
เสน่ห์ของอาหารรสเลิศและวิวธรรมชาติสุดตระการตา! 16 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำในนีงาตะ
ถ้าอยากออกไปเจอทั้งวิวธรรมชาติสวย ๆ และของกินอร่อย นีงาตะเป็นอีกที่ที่ชวนให้นึกถึงได้ไม่ยาก
ที่นี่มีเสน่ห์จากวิวสวยงามตลอดทั้ง 4 ฤดู จากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของภูเขาและทะเล รวมถึงทิวทัศน์ท้องนาที่เงียบสงบ
อาหารที่ผสมผสานข้าวแบรนด์ดังแสนอร่อยของนีงาตะกับของอร่อยจากภูเขาและทะเลอย่างลงตัว ก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวนีงาตะ
สาเกของนีงาตะที่ทำจากข้าวคุณภาพดีและน้ำใสสะอาดก็อร่อยยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
บทความนี้จะพาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และที่พักแนะนำ เพื่อให้คุณเพลิดเพลินกับนีงาตะได้อย่างเต็มที่
นีงาตะเป็นสถานที่แบบไหน?
นีงาตะอยู่ฝั่งชายทะเลญี่ปุ่นของเกาะฮอนชู ในภูมิภาคโฮคุริคุ
ที่นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีหิมะตกหนักของญี่ปุ่น และยังมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งปลูกข้าวชั้นดี
ทัศนียภาพสีขาวโพลนที่ปกคลุมทั่วนีงาตะในฤดูหนาว ให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง
พอพ้นฤดูหนาวไป ก็ยังมีจุดชมธรรมชาติสวยงามมากมาย ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยือนตลอดทั้งปี
วัตถุดิบที่เติบโตจากธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์นี้ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของนีงาตะ
ไม่ว่าจะเป็นข้าวนีงาตะอย่างโคชิฮิคาริที่เติบโตจากผืนดินอุดมสมบูรณ์และน้ำหิมะละลาย หรืออาหารทะเลจากทะเลญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยรสอูมามิ ล้วนยอดเยี่ยมทั้งคู่
นอกจากนี้ จำนวนโรงผลิตสาเกในจังหวัดยังมากที่สุดในญี่ปุ่น และในบรรดานั้นก็มีโรงหมักที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปีด้วย
เทคนิคการหมักระยะยาวที่อุณหภูมิต่ำซึ่งอาศัยสภาพอากาศของพื้นที่หิมะตกหนัก ได้รับการสืบทอดต่อกันมา ทำให้สาเกของจังหวัดนีงาตะที่ขึ้นชื่อว่าเบาและรสสะอาดได้รับความนิยมในต่างประเทศเช่นกัน

ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แนะนำของนีงาตะคือช่วงไหน?
แม้จะเที่ยวได้หลากหลายตลอดทั้งปี แต่ฤดูหนาวคือช่วงที่เพลิดเพลินกับนีงาตะได้มากที่สุด
ในฤดูหนาว คุณจะได้สนุกกับกีฬาฤดูหนาว ชมงานยอดนิยมอย่างเทศกาลบอลลูนลมร้อน และเพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่เห็นได้เฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น
ที่นี่ยังมีออนเซ็นจำนวนมาก จึงเหมาะมากหากอยากตระเวนแช่ออนเซ็นชื่อดังในช่วงอากาศหนาว
ตัวอย่างการแต่งกายในแต่ละฤดูของนีงาตะ
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): แจ็กเก็ตหรือเสื้อสเวตเตอร์
- หน้าร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): เสื้อผ้าบางเบาและเสื้อแขนสั้น
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน): แจ็กเก็ตบางหรือโค้ต
- ช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): โค้ต เสื้อแจ็กเก็ตดาวน์ และสเวตเตอร์หรือแจ็กเก็ตแบบหนา
เดินทางไปนีงาตะอย่างไร?
จากโตเกียวสามารถเดินทางด้วยชินคันเซ็นได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง
นีงาตะมีสนามบิน จึงเดินทางจากโอซาก้าด้วยเครื่องบินได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเช่นกัน สะดวกมาก
นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินระหว่างประเทศค่อนข้างครบครัน จึงเดินทางมาจากต่างประเทศได้ง่าย
การเดินทางหลักสำหรับท่องเที่ยวนีงาตะ
ภายในจังหวัดนีงาตะมีรถบัสประจำทางให้บริการอย่างทั่วถึง
สำหรับผู้ที่อยากเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะนำรถบัสท่องเที่ยวสายวนรอบเมือง
หากซื้อบัตรโดยสารแบบเที่ยวรอบของรถบัสท่องเที่ยว คุณจะได้รับแผ่นพับพร้อมตารางเวลาและแผนที่ที่สะดวกต่อการเที่ยวด้วย อย่าลืมนำไปใช้ให้คุ้ม
มาเยือนนีงาตะแล้วต้องแวะ! 16 สถานที่ท่องเที่ยวคัดสรร
ไม่ว่าคุณจะอยากชมวิวตามฤดูกาล หรือสัมผัสประเพณีและประวัติศาสตร์แบบญี่ปุ่น นีงาตะก็มีสถานที่ให้แวะอยู่หลากหลาย
ยังมีลานสกีขนาดใหญ่ระดับประเทศให้สนุกกับกีฬาฤดูหนาวได้เต็มที่ด้วย
ต่อไปนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนนีงาตะ

