
【11 กิจกรรมสัมผัสวัฒนธรรมโอกินาวะ】สัมผัสวัฒนธรรมโอกินาวะผ่านการทำบิงกาตะ ยาจิมุน และเยี่ยมชมอะวาโมริ
ถ้าอยากค่อย ๆ ทำความรู้จักโอกินาวะให้ลึกขึ้น การออกไปสัมผัสทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติด้วยตัวเองก็เป็นวิธีที่น่าสนุกมาก ไม่ว่าจะเป็นการย้อมผ้าบิงกาตะสีสด การทำยาจิมุน การเยี่ยมชมโรงกลั่นอะวาโมริ หรือสวนพืชเขตร้อนบนเกาะมิยาโกจิมะ
ระหว่างทาง คุณจะได้เจอกับประสบการณ์หลากหลาย ตั้งแต่หมู่บ้านริวกิว (Ryukyu Mura) ที่เรียงรายด้วยบ้านโบราณ เวิร์กช็อปที่ชูริริวเซ็น (Shuri Ryusen) ซึ่งเรียนรู้บิงกาตะและการย้อมลายปะการังได้ ไปจนถึงซุยเซ็นชุโซ (Zuisen Shuzo) ที่ให้คุณสัมผัสประวัติศาสตร์ของอะวาโมริ ล้วนเป็นช่วงเวลาที่ทำให้รู้สึกถึงภูมิประเทศและวิถีชีวิตของท้องถิ่น ปล่อยตัวไปกับบรรยากาศสบาย ๆ แบบเกาะใต้ แล้วออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของโอกินาวะกัน
ช่วงเวลาแห่งการสัมผัสหัตถกรรมและวัฒนธรรมดั้งเดิมของโอกินาวะ
ระหว่างท่องเที่ยวโอกินาวะ ความเพลิดเพลินอีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็คือการได้สัมผัสวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น
ไม่ว่าจะเป็นงานคราฟต์ในบ้านโบราณ เวิร์กช็อป หรือการชมงานหัตถกรรมพื้นเมือง ก็มีสถานที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ให้คุณรู้สึกใกล้ชิดกับวัฒนธรรมริวกิวได้มากขึ้น ทั้งงานย้อมสีสดใส งานเครื่องปั้นดินเผา และการทำชิซะ แต่ละอย่างล้วนเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสงานฝีมือแบบโอกินาวะอย่างแท้จริง หากอยากเก็บความทรงจำจากทริปให้อยู่ในรูปแบบที่จับต้องได้ ลองแวะมาสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้กัน
1. โอกินาวะเวิลด์ (เมืองนันโจ)
ธีมพาร์กที่ให้คุณสัมผัสธรรมชาติและวัฒนธรรมของโอกินาวะได้ในที่เดียว
ภายในสวนเต็มไปด้วยทิวทัศน์และจุดน่าสนใจแบบโอกินาวะ ทั้ง “เมืองปราสาทแห่งอาณาจักรริวกิว” ที่เรียงรายด้วยบ้านโบราณหลังคากระเบื้องสีแดง และ “สวนผลไม้เขตร้อน” ที่ปลูกผลไม้เมืองร้อนอย่างชีกวาซาและลิ้นจี่ ถ้ำหินงอกหินย้อย “เกียคุเซ็นโด” ซึ่งเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโอกินาวะ ก่อตัวขึ้นตลอดเวลาประมาณ 300,000 ปี และมีหินงอกหินย้อยอย่างน้อย 1,000,000 ต้น ช่วยให้ได้สัมผัสถึงความมหัศจรรย์และความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอีกครั้ง ในบ้านโบราณภายในเมืองปราสาทยังสามารถชมและทดลองงานหัตถกรรมดั้งเดิม เช่น การทอผ้าและการย้อมบิงกาตะ พร้อมทั้งสนุกกับการสวมชุดริวกิวเดินเล่นได้อีกด้วย

