเขาชื่อดังของชิบะที่มีแนวสันหินแหลมคมเรียงต่อกันคล้ายฟันเลื่อย
ในอดีตเคยรุ่งเรืองในฐานะแหล่งเหมืองหิน ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สามารถเพลิดเพลินกับทั้งธรรมชาติและจุดท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
ไฮไลต์สำคัญที่สุดคือจุดชมวิวหน้าผาสูงชันที่เรียกว่า “จิโกกุ โนะโซกิ”
จากที่นี่สามารถมองเห็นวิวพาโนรามากว้างไกลของอ่าวโตเกียวและคาบสมุทรมิอุระ และเมื่อยืนที่ปลายหินจะให้ความรู้สึกตื่นเต้นราวกับลอยอยู่กลางอากาศ
วิวหินผสานกับทัศนียภาพโดยรอบทำให้ถ่ายรูปออกมาสวยมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นที่สีของทะเลและท้องฟ้าจะช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกสำหรับคู่รัก
นอกจากนี้ยังมีจุดน่าสนใจอีกมาก เช่น “นิฮงจิ” ที่มีพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และ “กำแพงลาพิวตะ” ที่ให้บรรยากาศลึกลับ ทำให้เที่ยวได้อย่างจุใจพร้อมสัมผัสเสน่ห์ของมรดกอุตสาหกรรม

จิโกกุ โนะโซกิบนภูเขาโนะโกะงิริ กับทิวทัศน์ชวนตื่นตา
จิโกกุ โนะโซกิบนภูเขาโนะโกะงิริ กับทิวทัศน์ชวนตื่นตา

13. หุบเขาโยโรเคโคะคุ

หุบเขาที่ก่อตัวขึ้นบริเวณลุ่มแม่น้ำโยโรในตอนเกือบกึ่งกลางของคาบสมุทรโบโซ จังหวัดชิบะ
เป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เดินทางจากใจกลางโตเกียวได้ในเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และยังเป็นหนึ่งในแหล่งออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของชิบะด้วย
อากาศค่อนข้างอบอุ่นจึงเดินป่าได้แม้ในฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักในฐานะ “จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีช้าที่สุดในคันโต” โดยปกติสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ตั้งแต่ปลายเดือน 11 ถึงต้นเดือน 12

เส้นทางเดินป่าชมหุบเขาพร้อมแวะชมน้ำตกหลายแห่ง
เส้นทางเดินป่าชมหุบเขาพร้อมแวะชมน้ำตกหลายแห่ง

14. ชิมิซุเคย์ริว ฮิโรบะ

อุทยานธรรมชาติในเมืองคิมิตสึ จังหวัดชิบะ ที่รู้จักกันดีในฐานะที่ตั้งของ “ถ้ำคาเมอิวะ” ซึ่งกลายเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย
เมื่อแสงอาทิตย์ส่องเข้าไปในถ้ำและสะท้อนผิวน้ำ จะเกิดเป็นภาพชวนฝันคล้ายรูปหัวใจลอยขึ้นภายในถ้ำ
ช่วงเวลาที่มีโอกาสเห็นรูปหัวใจสวยชัดมากที่สุดคือช่วงเช้ามืดในฤดูวิษุวัตของเดือน 3 และเดือน 9

“ถ้ำคาเมอิวะ” กับแสงที่ส่องเข้ามาจนดูเหมือนเป็นรูปหัวใจ ชวนฝันอย่างยิ่ง
“ถ้ำคาเมอิวะ” กับแสงที่ส่องเข้ามาจนดูเหมือนเป็นรูปหัวใจ ชวนฝันอย่างยิ่ง