1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนีงาตะชิ มารินเปีย ทะเลญี่ปุ่น
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าฝั่งทะเลญี่ปุ่น
การแสดงโลมาสุดตื่นตาที่ Dolphin Stadium จัดวันละ 4 รอบ และวันอาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์จัด 5 รอบ
ไฮไลต์สำคัญคือ “ตู้ปลาทะเลญี่ปุ่นขนาดใหญ่”
ในอุโมงค์ทะเล คุณสามารถชมปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลญี่ปุ่นได้ราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ใต้ทะเล

2. ศาลเจ้ายาฮิโกะ
อิจิโนะมิยะแห่งเอจิโกะที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,400 ปี
กล่าวกันว่าเป็นจุดเริ่มต้นจากการที่คางุยามะโนะมิโคโตะ ผู้เป็นเหลนของเทพอามาเทราสึ โอมิคามิ หลังจากบุกเบิกดินแดนโคชิแล้ว ได้รับการฝังที่ภูเขายาฮิโกะและสร้างศาลเจ้าขึ้น ณ ที่แห่งนี้

3. สึคิโอกะออนเซ็น
ออนเซ็นชื่อดังตัวแทนของนีงาตะ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของที่ราบเอจิโกะ ในเมืองชิบาตะ เปิดใช้งานครั้งแรกในปี 1915
ยังเป็นขาประจำของการจัดอันดับ “100 ออนเซ็นยอดนิยมของญี่ปุ่น” อีกด้วย
คุณภาพน้ำแร่เป็นน้ำพุร้อนกำมะถันอ่อนแบบด่างอ่อน สีเขียวมรกตจนบางครั้งดูคล้ายสารอาบน้ำ และบางครั้งก็ออกสีขาวน้ำนม มีชื่อเสียงเรื่องช่วยให้ผิวสวยจนได้รับฉายาว่า “น้ำพุร้อนแห่งสาวงาม”

4. เรืออ่างโอกิ
เรืออ่างหรือทาไรบุเนะ เป็นทิวทัศน์ตัวแทนของซาโดะ
เรือชนิดนี้ถูกคิดค้นขึ้นในสมัยเมจิบริเวณชายฝั่งโอกิที่มีโขดหินมาก เพื่อใช้จับหอยซาซาเอะ หอยเป๋าฮื้อ และสาหร่ายวากาเมะ เป็นต้น
เรือทำจากไม้สนซีดาร์และไม้ไผ่ มีความมั่นคงกว่าที่คิด แม้มีคนพายหญิงและผู้ใหญ่นั่งรวม 3 คนก็ไม่พลิกคว่ำได้ง่าย

5. อาณาจักรเซมเบ้แห่งนีงาตะ
นีงาตะเป็นแหล่งผลิตข้าวและขนมข้าวอย่างเซมเบ้กับอาราเระ โดยมีสัดส่วนการผลิตต่อปีประมาณ 60% ของทั้งประเทศ บริษัทคุริยามะเบกะซึ่งเป็นที่รู้จักจากสินค้ายอดนิยมอย่าง “บากะอุเกะ” และ “โฮชิทาเบะโยะ” ก็เป็นหนึ่งในบริษัทดังของที่นี่
ภายในพื้นที่โรงงานสำนักงานใหญ่มีสวนสนุกธีมเซมเบ้ชื่อ “อาณาจักรเซมเบ้แห่งนีงาตะ” ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับกิจกรรมเวิร์กช็อปต่าง ๆ ได้

6. ลานสกีนาเอบะ
ลานสกีขนาดใหญ่ระดับประเทศ มีชื่อเสียงเรื่องหิมะแห้งคุณภาพดี และมีคอร์สหลากหลายที่เคยใช้จัดการแข่งขันเวิลด์คัพ เหมาะตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงผู้เล่นระดับสูง
คอร์สดาวน์ฮิลยาว 4 กม. เป็นไฮไลต์ที่น่าประทับใจมาก

7. พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมโฮคุโฮะคุ อาคารคฤหาสน์เศรษฐีชาวนา
พิพิธภัณฑ์ที่อนุรักษ์และเปิดให้ชมคฤหาสน์เก่าและสวนของตระกูลอิโตะ ผู้รุ่งเรืองในฐานะเจ้าของที่ดินรายใหญ่ที่สุดแห่งเอจิโกะในสมัยเมจิ ภายในพื้นที่กว้าง 8,800 สึโบะ มีสถาปัตยกรรมทรงคุณค่าจำนวนมากที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมรูปธรรม เช่น อาคารหลักที่ใช้เวลาสร้างถึง 8 ปี อาคารโถงใหญ่ขนาดประมาณ 100 เสื่อทาทามิ รวมถึงโกดังประตูที่ทำหน้าที่เป็นทั้งประตูและโกดัง

8. ลานสกี GALA ยูซาวะ
ลานสกีที่เดินทางสะดวกมาก จากสถานีโตเกียวใช้โจเอ็ตสึชินคันเซ็นประมาณ 74 นาที และลานสกีเชื่อมตรงกับสถานีกาล่ายูซาวะ
นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการถึงช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ทำให้เป็นที่นิยมเพราะสามารถเล่นสกีและสโนว์บอร์ดได้จนถึงช่วงโกลเดนวีค

9. เหมืองทองซาโดะ
เหมืองที่เปิดทำการครั้งแรกในปี 1601 และมีการขุดแร่ทองคำกับเงินนานถึง 388 ปี
แนวสายแร่ทองคำที่แผ่ขยายราวรังมดมีระยะทางรวมประมาณ 400 กม. ในที่สุดสามารถผลิตทองคำได้ 78 ตัน และเงินอีก 2,330 ตัน จนเป็นที่ยอมรับในฐานะเหมืองทองและเงินที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นทั้งในนามและความจริง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในเดือนกรกฎาคม 2024

10. น้ำตกนาเอนะ
น้ำตกที่อยู่บนแม่น้ำเซกิคาวะซึ่งไหลผ่านพรมแดนระหว่างนีงาตะกับนากาโนะ และเป็นหนึ่งใน “100 น้ำตกของญี่ปุ่น” ด้วยเสียงน้ำตกจากความสูง 55 เมตรที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ จึงถูกเรียกว่า “น้ำตกแผ่นดินไหว” ด้วย
ในญี่ปุ่นโบราณ คำว่าแผ่นดินไหวเรียกว่า “นาอิ” และมีการกล่าวกันว่าชื่อ “นาเอนะทากิ” ก็มาจากคำว่า “นาอิโนะทากิ” นั่นเอง

11. สะพานบันได
สะพานงดงามที่ทอดข้ามแม่น้ำชินาโนะ ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ตัวสะพานยาว 306.9 เมตร กว้าง 22.0 เมตร และยังคงยืนหยัดผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวนีงาตะในปี 1964 คอยเป็นกำลังใจให้ชาวเมืองนีงาตะเสมอมา
จุดเด่นของสะพานคือซุ้มโค้งที่เรียงตัวอย่างสวยงามเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ตัวสะพานหินที่แข็งแรงตกแต่งด้วยหินแกรนิตและหินมิคาเงะ ยิ่งเสริมให้ดูสง่างามเป็นพิเศษ

12. ภูเขายาฮิโกะ
จากสถานียาฮิโกะสามารถเดินไปถึงทางขึ้นเขายาฮิโกะได้ โดยจากทางขึ้นโอโมเตะซันโดไปถึงยอดเขาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
เส้นทางเดินได้รับการดูแลอย่างดี เดินง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเดินเขาหรือครอบครัวที่พาเด็กมาด้วย นอกจากนี้ยังมีโรปเวย์ยาฮิโกะและถนนสำหรับรถยนต์ “ยาฮิโกะสกายไลน์” ให้ขึ้นสู่ยอดเขาได้อย่างสบาย
แนะนำให้ขาไปเดินขึ้นเขา แล้วขากลับนั่งโรปเวย์ลงมา

13. ป่าโฉมงาม
สถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามของต้นบีชอายุประมาณ 100 ปี ปกคลุมทั่วเนินเขาขนาดราว 3 เฮกตาร์ และจึงได้รับการขนานนามว่า “ป่าโฉมงาม”
ในช่วงปลายยุคไทโช ราวปี 1912–1926 พื้นที่แห่งนี้เคยถูกตัดไม้จนกลายเป็นภูเขาโล่งเพื่อทำถ่านไม้ แต่ในฤดูใบไม้ผลิของปีถัดมา ต้นบีชได้แตกหน่อขึ้นพร้อมกันและเติบโตจนกลายเป็นภาพในปัจจุบัน

