
วิธีสนุกและใช้เวลาช่วงหน้าร้อนแบบฉบับชาวญี่ปุ่น
หน้าร้อนในญี่ปุ่นมาพร้อมอากาศร้อนและความชื้นสูง จึงเป็นช่วงที่ใช้ชีวิตได้ไม่ง่ายนัก
ถึงอย่างนั้น ชาวญี่ปุ่นก็คุ้นเคยกับการหาความสุขในฤดูนี้มานาน พร้อมคิดวิธีต่างๆ เพื่อให้ใช้เวลาได้สบายขึ้นอีกหน่อย
ญี่ปุ่นมีสุภาษิตที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” หากคุณมาเที่ยวญี่ปุ่นในหน้าร้อน ลองนำวิธีสนุกและวิธีใช้เวลาของชาวญี่ปุ่นไปเป็น参考ดู
ทำแบบนั้นแล้ว คุณน่าจะเพลิดเพลินกับฤดูร้อนของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่
บทความนี้จะพาไปรู้จักว่าชาวญี่ปุ่นใช้เวลาช่วงหน้าร้อนและสนุกกับฤดูนี้กันอย่างไร เพื่อให้ทริปหน้าร้อนของคุณน่าประทับใจยิ่งขึ้น
5 อีเวนต์และกิจกรรมที่ชาวญี่ปุ่นนิยมสนุกกันใน “ฤดูร้อน”
พอเข้าฤดูร้อน ก็เป็นช่วงที่มีทั้งอีเวนต์และกิจกรรมให้สนุกมากมาย อีกทั้งนักเรียนและคนทำงานก็มักมีวันหยุดยาวด้วย
สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว จึงมักเป็นช่วงเวลาพิเศษของการออกไปใช้เวลาให้เต็มที่
เพราะเป็นฤดูกาลพิเศษนี่เอง ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากจึงรู้สึกอาลัยเมื่อฤดูร้อนกำลังจะสิ้นสุดลง
ถึงขั้นมีทั้งเพลงและภาพวาดที่ถ่ายทอดความเศร้านี้เอาไว้
ต่อไปนี้คืออีเวนต์ที่ช่วยให้คุณดื่มด่ำกับหน้าร้อนได้เต็มที่ รวมถึงกิจกรรมที่ทำให้สัมผัสถึงความเศร้าละมุนในช่วงปลายฤดูร้อน ลองเลือกแบบที่ชอบแล้วออกไปสนุกกันได้เลย
1. สัญลักษณ์ประจำหน้าร้อน “เทศกาลฤดูร้อน”
หากพูดถึงภาพจำของฤดูร้อน สิ่งแรกที่ชาวญี่ปุ่นนึกถึงก็คงเป็น “เทศกาลฤดูร้อน”
ว่ากันว่าเทศกาลฤดูร้อนที่จัดขึ้นในญี่ปุ่นมีประมาณ 300,000 งาน และเมื่อถึงหน้าร้อนก็จะมีเทศกาลทั้งเล็กและใหญ่จัดขึ้นทั่วประเทศ
ผู้คนสวมยูกาตะออกไปเที่ยวงาน กินทาโกะยากิและโอโคโนมิยากิจากร้านแผงลอย ชมดอกไม้ไฟ หรือร่วมเต้นบงโอโดริ
เทศกาลฤดูร้อนมีหลายรูปแบบ และแม้จะเป็นประเภทเดียวกัน เนื้อหาก็ต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น จึงมีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่เหมือนกัน
เพื่อให้เห็นเสน่ห์ของเทศกาลฤดูร้อนชัดขึ้น เราจะพาไปรู้จักประเภทต่างๆ และวิธีสนุกกับเทศกาลเหล่านี้ให้มากขึ้น
ไฮไลต์ยอดนิยมของเทศกาลฤดูร้อน “งานดอกไม้ไฟ”
แม้เทศกาลฤดูร้อนจะมีหลายประเภท แต่ที่เป็นตัวแทนมากที่สุดก็คือ “งานดอกไม้ไฟ”
ในญี่ปุ่นมีการจัดงานดอกไม้ไฟนับไม่ถ้วนตั้งแต่ฤดูร้อนไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง
ในบรรดางานเหล่านั้น งานที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษจะถูกขนานนามว่า “งานดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่น” และดึงดูดผู้ชมจำนวนมากทั้งจากในและต่างประเทศ
หากอยากรู้จักงานดอกไม้ไฟชื่อดังของญี่ปุ่นและเสน่ห์ของแต่ละงาน ลองอ่านบทความนี้เพิ่มเติมได้

สนุกไปพร้อมกับคนท้องถิ่นใน “บงโอโดริ”
“บงโอโดริ” คือการเต้นพร้อมร้องเพลงตามจังหวะกลองไทโกะ ขลุ่ย และดนตรี
สำหรับคำว่า “บง” นั้น หมายถึงช่วงเวลาที่ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับกลับมาจากโลกหลังความตายสู่โลกมนุษย์
จากความเชื่อว่าหลังเสียชีวิต วิญญาณจะคอยเฝ้ามองครอบครัวและลูกหลาน รวมถึงธรรมเนียมการอธิษฐานให้บรรพบุรุษได้ไปสู่สุขคติ จึงเกิดวัฒนธรรมต้อนรับและส่งดวงวิญญาณกลับในช่วงเทศกาลบง
บงโอโดริไม่เพียงมีความหมายในการต้อนรับวิญญาณที่กลับมาเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนด้วย ถึงขั้นที่ในสมัยเอโดะเคยเป็นโอกาสพบปะกันของหนุ่มสาว
สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่น นี่ถือเป็นอีเวนต์ที่เหมาะมาก