2. หมู่บ้านริวกิว (หมู่บ้านอนนะ)
ธีมพาร์กที่เรียงรายด้วยบ้านโบราณหลังคากระเบื้องสีแดง ให้สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมริวกิวแบบดั้งเดิมได้อย่างใกล้ชิด
กิจกรรมยอดนิยมมีทั้งระบายสีชิซะ ทำกล้องสลับลายจากแก้วโอกินาวะ ทำกรอบรูปปะการัง รวมถึงการแต่งชุดริวกิว ซึ่งล้วนเป็นโปรแกรมที่ให้สัมผัสวัฒนธรรมโอกินาวะได้อย่างเต็มที่
ภายในสวนยังมองเห็นภาพการคั้นอ้อยทำน้ำตาลและควายน้ำ ทำให้บรรยากาศหมู่บ้านโอกินาวะแบบดั้งเดิมยิ่งชัดเจนขึ้น หากเดินเล่นไปพร้อมกับร่วมกิจกรรมด้านวัฒนธรรม ก็จะค่อย ๆ ซึมซับจังหวะชีวิตของชาวริวกิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

3. ชูริริวเซ็น (เมืองนะฮะ)
เวิร์กช็อปย้อมผ้าใกล้ปราสาทชูริ ที่สามารถชมและทดลองงานย้อมแบบดั้งเดิมของโอกินาวะได้ เสน่ห์เฉพาะของที่นี่คือสีสันอันงดงามของบิงกาตะและเทคนิคการย้อมลายปะการังอันเป็นเอกลักษณ์
ที่ชั้น 2 ของเวิร์กช็อป มีประสบการณ์ย้อมลายปะการังซึ่งหาได้ยากแม้ในทั่วประเทศ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ผลงานที่ย้อมจากลวดลายธรรมชาติของปะการังจะให้ลุคแตกต่างกันในแต่ละชิ้น ผลิตภัณฑ์ผ้าที่ทำเสร็จด้วยมือตัวเองจึงกลายเป็นความทรงจำพิเศษจากการเดินทาง ที่นี่เป็นเวิร์กช็อปที่น่าแวะระหว่างเดินเที่ยวแถบชูริ

4. โดโจยาจิมุนสึโบยะ อิคุโตเอ็น (เมืองนะฮะ)
สถานที่ทดลองทำงานเซรามิกที่ดำเนินการโดยเตาเผาซึ่งสืบทอดประเพณีเครื่องปั้นดินเผาสึโบยะยากิ ที่นี่ได้รับความนิยมในฐานะสถานที่ที่สามารถลองทำ “ยาจิมุน” เครื่องปั้นดินเผาของโอกินาวะได้อย่างสบาย ๆ
เมนูยอดนิยมสำหรับผู้ที่เพิ่งลองทำยาจิมุนครั้งแรกหรือครอบครัวที่มีเด็กเล็กคือ “การทำชิซะ” ช่วงเวลาปั้นดินและขึ้นรูปช่วยให้รู้สึกใกล้ชิดกับชิซะ เทพผู้พิทักษ์แห่งโอกินาวะมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปั้นด้วยแป้นหมุนและการเพนต์ลวดลาย ให้คุณสนุกกับการสร้างผลงานที่เป็นที่ระลึกจากการเดินทางได้อีกด้วย

5. พิพิธภัณฑ์ยูอิมารุแห่งหมู่บ้านผ้าทอคุเมจิมะสึมุงิ (เมืองคุเมจิมะ)
สถานที่แนะนำประวัติและเทคนิคของ “คุเมจิมะสึมุงิ” ผ้าทอพื้นเมืองดั้งเดิมของเกาะคุเมจิมะ “คุเมจิมะสึมุงิ” เป็นผ้าไหมทอที่ขึ้นชื่อว่าเป็นต้นธารของวัฒนธรรมผ้าสึมุงิในประเทศญี่ปุ่น ที่นี่จัดแสดงขั้นตอนและอุปกรณ์ของงานทอผ้าที่คอยหล่อเลี้ยงวัฒนธรรมของเกาะ และยังมีกิจกรรมทดลองย้อมและทอผ้าอีกด้วย
ภายในอาคารยังมีโปรแกรมทดลองต่าง ๆ เช่น การย้อมสีจากพืชธรรมชาติ ผ่านกระบวนการย้อมเส้นด้ายจากวัสดุธรรมชาติและการทอผ้า คุณจะได้สัมผัสวัฒนธรรมงานฝีมือที่สืบทอดต่อกันมาบนเกาะคุเมจิมะแห่งนี้