14. นาขั้นบันไดโฮชิโทเงะ
นาขั้นบันไดในพื้นที่มัตสึโนะยามะและมัตสึได เมืองโทคามาจิ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 หมู่บ้านชนบทของญี่ปุ่น”
ภาพนาราวประมาณ 200 แปลงที่เรียงตัวบนไหล่เขา คือวิวสุดตระการตาที่สะท้อนภาพลักษณ์ของ “นีงาตะแหล่งข้าวชั้นดี” ได้อย่างชัดเจน หลายคนน่าจะจำภาพเปิดของละครไทกะเรื่อง “เท็นจิจิน” ทาง NHK ได้

15. สวนสาธารณะเฮียวโกะซุยคิน
ทะเลสาบเทียมในเมืองอากาโนะ เขตซุยบาระ ที่มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งอพยพของหงส์ขาว
ในทุกปี ช่วงต้นเดือนตุลาคม หงส์ขาวฝูงแรกจะบินมาจากไซบีเรียเพื่อข้ามฤดูหนาว และจะอาศัยอยู่ที่ทะเลสาบเฮียวโกะจนถึงช่วงปลายเดือนมีนาคม โดยในช่วงพีกประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน สามารถเห็นหงส์ขาวได้มากกว่า 5,000 ตัว

16. อุโมงค์หุบเขาคิโยสึเคียว
ทิวทัศน์ของ “คิโยสึเคียว” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 3 หุบเขาใหญ่ของญี่ปุ่น สามารถชมได้จาก “อุโมงค์หุบเขาคิโยสึเคียว” ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในเทศกาลศิลปะนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก “เอจิโกะ-สึมาริ อาร์ต เทรียนนาเล่” ซึ่งจัดขึ้นในเมืองโทคามาจิและเมืองสึนัน จังหวัดนีงาตะ ก็ได้เกิดพื้นที่อันเป็นเอกลักษณ์ที่ความงามของธรรมชาติผสานกับศิลปะอย่างลงตัว
โดยเฉพาะวิวจาก “พาโนรามาสเตชัน” ที่มีบรรยากาศแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู เป็นจุดที่ไม่ควรพลาด

อิ่มเอมกับธรรมชาติเต็มที่! 3 พาหนะเดินทางแนะนำในนีงาตะ
ถ้าอยากเพลิดเพลินกับนีงาตะไปพร้อมกับวิวระหว่างทาง ลองเลือกพาหนะที่ทำให้การเดินทางเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของทริปได้เหมือนกัน
เรือเฟอร์รีที่เชื่อมนีงาตะแผ่นดินใหญ่กับเกาะซาโดะ มีห้องพักที่สะดวกสบายไม่แพ้ซิตี้โฮเทล ให้คุณค่อย ๆ เดินทางพร้อมชมวิวทะเลอย่างผ่อนคลาย
ส่วนรถไฟตู้ชมวิวและรถไฟท้องถิ่น ก็เปิดโอกาสให้ชมทิวทัศน์งดงามที่เต็มไปด้วยสายน้ำและผืนเขียว รวมถึงธรรมชาติอันยิ่งใหญ่แบบพาโนรามาจากหน้าต่างรถไฟได้
1. เรือซาโดะคิเซ็น
เกาะซาโดะเป็นที่รู้จักในฐานะเกาะห่างไกลที่ใหญ่ที่สุดทางฝั่งทะเลญี่ปุ่น
เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่รวมจุดน่าสนใจมากมาย ทั้งธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ที่ได้รับการรับรองเป็น “ซาโดะจีโอพาร์ก” และซากเหมืองทองที่มุ่งสู่การขึ้นทะเบียนมรดกโลก
การเดินทางหลักสู่เกาะที่อยู่ห่างจากนีงาตะแผ่นดินใหญ่ใกล้ที่สุดประมาณ 32 กม. คือเรือโดยสารประจำของซาโดะคิเซ็น ซึ่งเริ่มให้บริการมาตั้งแต่ปี 1913 และครบรอบ 110 ปีในปี 2023

2. รถไฟไอน้ำบันเอ็ตสึโมโนงาตาริ
รถไฟด่วนเพื่อการท่องเที่ยวที่วิ่งระหว่างสถานีนีอัตสึ จังหวัดนีงาตะ ถึงสถานีไอสึวากามัตสึ จังหวัดฟุกุชิมะ บนสายบันเอ็ตสึไซเซ็นของ JR East
หัวรถจักรคือหมายเลข C57-180 ซึ่งมีฉายาว่า “สุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์” จากรูปลักษณ์ที่สง่างาม
หัวรถจักรที่พ่นควันสีขาวแล่นไปตามแม่น้ำอากาโนะ ผ่านแนวภูเขาสีเขียวชอุ่ม