ตื่นตากับเสียงโห่ร้องอันฮึกเหิมใน “การแห่มิโคชิ”
อีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลฤดูร้อนคือ “การแห่มิโคชิ” ซึ่งผู้คนสวมฟุนโดชิหรือฮัปปิช่วยกันแบกมิโคชิ พร้อมเปล่งเสียงอย่างคึกคักและเดินแห่ไปทั่วเมือง
ถ้าดูในความหมายแบบตรงตัว “มิโคชิ” ก็คือ “ยานพาหนะของเทพเจ้า” โดยเชื่อกันว่าในช่วงเทศกาล เทพเจ้าจะเสด็จออกจากศาลเจ้า ผ่านมิโคชิเพื่อแผ่พลังอันยิ่งใหญ่และชำระล้างเคราะห์ร้ายกับสิ่งอัปมงคล
ภาพของผู้เข้าร่วมช่วยกันประคองมิโคชิที่มีน้ำหนักอย่างน้อยหลายร้อยกิโลกรัมไปพร้อมจังหวะเดียวกันนั้นเต็มไปด้วยพลังและความยิ่งใหญ่
แม้จะไม่สามารถเข้าร่วมแบบกะทันหันได้ แต่ก็สามารถเพลิดเพลินกับการชมขบวนแห่ได้เหมือนชมพาเหรด

สวมบรรยากาศหน้าร้อนไว้กับตัวด้วย “ยูกาตะ”
พูดถึงเทศกาลฤดูร้อนแล้ว จะขาดยูกาตะไปไม่ได้เลย
ยูกาตะเป็นกิโมโนชนิดหนึ่ง แต่ต่างจากกิโมโนแบบอื่นตรงที่ใช้ผ้าบางและดูดซับเหงื่อได้ดี
ในสมัยเอโดะซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของงานดอกไม้ไฟ การใส่ยูกาตะไปงานเทศกาลหรือชมดอกไม้เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยม จึงทำให้งานดอกไม้ไฟมักคู่กับการแต่งยูกาตะมาตั้งแต่อดีต
ปัจจุบันมีร้านให้เช่ายูกาตะอยู่มาก หากอยากดื่มด่ำกับเทศกาลฤดูร้อนของญี่ปุ่นให้เต็มที่ ลองสวมยูกาตะแล้วออกไปเที่ยวงานกันดู

“ร้านแผงลอย” ที่ทำให้สนุกท่ามกลางบรรยากาศหน้าร้อน
ภายในงานเทศกาลฤดูร้อนจะมีร้านเล็กๆ ที่เรียกว่า “แผงลอย” มาเปิดขายอยู่มากมาย
มีทั้งร้านอาหารอย่างทาโกะยากิ ยากิโซบะ คากิโกริ และแอปเปิลเคลือบน้ำตาล รวมถึงร้านเกมอย่างตักปลาทองหรือยิงปืนให้ลองเล่นด้วย
นอกจากไฮไลต์อย่างดอกไม้ไฟหรือบงโอโดริแล้ว ลองสวมยูกาตะ ชิมอาหารจากแผงลอย และเล่นเกมในงาน เพื่อซึมซับบรรยากาศของเทศกาลฤดูร้อนให้เต็มที่

2. ภาพหาชมยากที่ส่องสว่างท้องฟ้ายามค่ำคืน “โอกุริบิ และมุคาเอะบิ”
เช่นเดียวกับบงโอโดริ “โอกุริบิ” และ “มุคาเอะบิ” เป็นประเพณีที่ทำในช่วงเทศกาลบง
ไฟที่จุดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ต้อนรับดวงวิญญาณบรรพบุรุษที่กลับมาในช่วงบง เรียกว่า “มุคาเอะบิ”
ส่วนไฟที่จุดขึ้นเพื่อส่งดวงวิญญาณกลับเมื่อสิ้นสุดช่วงบง เรียกว่า “โอกุริบิ”
ที่เกียวโตมีงาน “โกะซังโนะโอกุริบิ (Gozan no Okuribi)” ซึ่งมีการจุดไฟบนภูเขาเป็นตัวอักษรอย่าง “ได” และ “เมียว” ส่องสว่างบนท้องฟ้าฤดูร้อน เป็นภาพที่แปลกตาและน่าประทับใจมาก หากไปเกียวโตในหน้าร้อนก็อยากแนะนำให้ลองไปชม