15. ย่านเมืองเก่าซาวาระ

ซาวาระในเมืองคะโทริเคยรุ่งเรืองจากการคมนาคมทางน้ำที่อาศัยแม่น้ำโทเนะ จนได้รับการขนานนามว่า “เหนือกว่าเอโดะ”
สองฝั่งของแม่น้ำโอโนะที่ไหลผ่านเมืองจากเหนือสู่ใต้ และตามแนวถนนคะโทริไคโดะที่ตัดกันนั้น ยังคงมีอาคารไม้แบบมาจิยะ คลังสินค้าแบบโบราณ อาคารพาณิชย์ และสถาปัตยกรรมตะวันตกที่สร้างตั้งแต่ปลายยุคเอโดะถึงต้นยุคโชวะหลงเหลืออยู่มากมาย จนเกิดเป็นทิวทัศน์เมืองเก่าที่ชวนให้หวนคิดถึงอดีต

“โคเอโดะแห่งโฮะโซ” กับบรรยากาศเมืองที่ยังคงกลิ่นอายยุคเอโดะถึงเมจิ
“โคเอโดะแห่งโฮะโซ” กับบรรยากาศเมืองที่ยังคงกลิ่นอายยุคเอโดะถึงเมจิ

3 จุดชมวิวกลางคืนยอดนิยมในชิบะที่อยากชวนไปปิดท้ายเดต

ถ้าอยากปิดท้ายเดตให้บรรยากาศต่างออกไป วิวกลางคืนก็เป็นตัวเลือกที่หลายคู่นึกถึงกันเสมอ
ในจังหวัดชิบะ คุณจะได้พบทั้งทิวทัศน์เมืองแสนสว่างไสวที่มองออกไปเห็นอ่าวโตเกียว และแสงไฟในเขตโรงงานที่งดงามราวภาพฝัน
ในบรรดาสถานที่มากมาย เราคัดเฉพาะจุดชมวิวกลางคืนที่อยากแนะนำเป็นพิเศษมาให้แล้ว
ทุกแห่งเดินทางจากสถานีได้สะดวก และสามารถดื่มด่ำกับพาโนรามาสวยงามที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาลและสภาพอากาศ
ลองชวนกันไปยังจุดที่ถูกใจ แล้วใช้เวลาพิเศษที่มีเพียงสองคนร่วมกันดูนะ

1. ชิบะพอร์ตทาวเวอร์

“ชิบะพอร์ตทาวเวอร์” เป็นหอชมวิวสูงประมาณ 125 เมตร ตั้งอยู่ที่ท่าเรือชิบะในเขตชูโอ เมืองชิบะ
ห้องชมวิวกระจกใสอยู่ที่ความสูงประมาณ 113 เมตรจากพื้นดิน และสามารถชมวิวพาโนรามาได้ 360 องศา
เสน่ห์ของที่นี่คือแสงไฟจากท่าเรือ แสงสีส้มของโรงงาน และแสงสีขาวนวลจากเขตเมืองที่ผสมผสานกัน จนเกิดมิติและรายละเอียดที่หาไม่ได้จากแหล่งกำเนิดแสงเพียงแบบเดียว
วิวกลางคืนที่มองเห็นได้เป็นชั้นๆ ตั้งแต่อ่าวโตเกียวไปจนถึงโตเกียวสกายทรีในวันที่อากาศแจ่มใสนั้นสวยเป็นพิเศษ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกวิวกลางคืนของญี่ปุ่น” อีกด้วย
เพราะบรรยากาศเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและช่วงเวลา จึงแนะนำให้มาเพลิดเพลินตั้งแต่ช่วงเมจิกอาวร์ไปจนถึงยามค่ำที่ลึกขึ้น
โดยเฉพาะช่วงคริสต์มาสจะมีไฟประดับและต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ เหมาะกับการมาเดตอย่างมาก

วิวกลางคืนสวยงามที่ผสานแสงจากโรงงานและเขตเมืองเข้าด้วยกัน
วิวกลางคืนสวยงามที่ผสานแสงจากโรงงานและเขตเมืองเข้าด้วยกัน