3. สาย JR ทาดามิ
สาย JR ทาดามิ เป็นเส้นทางรถไฟยาวประมาณ 135.2 กม. เชื่อมระหว่างสถานีไอสึวากามัตสึในจังหวัดฟุกุชิมะกับสถานีโคอิเดะในจังหวัดนีงาตะ
รถไฟวิ่งเลียบหุบเขาแม่น้ำทาดามิท่ามกลางภูเขาลึก ทำให้สามารถชมวิวซากุระในฤดูใบไม้ผลิ สีเขียวในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะในฤดูหนาวได้จากหน้าต่างรถไฟ
แม้จะเป็นรถไฟท้องถิ่นรางเดี่ยวและมีสถานีไร้พนักงานเกือบทั้งหมด แต่ก็เป็นเส้นทางชมวิวที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และมักติดอันดับต้น ๆ ในการโหวตเสมอ

มาเที่ยวนีงาตะแล้วห้ามพลาด! 3 ร้านอาหารยอดนิยม
พูดถึงของกินในนีงาตะ หลายคนน่าจะนึกถึงข้าวที่มีผลผลิตมากที่สุดในญี่ปุ่นและขึ้นชื่อว่าอร่อยเป็นอันดับแรก
เพราะหันหน้าออกสู่ทะเลญี่ปุ่น อาหารทะเลที่นี่ก็อุดมสมบูรณ์ไม่แพ้กัน
เมนูซีฟู้ดที่ใช้วัตถุดิบจากทะเลญี่ปุ่นคู่กับข้าวอร่อย ๆ เป็นของที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวนีงาตะ
ส่วนอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมอย่าง “เฮงิโซบะ” ถ้าได้กินคู่กับสาเกก็อร่อยมาก
หากคุณมาเที่ยวนีงาตะ อย่าพลาดร้านอาหารยอดนิยมที่เราได้คัดสรรมาแนะนำต่อไปนี้
1. ทงคัตสึ ทาโร่
ร้านต้นกำเนิดเมนูท้องถิ่นชื่อดังของเมืองนีงาตะอย่าง “ทาเระคัตสึด้ง”
โดยทั่วไปในญี่ปุ่น เมื่อพูดถึงคัตสึด้ง หลายคนจะนึกถึงแบบราดไข่หรือแบบราดซอส
แต่ “ทาเระคัตสึด้ง” ของนีงาตะคืออาหารที่นำหมูทอดไปชุบซอสโชยุรสหวานเค็มแล้ววางบนข้าว และเมื่อพูดถึงคัตสึด้งในเมืองนีงาตะ เมนูนี้ถือเป็นแบบที่พบได้ทั่วไปมากที่สุด

2. เซไกซูชิ
ร้านที่คุณจะได้ลิ้มรสซูชิ ซาชิมิจากปลาท้องถิ่นสดใหม่ที่หาได้เฉพาะในนีงาตะ รวมถึงอาหารพื้นเมืองของนีงาตะด้วย
เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ “คิววามิ” ซึ่งเป็นซูชิพิเศษ 10 คำ รวมปลาตามฤดูกาลของนีงาตะ ปลาโทโร่ อูนิ ไข่ปลาแซลมอน และปลาหรูหราจากฝั่งทะเลญี่ปุ่นอย่าง “โนโดงุโระ”

3. ซูซากายะโซบะ สาขาหน้าสถานีนีงาตะ
ร้านเฮงิโซบะยอดนิยมในทำเลดี เดินจากสถานีนีงาตะเพียง 4 นาที
สำหรับคนที่สนใจอาหารพื้นเมืองของนีงาตะ เฮงิโซบะเป็นเมนูที่จัดเสิร์ฟโซบะเย็นเป็นคำ ๆ ลงบนภาชนะสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า “เฮงิ”
จุดเด่นคือใช้สาหร่ายเป็นตัวประสานเส้น ทำให้เส้นมีความชุ่มฉ่ำ เคี้ยวหนึบ และลื่นคอดีกว่าโซบะทั่วไป

3 จุดหมายสำหรับเพลิดเพลินกับสาเกนีงาตะ
ถ้ามาเยือนนีงาตะซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งสาเกชั้นนำของญี่ปุ่น การแวะชมโรงผลิตสาเกก็นับว่าไม่ควรพลาด
ในนีงาตะมีโรงผลิตสาเกประมาณ 100 แห่ง และราว 40 แห่งเปิดให้เข้าชมได้
ไม่ว่าจะเป็นพงชุคังที่สามารถชิมสาเกจากทุกโรงในจังหวัดนีงาตะ หรือคอมเพล็กซ์ที่มีธีมเกี่ยวกับสาเกและอาหาร เราได้คัดสรรจุดหมายที่เหมาะสำหรับการเพลิดเพลินกับสาเกมาให้แล้ว
สาเกคุณภาพดีของนีงาตะยังเหมาะจะซื้อเป็นของฝากให้คนสำคัญอีกด้วย
1. สาขานีงาตะเอกิ
จังหวัดนีงาตะมีจำนวนโรงผลิตสาเกมากที่สุดในญี่ปุ่น และที่ “พงชุคัง” คุณสามารถชิมสาเกจากทุกโรงในจังหวัดนีงาตะ พร้อมทั้งเลือกซื้อกลับได้ด้วย
พงชุคังมีทั้งหมด 3 สาขาในจังหวัดนีงาตะ โดยสาขานีงาตะเอกิตั้งอยู่ภายในสถานี JR นีงาตะ ในทำเลที่สะดวกมาก