3. กิจกรรมพักผ่อนยอดนิยมในหน้าร้อน “เล่นน้ำทะเล”
ญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะที่ล้อมรอบด้วยทะเล จึงมีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากที่ออกไปทะเลเมื่อถึงหน้าร้อน
แม้จะมีจุดเล่นกิจกรรมอย่างเซิร์ฟหรือดำน้ำตื้นมากมาย แต่วิธีสนุกที่เป็นเอกลักษณ์แบบชาวญี่ปุ่นอย่างหนึ่งคือ “ซุยกะวาริ”
“ซุยกะวาริ” เป็นเกมที่นำแตงโมวางบนเสื่อ แล้วให้ผู้ที่ถูกปิดตาใช้เสียงบอกจากคนรอบข้างเป็นแนวทางก่อนใช้ไม้ตีแตงโมให้แตก
ลองเล่นซุยกะวาริระหว่างพักจากการเล่นน้ำทะเล แล้วแบ่งแตงโมที่แตกมากินด้วยกัน
เมื่อพระอาทิตย์ตก ชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยก็นิยมเล่นดอกไม้ไฟมือถือกันต่อ
ถ้าคุณไปทะเลในญี่ปุ่น ลองสนุกตามสไตล์ชาวญี่ปุ่นดูสักครั้งก็น่าจะเป็นความทรงจำที่ดี

4. “เบียร์การ์เดน” ในสไตล์เฉพาะของญี่ปุ่น
พอถึงหน้าร้อน สถานที่และร้านค้าหลายแห่งในญี่ปุ่นจะจัด “เบียร์การ์เดน” บนดาดฟ้าในรูปแบบเฉพาะของญี่ปุ่น ให้ผู้คนได้ดื่มเบียร์พร้อมเพลิดเพลินกับอาหาร
ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากนิยมมาดื่มเบียร์กับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานในช่วงเย็นถึงค่ำ ซึ่งอุณหภูมิเริ่มลดลงเล็กน้อย ท่ามกลางบรรยากาศเปิดโล่งสบายๆ
หลังเที่ยวมาทั้งวันแล้ว ลองแวะเบียร์การ์เดนสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้ากันดู

5. “เซนโกฮานาบิ” ดอกไม้ไฟที่ให้ความรู้สึกละเมียดละไมแบบชาวญี่ปุ่น
“เซนโกฮานาบิ” เป็นดอกไม้ไฟมือถือชนิดหนึ่งที่หลังจุดไฟแล้วจะค่อยๆ ดับลงภายในเวลาหลายสิบวินาที
เป็นดอกไม้ไฟที่มีความงามแสนสั้น เพราะหากสั่นเพียงเล็กน้อย เปลวไฟก็อาจหล่นดับได้ทันที
ตลอดช่วงเวลาที่ลุกไหม้ มันจะแสดงการเปลี่ยนแปลง 4 ขั้นตอน และยังมีทฤษฎีว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเปรียบเสมือนชีวิตของมนุษย์
ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากรู้สึกถึงอารมณ์ละเมียดละไมจากความงามอันชั่วคราวและการเปลี่ยนแปลงนั้น โดยเชื่อมโยงกับความอาลัยเมื่อฤดูพิเศษกำลังจบลง และการเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนไปสู่ฤดูใบไม้ร่วง
หากลองเล่นเซนโกฮานาบิในคืนก่อนวันกลับหรือวันสุดท้ายของทริป คุณอาจได้ซึมซับความทรงจำจากการเดินทางอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

4 เมนูหน้าร้อนที่ชาวญี่ปุ่นกินแล้วรู้สึกถึงฤดูร้อน
หน้าร้อนของญี่ปุ่นที่ร้อนอบอ้าว ทำให้ร่างกายอ่อนล้าได้ง่ายพอสมควร
ด้วยเหตุนี้จึงมีธรรมเนียมการกินอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
นอกจากนี้ยังมีอาหารหน้าร้อนที่กินง่ายแม้ในวันที่ไม่ค่อยมีความอยากอาหาร หากคุณเหนื่อยจากการท่องเที่ยวหน้าร้อน อยากให้ลองชิมเมนูที่จะแนะนำต่อไปนี้
และเราจะพาไปรู้จักเมนูที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นรู้สึกถึงฤดูร้อนกันต่อด้วย
1. เมนูหน้าร้อนยอดนิยม “แตงโม”
“แตงโม” ถือเป็นภาพจำของฤดูร้อนในญี่ปุ่นมานานแล้ว
มีประวัติยาวนาน โดยเชื่อกันว่าในสมัยเอโดะได้แพร่หลายเป็นอาหารของคนทั่วไป
แตงโมอุดมไปด้วยไม่เพียงแต่น้ำ แต่ยังมีแร่ธาตุและวิตามิน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเติมน้ำให้ร่างกาย และกลายเป็นผักผลไม้ประจำหน้าร้อนไปโดยปริยาย
หากคุณเหนื่อยกับอากาศร้อนของญี่ปุ่น ลองหามาชิมดูสักครั้ง

2. “โซเม็ง” เมนูที่ครอบครัวญี่ปุ่นนิยมกินในหน้าร้อน
“โซเม็ง” มีรสชาติสดชื่น กินง่ายแม้ในวันที่เบื่ออาหารเพราะอากาศร้อน
เสน่ห์ของเมนูนี้ไม่ได้มีแค่การต้มเส้นให้สุกแล้วแช่เย็น จิ้มกับน้ำซุปเย็นแบบเรียบง่ายเท่านั้น แต่ยังดัดแปลงกินได้หลากหลายรูปแบบ
อีกหนึ่งประสบการณ์หน้าร้อนคือ “นางาชิโซเม็ง” ที่นำไม้ไผ่ผ่าครึ่งมาวางต่อกันเป็นรางน้ำ แล้วปล่อยน้ำและเส้นโซเม็งให้ไหลผ่าน ก่อนคีบเส้นที่ลอยมาตรงหน้า
หากคุณเหนื่อยจากอากาศร้อนของญี่ปุ่นจนไม่ค่อยอยากอาหาร ลองชิมโซเม็งดู น่าจะช่วยให้สดชื่นขึ้นได้มาก