2. คิมิซาราซุ ทาวเวอร์

“คิมิซาราซุ ทาวเวอร์” เป็นหอชมวิวสูงประมาณ 28 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาในสวนโอตะยามะ เดินจากสถานี JR คิซาราซุประมาณ 15 นาที
ที่ปลายยอดหอมีรูปปั้นทองแดงของยามาโตะ ทาเครุโนะมิโคโตะ และพระชายาโอโตตาจิบานะฮิเมะยืนหันหน้าเข้าหากัน ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประวัติศาสตร์และตำนานของท้องถิ่นไปพร้อมกัน
เมื่อขึ้นบันไดวนไปยังดาดฟ้าชมวิวด้านบน จะมองเห็นทั้งตัวเมืองคิซาราซุ และหากทัศนวิสัยดี ก็อาจมองเห็นอุมิโฮตารุได้ด้วย
ยามค่ำคืนสามารถชมวิวพาโนรามาของแสงไฟจากกลุ่มโรงงาน เขตเมือง และฝั่งตรงข้ามของอ่าวโตเกียวได้อย่างสวยงาม จนได้รับเลือกเป็นหนึ่งใน “100 วิวกลางคืนของญี่ปุ่น”

วิวกลางคืนอันงดงามของคิซาราซุที่ส่องประกายอยู่ตรงหน้า
วิวกลางคืนอันงดงามของคิซาราซุที่ส่องประกายอยู่ตรงหน้า

3. จุดชมวิวไอ-ลิงก์ทาวน์

“จุดชมวิวไอ-ลิงก์ทาวน์” เป็นจุดชมวิวฟรีสูง 150 เมตรจากพื้นดิน ตั้งอยู่บนชั้น 45 และดาดฟ้าของอาคารคอมเพล็กซ์ “The Towers West” เดินจากทางออกทิศใต้ของสถานี JR อิจิคาวะเพียงไม่กี่นาที
ประสบการณ์ขึ้นลิฟต์กระจกใสแบบซีทรูไปยังชั้นบนสุดอย่างรวดเร็ว ให้ความรู้สึกตื่นเต้นราวกับกำลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ดาดฟ้าชมวิวเป็นทางเดินรอบอาคาร ทำให้มองเห็นวิวกลางคืนของใจกลางโตเกียว ย่านมินาโตะมิไร และพื้นที่ไซตามะได้อย่างกว้างไกล
ช่วงเวลายอดนิยมที่สุดคือช่วงที่ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีส้มยามเย็นไปสู่ค่ำคืน เมื่อทิวทัศน์ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแสงไฟราวอัญมณี ก็ยิ่งช่วยเติมบรรยากาศโรแมนติกได้อย่างดี

วิวกลางคืนจากจุดชมวิวที่มองได้ไกลถึงเขตมหานคร
วิวกลางคืนจากจุดชมวิวที่มองได้ไกลถึงเขตมหานคร

ถ้าอยากดินเนอร์ให้น่าจดจำ ต้องที่นี่! 3 ร้านอาหารแนะนำในชิบะ

ถัดมาเป็นร้านอาหารที่เหมาะสำหรับดินเนอร์ในวันครบรอบหรือวันพิเศษ
แม้แต่ละร้านจะมีแนวที่แตกต่างกัน แต่ทุกแห่งล้วนมีคอนเซ็ปต์ชัดเจน และให้คุณเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพสูง
เมนูที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและของสดใหม่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังโดดเด่นด้วยการจัดจานที่สวยงาม
หวังว่าคุณจะได้เจอร้านที่เหมาะกับช่วงเวลาสำคัญ และกลายเป็นความทรงจำดีๆ ของทั้งคู่

1. เบลลา รูซา

ร้านอาหารฝรั่งเศสบนชั้น 2 ของโรงแรมหรู “Hotel The Manhattan” ที่ตั้งอยู่ในย่านมาคุฮาริ
ที่นี่ให้คุณได้ลิ้มลองอาหารฝรั่งเศสต้นตำรับที่พิถีพิถันทั้งด้านวัตถุดิบและเทคนิคการปรุง รวมถึงเมนูเด่นอย่าง “Rossini” ที่จับคู่สเต๊กเนื้อฟิเลต์กับฟัวกราส์ซอเต้และซอสทรัฟเฟิลอย่างหรูหรา
อีกหนึ่งเสน่ห์คือสามารถเลือกดื่มไวน์ที่ซอมเมอลิเยร์คัดสรรมาอย่างดีให้เข้ากับอาหารได้
บรรยากาศภายในร้านใช้โทนสีขาวเป็นหลัก ดูสง่างาม และด้วยเพดานสูงกับกรอบหน้าต่างโค้งมนก็ช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งสบาย
มีห้องกึ่งส่วนตัวให้บริการด้วย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาสงบๆ โดยไม่ต้องกังวลสายตาจากรอบข้าง
หากกำลังมองหาร้านสำหรับดินเนอร์ในวันครบรอบหรือวันพิเศษ ที่นี่เป็นอีกแห่งที่เหมาะกับคู่รักที่อยากใช้เวลาหรูหราอย่างช้าๆ ร่วมกัน