6. ประสบการณ์ศิลปะโอกินาวะ ชูระคาเซะ (เมืองนะฮะ)
อาร์ตเวิร์กช็อปในนะฮะที่สามารถแวะมาลองทำงานคราฟต์ได้ง่าย ๆ มีทั้งการทำชิซะและงานเฮอร์บาเรียม ให้เลือกเป็นกิจกรรมสร้างความทรงจำจากทริปโอกินาวะ
เมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ “ระบายสีชิซะปูนปั้น (ขนาดเล็ก)” การแต่งแต้มชิซะตัวเล็กได้อย่างอิสระเหมาะมากสำหรับสร้างความทรงจำสไตล์โอกินาวะ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ในร่ม จึงเที่ยวได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ และเหมาะกับการแวะระหว่างเที่ยวในนะฮะ

ค่ำคืนแห่งโอกินาวะที่สัมผัสได้ผ่านอะวาโมริและเพลงชิมะอุตะ
หากอยากสัมผัสวัฒนธรรมโอกินาวะให้ลึกขึ้นอีกหน่อย การเยี่ยมชมโรงกลั่นอะวาโมริและการฟังดนตรีสดชิมะอุตะก็เป็นช่วงเวลาที่ไม่ควรพลาด ทั้งการทำสุราแบบดั้งเดิมและวัฒนธรรมดนตรีเฉพาะของโอกินาวะต่างมีประวัติศาสตร์ยาวนานและผูกพันกับภูมิประเทศของท้องถิ่น ช่วงเวลาที่ได้ลิ้มรสอะวาโมริและฟังเสียงซันชิน จะค่อย ๆ แต่งแต้มค่ำคืนของโอกินาวะให้พิเศษยิ่งขึ้น
7. ซุยเซ็นชุโซ (เมืองนะฮะ)
โรงกลั่นเก่าแก่ที่ยังคงผลิตอะวาโมริตามแบบดั้งเดิมในย่านชูริ และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้สืบทอดวัฒนธรรมอะวาโมริตั้งแต่สมัยอาณาจักรริวกิว
ที่นี่มีทัวร์โรงงานให้เข้าชม และยังสามารถชิมเปรียบเทียบคุสุหลากหลายชนิดรวมถึงลิเคียวร์ได้อีกด้วย หลังจากชมกระบวนการผลิตแล้ว คุณจะได้สัมผัสกลิ่นหอมและรสชาติของคุสุที่ผ่านการบ่มอย่างพิถีพิถัน ลองมาสัมผัสวัฒนธรรมอะวาโมริที่สืบทอดคู่ประวัติศาสตร์ของโอกินาวะกัน

8. ไลฟ์เฮาส์ ชิมะอุตะ (เมืองนะฮะ)
ไลฟ์เฮาส์ที่ดูแลโดยคุณชินะ เทโอะ ศิลปินเพลงพื้นบ้านชื่อดังของโอกินาวะและโปรดิวเซอร์ผู้มากความสามารถ
ที่นี่เป็นจุดยอดนิยมในนะฮะสำหรับชมการแสดงสดเพลงพื้นบ้านโอกินาวะ โดยเวทีที่ก้องกังวานด้วยเสียงซันชินและเสียงร้องคือสถานที่ที่ทำให้คุณสัมผัสวัฒนธรรมดนตรีของโอกินาวะได้อย่างเต็มที่ ภายในร้านซึ่งมีทั้งลูกค้าประจำท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวมารวมตัวกัน คุณสามารถเพลิดเพลินกับการแสดงสดพร้อมลิ้มลองอาหารโอกินาวะและอะวาโมริ ค่ำคืนที่อบอวลด้วยจังหวะของชิมะอุตะจะทำให้ความทรงจำจากทริปโอกินาวะยิ่งน่าประทับใจขึ้น