3. “ปลาไหล” เมนูฟื้นฟูร่างกายที่อ่อนล้าจากความร้อนในหน้าร้อน
ในญี่ปุ่นมีธรรมเนียมกิน “ปลาไหล” ซึ่งอุดมด้วยสารอาหาร มาตั้งแต่อดีต เพื่อบรรเทาอาการอ่อนเพลียจากหน้าร้อนหรือที่เรียกว่าอาการหมดแรงเพราะอากาศร้อน
โดยเฉพาะในวันที่เรียกว่า “โดโยโนะอุชิโนะฮิ” ซึ่งถือเป็นวันที่นิยมกินปลาไหล ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากจึงเลือกกินเมนูนี้เพื่อรับมือกับฤดูร้อน
ถ้าอยากเติมพลังสำหรับการท่องเที่ยว ลองเริ่มทริปญี่ปุ่นด้วยการกินปลาไหลดูก็น่าสนใจไม่น้อย

4. ถ้าพูดถึงน้ำอัดลมหน้าร้อน ต้องรามุเนะ
พอพูดถึง “รามุเนะ” หลายคนจะนึกถึงโซดารสเลมอนที่บรรจุในขวดแก้วขึ้นมา
ปากขวดถูกปิดด้วยลูกแก้ว และต้องกดลูกแก้วลงไปในขวดเพื่อเปิดดื่ม
แม้จะดูไม่ค่อยสะดวกอยู่บ้าง แต่ความสนุกของการกดลูกแก้วเพื่อเปิดขวดก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งเช่นกัน
รามุเนะมักมีขายตามแผงลอย จึงไม่น่าแปลกที่ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากจะนึกถึงเครื่องดื่มชนิดนี้เมื่อพูดถึงน้ำอัดลมประจำฤดูร้อน

คลายร้อนด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า! วิธีรับความเย็นแบบฉบับชาวญี่ปุ่น
เพื่อรับมือกับฤดูร้อนที่ร้อนและชื้น ชาวญี่ปุ่นได้สั่งสมวิธีการต่างๆ ไว้อย่างมากมาย
ต่อไปนี้คือภูมิปัญญาที่ช่วยให้สัมผัส “ความเย็นสบาย” ได้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ลองนำไปใช้ระหว่างทริปหน้าร้อนของคุณดู
“คาวะโดโกะ และโนเรียวโดโกะ” ที่ให้รับความเย็นได้ผ่านหลายประสาทสัมผัส
ถ้าอยากรู้จักวิธีคลายร้อนแบบญี่ปุ่นอีกมุมหนึ่ง “คาวะโดโกะ” คือที่นั่งนอกอาคารของร้านอาหารริมแม่น้ำ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้ใช้เวลาช่วงหน้าร้อนอันอบอ้าวได้อย่างเย็นสบาย
เป็นวัฒนธรรมที่มีต้นกำเนิดจากเกียวโต โดยแบบที่มีชื่อเสียงคือ “คาโมงาวะโนเรียวโดโกะ” ซึ่งเป็นที่นั่งนอกอาคารริมแม่น้ำคาโมะที่เปิดเฉพาะฤดูร้อน และ “คิบุเนะโนะคาวะโดโกะ” ที่อยู่ใกล้ผิวน้ำจนแทบจุ่มเท้าได้
ที่คาวะโดโกะ คุณสามารถลิ้มลองอาหารเกียวโต ชมสายน้ำที่ไหลเอื่อย และสัมผัสสายลมพัดผ่านอย่างสบายใจ จึงเป็นวิธีรับความเย็นที่ครบทั้งบรรยากาศและประสบการณ์

“ฟูริน” ที่ทำให้รู้สึกเย็นสบายผ่านเสียง
“ฟูริน” คือกระดิ่งลมที่มักแขวนไว้ตามระเบียงบ้าน
โดยทั่วไปจะเป็นชิ้นทรงถ้วยที่ทำจากแก้วหรือโลหะ ภายในแขวนชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เรียกว่า “ลิ้นกระดิ่ง” ด้วยเชือก และมีแผ่นกระดาษห้อยด้านล่างเพื่อรับลมได้ดี
เมื่อลมพัด แผ่นกระดาษจะไหวทำให้ลิ้นกระดิ่งกระทบแก้วหรือโลหะ เกิดเป็นเสียงใสอ่อนโยนที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นรู้สึกถึง “ความเย็น”
ถึงขั้นมีผลการทดลองว่าชาวญี่ปุ่นเพียงได้ยินเสียงฟูรินก็รู้สึกเหมือนลมพัด และอุณหภูมิร่างกายลดลงจริง
ฟูรินที่ทำด้วยเทคนิคดั้งเดิมและมีความงดงามยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับซื้อเป็นของฝาก