ร้านอาหารที่ให้คุณลิ้มรสอาหารฝรั่งเศสสุดหรูในบรรยากาศสง่างาม
ร้านอาหารที่ให้คุณลิ้มรสอาหารฝรั่งเศสสุดหรูในบรรยากาศสง่างาม

2. ทาคายามะ

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ในระยะเดินจากสถานีชิบะชูโอ
ร้านยึดคอนเซ็ปต์ “ลิ้มรสวัตถุดิบที่เก็บเกี่ยวจากชิบะในเมืองชิบะ” และนำเสนออาหารญี่ปุ่นที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลอย่างเต็มที่
เมนูเด่นมีทั้งคอร์สอาหารตั้งแต่ออร์เดิร์ฟจนถึงอาหารจานหลัก รวมถึงอาหารจานเดี่ยวหลากหลาย เช่น ซูชิ ซาชิมิ อาหารต้ม และอาหารย่าง ที่ดึงรสชาติแท้ของวัตถุดิบออกมาได้อย่างดี
เครื่องดื่มก็มีให้เลือกครบ ทั้งสาเกจากจังหวัดชิบะและเครื่องดื่มอื่นๆ ที่เหมาะสำหรับจับคู่กับอาหาร
ภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นจากงานไม้และบรรยากาศสงบ เหมาะกับการนั่งรับประทานอาหารอย่างผ่อนคลาย
หากเลือกนั่งเคาน์เตอร์ ก็ยังสามารถชมขั้นตอนการปรุงของเชฟตรงหน้าได้ ทำให้มื้ออาหารเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาอีกด้วย

อิ่มอร่อยกับอาหารญี่ปุ่นที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลของชิบะอย่างเต็มที่ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
อิ่มอร่อยกับอาหารญี่ปุ่นที่ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลของชิบะอย่างเต็มที่ (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

3. อุนางิ โนะ เนโดโกะ สาขาชิบะ

“อุนางิ โนะ เนโดโกะ สาขาชิบะ” เป็นร้านเฉพาะทางด้านปลาไหล เดินจากสถานี JR ชิบะประมาณ 8 นาที โดยคัดสรรปลาไหลญี่ปุ่นคุณภาพดีจากในประเทศและย่างอย่างพิถีพิถันด้วยถ่านบินโจตัน
ปลาไหลที่ใช้รับมาจากตลาดทุกเช้า และจะเริ่มปรุงหลังได้รับออร์เดอร์เท่านั้น แสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด
เมนูคลาสสิกอย่าง “อุนะจู” เป็นจานที่ชวนให้อยากอาหารด้วยเนื้อปลาไหลนุ่มฟูและกลิ่นหอมของซอสย่าง
บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนร้านลับแสนมีเสน่ห์ มีทั้งหมด 32 ที่นั่ง พร้อมที่นั่งเคาน์เตอร์ เสื่อทาทามิ และห้องส่วนตัว

ร้านกินดื่มปลาไหลบรรยากาศแบบหลบมุม ที่ให้คุณอร่อยกับปลาไหลญี่ปุ่นย่างถ่าน
ร้านกินดื่มปลาไหลบรรยากาศแบบหลบมุม ที่ให้คุณอร่อยกับปลาไหลญี่ปุ่นย่างถ่าน

