เมื่อก้าวเข้ามาในชูซนจิ (Chuson-ji) จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของวัดเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปีคะโชที่ 3 (ค.ศ. 850) ที่นี่ครอบครองสมบัติประจำชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญกว่า 3,000 รายการ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก วัดแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปลอบประโลมดวงวิญญาณของผู้คนที่เสียชีวิตจากสงครามซึ่งยืดเยื้อในภูมิภาคโทโฮคุ โดยไม่แบ่งแยกฝ่าย และมุ่งหวังให้สังคมเต็มไปด้วยสันติภาพ
ภายในบริเวณวัดมีอาคารหลายแห่ง โดยเฉพาะ “คอนจิกิโด” ที่มีชื่อเสียงจากอาคารและพระพุทธรูปซึ่งส่องประกายสีทอง งดงามราวกับงานศิลปหัตถกรรมชิ้นเอก จึงเป็นจุดที่ได้รับความนิยมมาก นอกจากนี้ “ฟุโดโด” ยังประดิษฐานพระพุทธรูปที่เชื่อกันว่าช่วยชี้นำให้ผู้คนแก้ไขความผิดพลาด แม้พระพักตร์จะดูเคร่งขรึมอยู่บ้าง แต่เชื่อกันว่าหากอธิษฐานเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว การหายจากโรค การสอบผ่าน หรือความปลอดภัยในการเดินทาง ก็จะได้รับพร
ยังมีจุดที่น่าแวะชมอีกหลายแห่ง เช่น “ฮอนโด” ที่มีการจัดพิธีและกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ส่วน “สึคิมิซากะ” เป็นทางเดินขึ้นวัดที่มีต้นสนซีดาร์อายุมากกว่า 300 ปีเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่ง เดินไปก็เพลินกับบรรยากาศรอบทางได้ตลอด
จุดเด่น
-
สมบัติประจำชาติและทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญมีอยู่มากกว่า 3,000 รายการ
-
“คอนจิกิโด” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติ โดดเด่นด้วยการใช้แผ่นทองคำเปลวอย่างหรูหราและเปล่งประกายงดงาม โดยห้ามถ่ายภาพ
-
อีกจุดเด่นคือการเป็นแหล่งชมดอกบัวชื่อดังที่มีบัวสายพันธุ์ “ชูซนจิฮาสุ” โดยช่วงที่สวยที่สุดของทุกปีคือกลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคมในตอนเช้า
-
ทางเดิน “สึคิมิซากะ” มีต้นสนซีดาร์อายุมากกว่า 300 ปีเรียงรายอยู่ทั้งสองฝั่ง
-
ภายในเขตวัดมีศาลาหลายแห่ง แวะทำบุญใส่ตู้ได้หลายจุด จึงควรเตรียมเงินไว้ให้เพียงพอก่อนมาเยือน