“อุจิมิซุ” วิธีคลายร้อนแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
“อุจิมิซุ” หมายถึงการพรมน้ำบนถนนหรือรอบบ้าน แล้วอาศัยผลของ “ความร้อนแฝงจากการระเหย” ซึ่งน้ำจะดึงความร้อนจากบริเวณรอบๆ ไปขณะระเหย ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดลงจริง
ในญี่ปุ่นมีการทำอุจิมิซุมาตั้งแต่สมัยเซ็งโงกุ ไม่ได้เป็นเพียงวิธีรับความเย็นเท่านั้น แต่ในอดีตยังถือเป็นส่วนหนึ่งของมารยาทด้วย
ในญี่ปุ่นปัจจุบัน วิธีนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในฐานะมาตรการคลายร้อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“คากิโกริ” รับความเย็นผ่านสัมผัสเย็นฉ่ำ
“คากิโกริ” คือการไสน้ำแข็งละเอียดแล้วราดไซรัป ให้สัมผัสเย็นฉ่ำในปากที่ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบ และมักพบได้ตามแผงลอยในเทศกาลฤดูร้อน
ต่างจากน้ำแข็งไสของไต้หวันที่เนื้อนุ่มฟู คากิโกริของญี่ปุ่นมีจุดเด่นที่สัมผัสกรุบละเอียดแบบชาริชาริ
นอกจากราดไซรัปแล้ว ยังมีแบบใส่นมข้นหวานหรือถั่วแดง รวมถึงรูปแบบอื่นๆ อีกหลากหลาย
ช่วงหลังมานี้ ความนิยมเพิ่มขึ้นจนร้านเฉพาะทางคากิโกริก็มีมากขึ้นเช่นกัน

ลดอุณหภูมิที่รู้สึกได้ด้วยเรื่องชวนขนลุก “ไคดัน”
“ไคดัน” หรือเรื่องเล่าชวนขนลุก ถือเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของฤดูร้อนในญี่ปุ่น
การฟังเรื่องน่ากลัวในช่วงอากาศร้อนเพื่อให้รู้สึกเย็นขึ้น ก็เป็นวิธีรับความเย็นที่มีเอกลักษณ์แบบญี่ปุ่นเช่นกัน
ตั้งแต่สมัยเอโดะก็มีอีเวนต์ที่ได้รับความนิยมแล้ว เช่น “เฮียะกุโมโนกาตาริ” ซึ่งเป็นการล้อมวงรอบเทียน 100 เล่ม เล่าเรื่องผีทีละเรื่อง และดับเทียนลงทีละเล่มหลังจบแต่ละเรื่อง
แม้ในปัจจุบัน เมื่อถึงหน้าร้อน ญี่ปุ่นก็ยังมีทั้งงานพูดคุยเรื่องผีและอีเวนต์ธีมสยองขวัญอยู่มากมาย
แม้อาจเข้าร่วมงานเล่าเรื่องผีโดยตรงได้ยาก แต่ลองไปอีเวนต์ธีมสยองขวัญดูสักครั้งก็อาจช่วยให้คลายร้อนได้เหมือนกัน

4 ไอเท็มหน้าร้อนยอดนิยม เหมาะซื้อเป็นของฝาก
ถ้าอยากได้ของฝากที่ชวนให้นึกถึงหน้าร้อนญี่ปุ่น ลองดูไอเท็มที่เป็นภาพจำของฤดูนี้ รวมถึงของลวดลายญี่ปุ่นที่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย
หากอยากพกบรรยากาศหน้าร้อนของญี่ปุ่นกลับบ้าน ลองเลือกของฝากจากรายการต่อไปนี้ดู
1. “ยาจุดกันยุง” พกกลิ่นอายหน้าร้อนกลับบ้านได้
ฤดูร้อนของญี่ปุ่นมียุงมากมาตั้งแต่สมัยก่อน จึงมีธรรมเนียมจุด “ยาจุดกันยุง” ซึ่งเป็นธูปที่มีสารกำจัดแมลงเพื่อไล่ยุง และกลิ่นของมันก็กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของฤดูร้อนไปด้วย
ลองซื้อยาจุดกันยุงพร้อมภาชนะใส่สไตล์เรโทร เพื่อนำกลิ่นอายของหน้าร้อนญี่ปุ่นกลับไปเป็นของฝาก

2. “อุจิวะ” จะใช้ก็ได้ จะตกแต่งก็ดี
“อุจิวะ” หรือพัดกลมแบบญี่ปุ่น ถูกใช้มาตั้งแต่สมัยเอโดะเพื่อโบกให้เกิดลมคลายร้อน และทุกวันนี้ก็ยังใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน
มีทั้งรูปทรงและดีไซน์หลากหลาย แค่เลือกดูก็เพลินแล้ว
อุจิวะแบบดั้งเดิมที่ใช้เทคนิคเก่าแก่และลวดลายสวยงาม เช่น “เอโดะอุจิวะ” และ “โบชูอุจิวะ” ก็เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากมาก

3. “แก้วเอโดะคิริโกะ” งดงามและให้ความรู้สึกเย็นสบาย
“เอโดะคิริโกะ” คือเครื่องแก้วเจียระไนที่ผลิตในโตเกียวมาตั้งแต่ปลายสมัยเอโดะ และได้รับการรับรองเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิม
แก้วที่ตกแต่งด้วยลวดลายเอโดะคิริโกะอันโดดเด่นและงดงาม ให้ภาพลักษณ์เย็นสบาย จึงเหมาะมากเป็นของฝากหน้าร้อน
ด้วยลวดลายที่มีให้เลือกหลากหลาย การตามหาแบบที่ถูกใจก็เป็นอีกความสนุกหนึ่งเช่นกัน