คู่รักก็สัมผัสประสบการณ์พักผ่อนสุดพิเศษได้! 3 ที่พักแนะนำในชิบะ

ปิดท้ายกันด้วยที่พักแนะนำในชิบะสำหรับคู่รัก
ทุกแห่งเป็นโรงแรมหรูที่ให้คุณได้สัมผัสทั้งความพิเศษที่แตกต่างจากชีวิตประจำวันและการพักผ่อนอย่างมีระดับ
ด้วยการออกแบบภายในที่เงียบสงบและผังห้องพักที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว จึงเหมาะสำหรับการใช้เวลาหลังท่องเที่ยวร่วมกันอย่างสบายๆ
ไม่ว่าจะเป็นอาหารสร้างสรรค์จากอาหารทะเลและวัตถุดิบตามฤดูกาล ออนเซ็นพร้อมวิวสวย หรือการบริการเอาใจใส่แบบละเอียดที่ทำได้เพราะเป็นที่พักขนาดเล็ก ทุกแห่งล้วนมอบประสบการณ์การเข้าพักที่น่าประทับใจ

1. โฮเทล เดอะ แมนฮัตตัน

“โฮเทล เดอะ แมนฮัตตัน” ตั้งอยู่มุมหนึ่งของย่านมาคุฮาริชินโทชิน เป็นโรงแรมหรูขนาดเล็กที่มีห้องพักทั้งหมด 130 ห้อง แม้ขนาดไม่ใหญ่แต่โดดเด่นด้วยพื้นที่แสนสบายและการบริการระดับชั้นนำที่ทำให้ผ่อนคลายได้อย่างสง่างาม
ห้องพักได้รับแรงบันดาลใจจากคฤหาสน์หรูในเบเวอร์ลีฮิลส์ และตกแต่งภายในด้วยสไตล์อาร์ตเดโค มีห้องหลากหลายประเภทให้เลือกตามวัตถุประสงค์ เช่น “Royal Suite” ที่มีห้องพักฝั่งซีไซด์พร้อมวิวอ่าวโตเกียวและฝั่งพาร์กไซด์ที่มองเห็นสวนมาคุฮาริไคฮิน และ “Plaza Suite” ที่มีห้องน้ำกว้างขวางกินพื้นที่ประมาณหนึ่งในสามของห้องทั้งหมด

โรงแรมสมอลล์ลักชัวรีที่ให้คุณใช้เวลาสุดสง่างามในพื้นที่คุณภาพ
โรงแรมสมอลล์ลักชัวรีที่ให้คุณใช้เวลาสุดสง่างามในพื้นที่คุณภาพ

2. THE SHINRA

“THE SHINRA” ตั้งอยู่ริมทะเลในเมืองทาเตยามะ เป็นโรงแรมลักชัวรีรีสอร์ตที่โดดเด่นด้วยโลเคชันยอดเยี่ยมท่ามกลางธรรมชาติของมินามิโบโซ
ตัวอาคารได้รับการออกแบบอย่างโมเดิร์นโดยใช้ประโยชน์จากทิวทัศน์ทั้งภายในและภายนอก มีห้องพักทั้งหมด 26 ห้อง และเน้นความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการบรรยากาศหรูหรา
จุดเด่นที่สุดคืออ่างออนเซ็นกลางแจ้งและระเบียงที่มีในห้องพักทุกห้อง
เบื้องหน้าเป็นวิวทะเลกว้างสุดสายตา ให้คุณได้แช่ออนเซ็นพร้อมชมพระอาทิตย์ตกและทิวทัศน์ทะเลยามค่ำคืนแบบส่วนตัวเฉพาะสองคน
นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ภายในห้องที่ครบครันแล้ว อาหารรสเลิศที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากท้องถิ่นอย่างเต็มที่ก็ได้รับคำชื่นชมเช่นกัน ทำให้การเข้าพักที่นี่กลายเป็นประสบการณ์ระดับพรีเมียมอย่างแท้จริง

โรงแรมที่ให้สองคนเพลิดเพลินกับวิวทะเลอันงดงามได้อย่างเป็นส่วนตัว (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)
โรงแรมที่ให้สองคนเพลิดเพลินกับวิวทะเลอันงดงามได้อย่างเป็นส่วนตัว (ภาพใช้เพื่อประกอบการอธิบาย)