เพลิดเพลินกับธรรมชาติเขตร้อนบนเกาะมิยาโกจิมะ
บนเกาะมิยาโกจิมะ เสน่ห์ไม่ได้อยู่แค่ทะเลเท่านั้น พืชเขตร้อนและสวนผลไม้ก็เป็นอีกบรรยากาศที่น่าแวะมาสัมผัสไม่แพ้กัน ทั้งดอกไม้เมืองร้อน ผลไม้ และทิวทัศน์สีเขียวกว้างไกล ล้วนมีสถานที่ให้ค่อย ๆ เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะ การเดินเล่นและทัวร์พร้อมไกด์จะช่วยเปิดช่วงเวลาแห่งการสัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติมิยาโกจิมะให้กับคุณ
9. สวนผลไม้เขตร้อนไมปาริ มิยาโกจิมะ (เมืองมิยาโกจิมะ)
สวนผลไม้เขตร้อนที่อยู่ติดกับหาดมาเอะฮามะ ภายในพื้นที่ที่รายล้อมด้วยพืชและไม้ผลเมืองร้อน คุณสามารถใช้เวลาสบาย ๆ พร้อมสัมผัสธรรมชาติของมิยาโกจิมะได้อย่างใกล้ชิด
ภายในสวนมีทั้งต้นปาล์มหายากสำหรับมิยาโกจิมะ แปลงสับปะรด และสวนกล้วย ให้บรรยากาศเขตร้อนอย่างเต็มที่ ใน “ทัวร์ไกด์เขตร้อน” ใช้เวลาประมาณ 25 นาที โดยนั่งรถคาร์ตชมรอบสวน คุณจะได้สังเกตพืชหายากและผลไม้เมืองร้อนท่ามกลางทิวทัศน์ที่ชวนให้นึกถึงป่าดิบชื้นเขตร้อน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้อาหารม้ามิยาโกะ เล่นกับแพะ และทดลองเก็บผลไม้ จึงเป็นจุดเดินเล่นที่เหมาะสำหรับเพิ่มลงในแผนเที่ยวเพื่อสัมผัสธรรมชาติของมิยาโกจิมะ

10. ยูโทเปียฟาร์ม มิยาโกจิมะ (เมืองมิยาโกจิมะ)
สวนเกษตรท่องเที่ยวที่เพลิดเพลินได้กับดอกไม้หลากสีและผลไม้เมืองร้อน ภายในเรือนกระจกมีดอกเฟื่องฟ้าสีสดบานสะพรั่ง สร้างทิวทัศน์งดงามได้ตลอดปี
เรือนกระจกแห่งนี้ปลูกดอกเฟื่องฟ้าประมาณ 50 ต้นจากหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก ทำให้สามารถชมดอกไม้สีสันสดใสได้ตลอดทั้งปี ที่คาเฟ่ภายในสวนยังมีของหวานจากมะม่วงและเสาวรสให้ลิ้มลองอีกด้วย ช่วงเวลาที่ได้อยู่ท่ามกลางดอกไม้และผลไม้คือความผ่อนคลายแบบมิยาโกจิมะที่น่ามาสัมผัส

11. สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนเมืองมิยาโกจิมะ (เมืองมิยาโกจิมะ)
สวนพฤกษศาสตร์ขนาดกว้างใหญ่ อยู่ห่างจากสนามบินมิยาโกะประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์ รวบรวมพืชกึ่งเขตร้อนของโอกินาวะไว้มากมาย ให้สังเกตธรรมชาติของเกาะได้อย่างสบาย ๆ
ภายในพื้นที่กว้างถึง 120,000 สึโบะ มีต้นไม้กึ่งเขตร้อนประมาณ 1,600 ชนิดขึ้นเขียวชอุ่ม และมีดอกไม้นานาพันธุ์ผลิบานตลอดทั้งปี ภายในสวนยังมีเส้นทางเดินและจุดชมวิวให้เดินเล่นอย่างผ่อนคลาย ลองใช้เวลาชมดอกไม้สีสันสดใสและพืชเมืองร้อน พร้อมสัมผัสธรรมชาติของมิยาโกจิมะด้วยตัวเองดู

บทสรุป
โอกินาวะมีหลายมุมที่ชวนให้ค่อย ๆ สัมผัสเสน่ห์ของท้องถิ่นผ่านประสบการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิม วัฒนธรรมอะวาโมริ การแสดงสดชิมะอุตะ หรือธรรมชาติเขตร้อน
ตั้งแต่กิจกรรมด้านวัฒนธรรมอย่างการทำบิงกาตะและยาจิมุน ไปจนถึงการเยี่ยมชมโรงกลั่นและเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติของมิยาโกจิมะ แต่ละคนสามารถเลือกวิธีใช้เวลาได้ตามสไตล์ของตัวเอง ลองพกพาความลึกซึ้งของโอกินาวะที่มองไม่เห็นได้จากการชมวิวเพียงอย่างเดียวกลับไปเป็นความทรงจำกันเถอะ