4. ของฝากเสียงแห่งฤดูร้อนที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก “เอโดะฟูริน”
“เอโดะฟูริน” คือกระดิ่งลมที่ทำในเอโดะหรือโตเกียวปัจจุบัน ด้วยวิธีการผลิตที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ
ชื่อแบรนด์ “เอโดะฟูริน” สามารถใช้ได้เฉพาะ 2 ร้านเท่านั้น คือ “ชิโนฮาระฟูรินฮมโปะ (Shinohara Furin Honpo)” และ “ชิโนฮาระมารุโยชิฟูริน (Shinohara Maruyoshi Furin)”
เพราะช่างฝีมือทำด้วยมือทีละชิ้น จึงไม่มีชิ้นไหนในโลกที่เหมือนกันทุกประการ
จุดเด่นคือการวาดลายไว้ด้านในเพื่อให้ภาพติดทนนาน และการทำขอบกระดิ่งให้เป็นรอยหยักเพื่อให้เกิดเสียงที่ไพเราะ
หากอยากนำเสียงแห่งฤดูร้อนที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกกลับไปเป็นของฝาก เอโดะฟูรินก็น่าสนใจมาก

4 แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับทริปหน้าร้อน
สำหรับชาวญี่ปุ่น ฤดูร้อนมักเป็นช่วงเวลาพิเศษของการออกไปสนุกอย่างเต็มที่ แล้วจริงๆ พวกเขานิยมไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง?
จากตรงนี้ไป เราจะคัด 4 จุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ชาวญี่ปุ่นมักเลือกสำหรับทริปหน้าร้อนมาแนะนำ
หากคุณมีแผนเดินทางในญี่ปุ่นช่วงฤดูร้อน ลองใช้เป็นไอเดียประกอบการวางแผนได้เลย
1. “ฮอกไกโด” ชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ท่ามกลางอากาศสดชื่น
“ฮอกไกโด” ตั้งอยู่เหนือสุดของหมู่เกาะญี่ปุ่น แม้เป็นเดือนสิงหาคมก็มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศา และความชื้นต่ำ ให้ความร้อนแบบแห้งสบาย
ด้วยสภาพอากาศและอุณหภูมิที่สดชื่น จึงเป็นจุดหมายหน้าร้อนยอดนิยมสำหรับผู้ที่อยากชมธรรมชาติอันกว้างใหญ่
ช่วงต้นฤดูร้อนมีคนจำนวนมากไปเยือนย่านฟุราโนะและบิเอะ เพื่อชมทิวทัศน์เฉพาะฤดูกาล เช่น “ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita)” ที่ทุ่งลาเวนเดอร์ปกคลุมผืนดินกว้างใหญ่
รวมถึง “บ่อน้ำสีฟ้า (Aoi Ike)” ที่ผิวน้ำสีน้ำเงินโคบอลต์งดงาม และ “อุนไคเทラス (Unkai Terrace)” ที่สามารถชมทะเลเมฆปกคลุมทั่วบริเวณอย่างน่าอัศจรรย์
ยังมีจุดท่องเที่ยวที่ช่วยให้สัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดในหน้าร้อนกระจายอยู่ในพื้นที่อื่นๆ ด้วย จึงมีคนจำนวนมากไปเยือนเมืองยอดนิยมอย่างซัปโปโระและฮาโกดาเตะเช่นกัน
หากคุณสนใจฮอกไกโด ลองอ่านบทความนี้เพิ่มเติม ซึ่งรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำและอาหารน่าสนใจเอาไว้ด้วย


2. “โอกินาวะ” ดื่มด่ำทะเลใสและท้องฟ้าสีคราม
ถ้าอยากใช้หน้าร้อนกับทะเลใสและท้องฟ้าสีคราม “โอกินาวะ” ก็มักเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ
จังหวัดโอกินาวะที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮนชู ประกอบด้วยเกาะหลักโอกินาวะและเกาะเล็กๆ อีก 150 เกาะ
แม้จะอยู่ทางใต้กว่าฮนชู แต่อากาศค่อนข้างแห้งสบายและมีลมเย็นพัด จึงไม่ใช่ความร้อนชื้นแบบอบอ้าว
ด้วยภูมิอากาศอบอุ่นแบบเขตร้อน พร้อมทะเลและท้องฟ้าสีฟ้าสด จึงมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากตลอดทั้งปี
ฤดูร้อนจึงเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นเป็นพิเศษ เพราะสามารถเพลิดเพลินกับทะเลและท้องฟ้าที่สวยงามได้อย่างเต็มที่
หลายคนมาเล่นน้ำทะเลและทำกิจกรรมทางทะเลในทะเลสวยของโอกินาวะ ขณะที่อีกหลายคนเลือกใช้เวลาอย่างผ่อนคลายในบรรยากาศรีสอร์ต
แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงมากในโอกินาวะช่วงหน้าร้อนคือ “สะพานโคริ (Kouri Ohashi)”
สะพานแห่งนี้เชื่อม “เกาะหลักโอกินาวะ” กับ “เกาะโคริ” และหากขับรถเช่ามาจากเกาะหลัก คุณจะได้พบวิวทะเลใสกว้างสุดสายตาอย่างน่าประทับใจ
นอกจากนี้ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ไปเยือน “เกาะอิชิงากิ” และ “เกาะมิยาโกะ” ซึ่งมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าเกาะหลัก เพื่อดื่มด่ำกับเสน่ห์ธรรมชาติของโอกินาวะ
หากคุณสนใจโอกินาวะ ลองดูบทความนี้เพิ่มเติม ซึ่งแนะนำเสน่ห์ของโอกินาวะทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารท้องถิ่น