2. อิมาโยสึคาสะชูโซ
ก่อตั้งขึ้นในปี 1767
ในจังหวัดนีงาตะซึ่งมีจำนวนผู้ผลิตสาเกมากที่สุดในญี่ปุ่น โรงหมักแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานีนีงาตะซึ่งเป็นประตูหลักของจังหวัดมากที่สุด โดยยึดมั่นในวิธีการทำสาเกแบบดั้งเดิม และผลิตด้วยกระบวนการจุนไมโดยไม่เติมแอลกอฮอล์เลยแม้แต่น้อย ซึ่งแม้จะใช้แรงและเวลาเพิ่มขึ้น แต่สามารถดึงรสชาติแท้จริงของข้าวออกมาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังพิถีพิถันกับวัตถุดิบ โดยใช้ข้าวสำหรับทำสาเกที่ปลูกในจังหวัดนีงาตะและน้ำธรรมชาติจากแหล่งน้ำชื่อดัง “ภูเขาซุกานาดาเกะ”

3. อุโอนุมะโนะซาโตะ
คอมเพล็กซ์ที่มีธีมเกี่ยวกับสาเกและอาหาร ดำเนินงานโดยฮักไคโจโซ ผู้ผลิตสาเกชื่อดังของนีงาตะ “ฮักไคซัน” ที่เชิงเขาฮักไคซันอันเขียวชอุ่ม มีสิ่งอำนวยความสะดวก 13 แห่งรวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงสาเก ร้านอาหาร และร้านค้า

กินอร่อยพร้อมช้อปได้ด้วย! 3 ย่านช้อปปิ้งแนะนำ
ถ้าอยากหาของอร่อยและของฝากไปพร้อมกัน นีงาตะก็มีย่านช้อปปิ้งที่แวะได้อย่างจุใจ
การได้กินปลาตามฤดูกาล ปลาหมึก หรือหอยเชลล์ย่างสด ๆ ท่ามกลางสายลมทะเล ณ จุดนั้นเลย เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของตลาดที่หาที่ไหนได้ยาก
เราขอแนะนำย่านช้อปปิ้งที่คุณสามารถทั้งอิ่มอร่อยและเลือกซื้อของฝากได้ในที่เดียว
1. ถนนตลาดปลาวัดเทราโดมาริ
ถนนตลาดปลาริมทะเลแห่งนี้เรียงรายด้วยร้านขายปลาสดขนาดใหญ่ถึง 11 ร้าน บนถนนหลวงหมายเลข 402 ริมทะเลญี่ปุ่น ที่นี่รวบรวมทั้งปลาสดจากทะเลญี่ปุ่นและอาหารทะเลจากทั่วญี่ปุ่น
ด้วยความสดของปลาและสินค้าที่มีให้เลือกมากมาย จึงเต็มไปด้วยลูกค้าที่ขับรถมาซื้อปลาจากเขตมหานครและตัวเมืองนีงาตะอยู่เสมอ

2. มินาโตะโนะมาร์เช่ เพียร์ Bandai
ตลาดที่รวบรวมของอร่อยจากนีงาตะไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ปลาสดที่เพิ่งจับจากทะเลญี่ปุ่น ผักส่งตรงจากแหล่งผลิต ผลไม้ตามฤดูกาล เนื้อคุณภาพดี ไปจนถึงข้าวและสาเกชื่อดังของนีงาตะ
ที่นี่ยังมีร้านอาหารมากมาย จึงเหมาะมากหากอยากลิ้มลองอาหารนีงาตะกันตรงนั้นเลย ทั้งร้านซูชิที่ใช้ปลาสด ร้านข้าวหน้าซีฟู้ดแสนอร่อย รวมถึงร้านอาหารอิตาเลียนและคาเฟ่เก๋ ๆ ก็มีเช่นกัน

3. มิจิโนะเอกิ นีงาตะฟุรุซาโตะมุระ
“มิจิโนะเอกิ นีงาตะฟุรุซาโตะมุระ” เป็นจุดพักรถริมทางขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของจังหวัด ที่คุณสามารถหาของอร่อย ของฝาก และข้อมูลท่องเที่ยวล่าสุดของนีงาตะได้ครบถ้วน
ที่ “บาซาร์อาคาร” มีของฝากจากนีงาตะให้เลือกประมาณ 10,000 รายการ
สินค้าขึ้นชื่ออย่างข้าว ปลา และสาเกมีให้เลือกครบถ้วน ขณะเดียวกันก็มีผลิตภัณฑ์โลหะชื่อดังระดับโลก งานหัตถกรรมดั้งเดิม ขนมขึ้นชื่อ และสินค้าออริจินัลมารวมไว้ในที่เดียว บรรยากาศคึกคักเหมือนงานมหกรรมสินค้า