3. คะโมงะวะออนเซ็น เรียนอัน

“คะโมงะวะออนเซ็น เรียนอัน (Rian)” อยู่ห่างจากสถานี JR อาวะคะโมงะวะโดยการเดินประมาณ 10 นาที เป็นเรียวกังออนเซ็นเปิดใหม่ในปี 2022
พื้นที่สไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์นแห่งนี้มีห้องพักแบบแยกอาคารเพียง 10 ห้องเท่านั้น โดดเด่นด้วยการตกแต่งหรูหราที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง
ทุกห้องมีทั้งอ่างออนเซ็นกลางแจ้งและอ่างอาบน้ำในร่มพร้อมวิวทะเล จึงได้รับความนิยมจากคู่รักที่อยากเพลิดเพลินกับทะเลสีน้ำเงินเข้ม ธรรมชาติอันเงียบสงบ และท้องฟ้าเต็มไปด้วยดาว
อีกหนึ่งเสน่ห์คือการนำจุดแข็งจากอดีตที่เคยเป็นร้านขายปลามาใช้ในการรังสรรค์อาหารทะเลคุณภาพเยี่ยมจากโบโซ
ไม่ว่าจะเป็นกุ้งมังกรญี่ปุ่น ปลาซันมะ และเมนูอีกมากมายที่ให้ความสำคัญกับรสชาติดั้งเดิม ล้วนจัดเสิร์ฟอย่างประณีต โดยใส่ใจทั้งการจัดลำดับเมนู สีสันของอาหาร และเรื่องราวโดยรวมของมื้ออาหาร เพื่อมอบการเข้าพักที่น่าประทับใจอย่างแท้จริง

เรียวกังออนเซ็นที่มอบประสบการณ์การเข้าพักระดับยอดเยี่ยม
เรียวกังออนเซ็นที่มอบประสบการณ์การเข้าพักระดับยอดเยี่ยม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสถานที่เดตในชิบะ

Q

ถ้าจะไปเดตในชิบะวันที่ฝนตก แนะนำที่ไหนดี?

A

แนะนำ “พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์เมืองชิบะ” ที่เป็นมิวเซียมแบบมีส่วนร่วมซึ่งสนุกกับท้องฟ้าจำลองและนิทรรศการวิทยาศาสตร์ได้ และ “อิออนมอลล์ มาคุฮาริ ชินโทชิน” ซึ่งเป็นศูนย์ขนาดใหญ่ที่เที่ยวได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

Q

ถ้าจะพาคู่รักไปเดตในชิบะช่วงฤดูหนาว แนะนำที่ไหนดี?

A

แนะนำ “โตเกียวดอยท์เชอมูระ” ที่มีการจัดไฟประดับฤดูหนาวสุดตระการตาระดับประมาณ 3 ล้านดวง และ “มาเธอร์ฟาร์ม” ที่เหมาะสำหรับเดตบรรยากาศโรแมนติก

บทสรุป

บทความนี้พาไปรู้จักสถานที่เดทยอดนิยมและจุดชมวิวกลางคืนในชิบะที่อยากแนะนำสำหรับคู่รัก
ด้วยตัวเลือกที่หลากหลาย ทั้งสถานที่พักผ่อน เอาต์เล็ตมอลล์ และจุดชมวิวสวยๆ ชิบะจึงเป็นจังหวัดที่วางแผนเดตได้ยืดหยุ่นตามความชอบของทั้งคู่
หลายพื้นที่ยังเดินทางสะดวกจากโตเกียว จึงสามารถมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้เช่นกัน
ลองตามรอยสถานที่ ร้านอาหาร และที่พักที่แนะนำในบทความนี้ แล้วใช้เวลาร่วมกันให้เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจสำหรับสองคน
นอกจากนี้ หากอยากหาข้อมูลเพิ่ม บทความด้านล่างที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม จุดช้อปปิ้งแนะนำ และของฝากในชิบะ ก็น่าจะช่วยให้วางแผนได้สะดวกขึ้น อย่าลืมลองเปิดดูต่อด้วย