3. “ชิซูโอกะ” พักผ่อนสบายๆ กับชายหาดสวยและออนเซ็น
“ชิซูโอกะ” ตั้งอยู่เกือบกึ่งกลางของญี่ปุ่น และเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ
ด้วยชายหาดสวยและออนเซ็นจำนวนมาก จึงได้รับความนิยมในฐานะจุดหมายหน้าร้อนที่สามารถเพลิดเพลินกับทั้งการเล่นน้ำทะเลและแช่ออนเซ็นได้พร้อมกัน
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนเลือกมาที่นี่คือการเดินทางจากโตเกียวใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง
พื้นที่ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในฐานะจุดหมายหน้าร้อนคือ “อิซุ”
ที่นี่มีทั้งชายหาดทรายขาวและทะเลใส รวมถึงแหล่งออนเซ็นชั้นนำของประเทศ
ยังมีจุดชมวิวสวยที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิหลายแห่ง และบางเรียวกังก็มีบ่ออาบน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ด้วย
ด้วยความที่มีแหล่งพักผ่อนและกิจกรรมมากมาย จึงเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับการมาเป็นครอบครัวเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีงานดอกไม้ไฟซึ่งเป็นภาพจำของฤดูร้อนจัดขึ้นตามพื้นที่ต่างๆ ทำให้มีผู้คนจำนวนมากมาเยือนในช่วงงานดอกไม้ไฟด้วย
นอกเหนือจากอิซุแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก เช่น อาตามิ และมิชิมะ
หากอยากรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชิซูโอกะเพิ่มเติม ลองอ่านบทความนี้ควบคู่กันได้เลย


4. “นากาโนะ” แหล่งรวมสถานที่หนีร้อนยอดนิยม
ถ้าอยากหนีร้อนแบบจริงจัง หลายคนก็มักนึกถึง “นากาโนะ”
“นากาโนะ” ตั้งอยู่ในภาคกลางของญี่ปุ่น และมีแนวเทือกเขาญี่ปุ่นแอลป์ ได้แก่ เทือกเขาฮิดะ เทือกเขาคิโสะ และเทือกเขาอากาอิชิทอดยาวต่อเนื่องกัน ทำให้มีหลายพื้นที่อยู่ในระดับความสูงมาก
ด้วยเหตุนี้จึงมีหลายพื้นที่ที่อากาศเย็นสบายแม้ในหน้าร้อน และสถานที่ยอดนิยมสำหรับเที่ยวหน้าร้อนก็มักได้แก่ “คารุอิซาวะ” แหล่งพักร้อนยอดนิยมที่อยู่สูงประมาณ 900–1,000 เมตร, “คามิโคจิ” จุดชมวิวภูเขาที่มีชื่อเสียง และ “เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ” ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติยิ่งใหญ่ตระการตา
ยังมีอาหารที่เหมาะกับหน้าร้อน เช่น โซบะชินชูและวาซาบิจากอาซุมิโนะ อีกทั้งยังเดินทางจากใจกลางเมืองได้สะดวก
“คารุอิซาวะ” ซึ่งได้รับความนิยมเป็นพิเศษนั้นเป็นรีสอร์ตที่ราบสูงชั้นนำของญี่ปุ่น มีทั้งย่านช้อปปิ้งเก๋ๆ ที่พัก ร้านอาหาร และธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ให้เพลิดเพลิน
ส่วน “คามิโคจิ” ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมวิวภูเขาชั้นนำของญี่ปุ่นนั้น ไม่เพียงเหมาะกับการเดินเขาแบบสบายๆ แต่ยังสามารถท้าทายการปีนเขาแบบจริงจังได้ด้วย
“เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ” เป็นเส้นทางท่องเที่ยวภูเขาที่ตัดผ่านเทือกเขาแอลป์เหนือ มีระยะทางรวม 37.2 กิโลเมตร และจุดสูงสุด 2,450 เมตร
ที่นี่คุณจะได้พบกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่จากภูเขาสูงระดับ 3,000 เมตร วิวสวยแตกต่างไปตามฤดูกาล เขื่อนที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และกำแพงหิมะขนาดยักษ์สูงเกือบ 20 เมตร ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้เฉพาะที่นี่
นอกจากนี้ “คุรุมายามะโคเก็น” และ “หมู่บ้านฮาคุบะ” ก็เป็นจุดหนีร้อนยอดนิยมในนากาโนะเช่นกัน
หากอยากวางแผนเที่ยวต่อ ลองดูบทความนี้ที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและอาหารเด่นของนากาโนะไว้ให้แล้ว