ถ้าจะพักที่นีงาตะ ต้องที่นี่! 3 ที่พักแนะนำ
หลังเที่ยวมาทั้งวัน ลองให้ทริปค่อย ๆ ผ่อนจังหวะลงที่เรียวกังออนเซ็นซึ่งมีเสน่ห์จากบ่อแช่กลางแจ้งพร้อมวิวภูเขาแบบพาโนรามา หรือที่พักชื่อดังที่ได้รับการแนะนำใน Michelin Guide
ครั้งนี้เราได้คัดสรรที่พักแนะนำในนีงาตะ ที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาพักผ่อนอย่างหรูหราและสบาย ๆ มาให้คุณแล้ว
1. มัตสึได ชิบะโทเงะออนเซ็น อุนไค
เรียวกังออนเซ็นที่ตั้งอยู่บนที่สูงของชิบะโทเงะ ที่ระดับความสูง 380 เมตร
จากบ่อแช่กลางแจ้งกว้างขวาง “อุนไคโนะยุ” สามารถมองเห็นพาโนรามาของนาขั้นบันไดอันเป็นเอกลักษณ์ของแหล่งปลูกข้าวอย่างนีงาตะ รวมถึงแนวเทือกเขาอุโอนุมะที่ทอดยาวต่อเนื่องจากฮักไคซัน มาคิอิโซะยามะ และนาเอบะยามะ

2. โคชิโนะยาโดะ ทาคาชิมายะ
เรียวกังชื่อดังระดับแนวหน้าของนีงาตะที่ว่ากันว่าจักรพรรดิเมจิ曾เสด็จแวะพักระหว่างทาง
อิวามุโระออนเซ็น ซึ่งเป็นที่ตั้งของเรียวกังแห่งนี้ เป็นออนเซ็นเก่าแก่ที่เปิดใช้มาตั้งแต่ปี 1713
อยู่ใกล้ศาลเจ้ายาฮิโกะ และเคยรุ่งเรืองในฐานะเมืองออนเซ็นบนเส้นทางคิตะกุนิไคโดะ อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักจากการที่พระภิกษุและกวีชื่อดัง เรียวคัง เคยมาเยือน

3. ชิราตามะโนะยุ คาโฮ
สึคิโอกะออนเซ็นมีชื่อเสียงจากน้ำแร่ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี จนถูกขนานนามว่าเป็น “ออนเซ็นที่ทำให้สวยขึ้นอีก” พร้อมบรรยากาศเมืองญี่ปุ่นที่น่าประทับใจ และในบรรดาที่พักยอดนิยมที่นี่ “ชิราตามะโนะยุ คาโฮ” คือเรียวกังขนาดใหญ่ 109 ห้องที่ตั้งอยู่บนเนินเตี้ย
น้ำพุร้อนส่วนตัว “ชิราตามะโนะยุ” ที่เปล่งประกายสีเขียวมรกต เป็นน้ำพุกำมะถันที่มีปริมาณแร่ธาตุสูงระดับแนวหน้าของญี่ปุ่นและมีประสิทธิภาพด้านความงามผิวอย่างยอดเยี่ยม ที่นี่มีทั้งโซนออนเซ็นกลางแจ้งแบบเดินวนที่เชื่อมต่อกันด้วยวูดเด็ค พร้อมบ่อหลากหลายรูปแบบอย่างบ่อหินและบ่อไม้ฮิโนกิ รวมถึงบ่อในร่มกว้างขวางและซาวน่าขนาดใหญ่ อีกทั้งยังสามารถเพลิดเพลินกับคุณภาพน้ำแร่ที่เป็นจุดเด่นนี้ได้ในสปาส่วนตัวแบบเหมาจองด้วย