10 เกร็ดน่ารู้เพื่อสนุกกับฤดูร้อนของญี่ปุ่น
- หน้าร้อนมาถึงเมื่อไร เทศกาลหลากหลายทั่วญี่ปุ่นก็เริ่มคึกคักขึ้น และว่ากันว่าเทศกาลฤดูร้อนมีประมาณ 300,000 งาน
- มีการกล่าวกันว่า เพียงได้ยินเสียงฟูรินก็ทำให้อุณหภูมิที่รู้สึกได้ลดลง 1–4°C
- อามาซาเกะถูกมองว่าเหมาะสำหรับป้องกันฮีตสโตรกและอาการอ่อนเพลียจากหน้าร้อน
- ระหว่างเล่นน้ำทะเลซึ่งเป็นกิจกรรมยอดนิยมของหน้าร้อน มักมีการเล่น “ซุยกะวาริ” แล้วนำแตงโมที่ตีแตกมากินร่วมกัน
- ตามร้านค้าและสถานที่ต่างๆ ในญี่ปุ่น มักมีการจัด “เบียร์การ์เดน” บนดาดฟ้าในช่วงหน้าร้อน เพื่อให้ได้ดื่มเบียร์พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารในบรรยากาศแบบเฉพาะของญี่ปุ่น
- ดอกไม้ไฟมือถืออย่าง “เซนโกฮานาบิ” ใช้เวลาหลายสิบวินาทีตั้งแต่จุดไฟจนดับ และระหว่างนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลง 4 ขั้นตอน โดยมีทฤษฎีว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปรียบกับชีวิตของมนุษย์
- ที่งาน “โกะซังโนะโอกุริบิ” ในเกียวโตช่วงหน้าร้อน จะได้เห็นภาพหาชมยากของการจุดไฟบนภูเขาเป็นตัวอักษรอย่าง “ได” และ “เมียว” ส่องสว่างบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
- หลายคนอยากกิน “คากิโกริ” ในหน้าร้อน แต่ที่จริงแล้วไซรัปของคากิโกริมีรสชาติพื้นฐานเหมือนกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรสสตรอว์เบอร์รีหรือเมลอน ความต่างมาจากสีและกลิ่นที่ทำให้สมองรับรู้เป็นคนละรส
- มีความเชื่อว่าช่วงหลังฤดูฝนสิ้นสุดใหม่ๆ เหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะอากาศมักคงที่และมีวันที่ฟ้าโปร่งต่อเนื่องประมาณ 10 วัน จึงถือเป็นช่วงเวลาที่ดีมากสำหรับการออกไปข้างนอก
- หน้าร้อนของญี่ปุ่นมีธรรมเนียมมอบของขวัญพร้อมความขอบคุณแก่ผู้มีพระคุณหรือผู้ที่เคยช่วยเหลือ ธรรมเนียมนี้เรียกว่า “โอะจูเก็น” ส่วนของขวัญที่มอบราวเดือนธันวาคมเรียกว่า “โอะเซโบะ”
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฤดูร้อนของญี่ปุ่น
Q
ฤดูร้อนของญี่ปุ่นเริ่มเมื่อไรและสิ้นสุดเมื่อไร?
ตามนิยามของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ฤดูร้อนคือช่วงตั้งแต่เดือน 6 ถึงเดือน 8
Q
อุณหภูมิเฉลี่ยของฤดูร้อนในญี่ปุ่นประมาณเท่าไร?
อุณหภูมิแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและแต่ละเดือน แต่หากเป็นโตเกียว อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 26–31°C และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 19–24°C
Q
ช่วงไหนที่สถานที่ท่องเที่ยวคนแน่นที่สุด?
ช่วงที่คนแน่นที่สุดคือกลางเดือน 7 และกลางเดือน 8 เพราะเป็นช่วงที่วันหยุดยาวของนักเรียนอย่าง “ปิดเทอมฤดูร้อน” ซึ่งมีตั้งแต่ปลายเดือน 7 ถึงตลอดเดือน 8 ตรงกับวันหยุดยาวของคนทำงานที่เรียกว่าเทศกาลบง
Q
อีเวนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของฤดูร้อนญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง?
แม้จะมีอีเวนต์หลากหลายจัดขึ้น แต่เทศกาลฤดูร้อนอย่างงานดอกไม้ไฟและบงโอโดริถือเป็นอีเวนต์ที่ทำให้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ชัดเจนที่สุด
Q
อาหารที่ชาวญี่ปุ่นนิยมกินในหน้าร้อนมีอะไรบ้าง?
อย่างที่แนะนำไปในบทความนี้ แตงโม โซเม็ง ปลาไหล คากิโกริ และโซบะเย็น เป็นเมนูที่นิยมกินกันมากในหน้าร้อน
บทสรุป
เราได้พาไปรู้จักกันแล้วว่าชาวญี่ปุ่นสนุกกับฤดูร้อนและใช้เวลาช่วงนี้กันอย่างไร
หวังว่าคุณจะหยิบเอาอีเวนต์ กิจกรรม อาหาร และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่แนะนำในบทความนี้ ไปใช้เป็นไอเดียเพื่อดื่มด่ำกับฤดูร้อนของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่
หากความร้อนชื้นทำให้รู้สึกเหนื่อย ลองนำวิธีคลายร้อนแบบฉบับชาวญี่ปุ่นไปปรับใช้ แล้วสัมผัส “ความเย็น” ในแบบของญี่ปุ่นดู
บางทีคุณอาจได้สัมผัสเสน่ห์และอารมณ์ละเมียดละไมของฤดูร้อนในแบบเดียวกับชาวญี่ปุ่นก็ได้