กระตุ้นทุกสัมผัส! 3 อีเวนต์ยอดนิยมของนีงาตะ
ในบรรดาอีเวนต์มากมายที่จัดขึ้นในนีงาตะ มีอยู่บางงานที่หลายคนตั้งใจวางแผนมาเพื่อไปสัมผัสโดยเฉพาะ
อีเวนต์ที่จะแนะนำนี้ล้วนช่วยกระตุ้นความรู้สึกและแรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสเสน่ห์ของฤดูร้อนแบบญี่ปุ่น หรือการชมงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
หากจังหวะการเดินทางของคุณตรงกัน อยากชวนให้ลองเข้าร่วมอีเวนต์เหล่านี้ดูสักครั้ง
1. เทศกาลดอกไม้ไฟนางาโอกะ
เทศกาลประจำฤดูร้อนของนีงาตะที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน 3 งานดอกไม้ไฟใหญ่ของญี่ปุ่น
ไฮไลต์มีทั้งดอกไม้ไฟลูกยักษ์ “โชซันชาคุดามะ” ที่บานบนท้องฟ้ายามค่ำคืนด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 650 เมตร และดอกไม้ไฟชุดหรูหรา “ไนแองการา สตาร์ไมน์ขนาดยักษ์” โดยมีดอกไม้ไฟขนาดใหญ่ยิงต่อเนื่องจนแทบมองไม่ทั่วทั้งสายตา ให้ความตื่นตาตื่นใจอย่างเต็มที่
งานดอกไม้ไฟจัดขึ้นเป็นประจำในวันที่ 2 และ 3 สิงหาคมของทุกปี

2. เทศกาลศิลปะแผ่นดิน
จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยตลอดทั้งปีท่ามกลางซาโตยามะอันเขียวชอุ่มในพื้นที่เอจิโกะ-สึมาริ จังหวัดนีงาตะ
ใน “เทศกาลศิลปะแผ่นดิน” ซึ่งจัดขึ้นทุก 3 ปี มีทั้งผลงานถาวร งานใหม่ที่เปิดตัวเพิ่มเติม ตลอดจนการแสดงและเวิร์กช็อปหลากหลายรูปแบบ
แม้นอกช่วงเทศกาลก็ยังมีผลงานถาวรให้ชมประมาณ 200 ชิ้น โดยมีศิลปินมากเอกลักษณ์จากทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วม เนื่องจากเป็นพื้นที่หิมะตกหนัก ช่วงฤดูหนาวจะมีการคลุมกันหิมะเพื่อป้องกันผลงานเสียหาย ทำให้ผลงานที่เปิดให้ชมมีจำนวนน้อยลง แต่ก็ยังมีบางจุดที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

3. เทศกาลคัมบาระ
เทศกาลคัมบาระถือเป็นหนึ่งใน “ตลาดนัดใหญ่ 3 แห่งของนีงาตะ” ร่วมกับ “มุรากามิไทไซ” ของเมืองมุรากามิ และ “คาชิวาซากิเอ็นมะอิจิ” ของเมืองคาชิวาซากิ โดยเป็นงานวัดชื่อดังที่เป็นตัวแทนของนีงาตะ จัดขึ้นทุกปีเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม ที่ศาลเจ้าคัมบาระและบริเวณโดยรอบ มีผู้มาเยือนประมาณ 340,000 คนต่อปี
จุดเด่นที่สุดคือขนาดของแผงลอย บริเวณทางเข้าสู่ศาลเจ้าและถนนด้านหน้าจะมีร้านแผงลอยเรียงรายมากกว่า 400 ร้าน รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 1 กม. อาหารขึ้นชื่ออย่าง “ป๊อปโปะยากิ” ที่ทำจากแป้งสาลีผสมกับน้ำตาลทรายแดงก็หากินได้ที่นี่ และบริเวณทางเข้าสู่ศาลเจ้ายังมีซุ้มแบบย้อนวันวาน เช่น บ้านผีสิงและซุ้มยิงปืนอีกด้วย แผงลอยเปิดขายต่อเนื่องถึงราว 23:00 และฝูงชนก็ไม่เคยบางตา

บทสรุป
นีงาตะเป็นปลายทางที่รวมทั้งของอร่อยและธรรมชาติไว้ได้อย่างน่าสนใจ ทั้งอาหารทะเล ข้าว และสาเกเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน
อีกหนึ่งเสน่ห์ของที่นี่คือมีทั้งทะเลและภูเขา พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้คุณเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ได้อย่างเต็มที่
หากอยากสัมผัสนีงาตะให้ครบ ทั้งสถานที่และอาหารที่แนะนำในบทความนี้ก็น่าจะเหมาะสำหรับใส่ไว้ในแผนเที่ยวของคุณ
หลังจากสนุกกับนีงาตะอย่างเต็มอิ่มแล้ว ลองแวะไปจังหวัดฟุกุชิมะที่เดินทางด้วยชินคันเซ็นได้ในเวลา 2 ชั่วโมงครึ่งก็น่าสนใจไม่น้อย
ที่ฟุกุชิมะยังมีสถานที่ที่ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และประเพณียังคงได้รับการสืบทอดอยู่ เช่น โออุจิจูกุ ซึ่งเคยรุ่งเรืองเป็นเมืองพักแรมบนเส้นทางไอสึนิชิไคโดะที่เชื่อมไอสึกับนิกโกะ และในสมัยเอโดะก็เคยคึกคักไปด้วยขบวนไดเมียวและนักเดินทาง อยากชวนให้คุณลองขยายทริปไปสัมผัสด้วยเช่นกัน