
13 จุดชมวิวสวยของโอกินาวะ จากหน้าผา บนสะพาน และจากจุดชมวิว เปลี่ยนมุมมองแล้วออกไปชมทิวทัศน์
ถ้าอยากมองทะเลโอกินาวะให้ต่างไปจากเดิม ลองอย่าหยุดอยู่แค่บนชายหาด ทั่วโอกินาวะยังมีจุดชมวิวสวย ๆ กระจายอยู่มากมาย และแต่ละแห่งก็ให้ภาพที่ต่างกันไปตาม “ความสูง” และ “ตำแหน่ง” ไม่ว่าจะเป็นมันซาโมะ สะพานโคริ หน้าผามุยก้า หรือสะพานอิเคมะ
บางจุดเปิดมุมมองจากด้านบนของหน้าผา บางช่วงให้เห็นสีฟ้าโอกินาวะทอดยาวจากบนสะพาน หรือเผยทิวทัศน์ของเกาะจากจุดชมวิว เพียงเปลี่ยนมุมมอง ทะเลผืนเดิมก็เผยเสน่ห์ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ลองออกเดินทางเพื่อสัมผัสทิวทัศน์ที่ทำให้รู้สึกถึงความกว้างใหญ่ของท้องฟ้าและทะเล พร้อมดื่มด่ำกับภูมิประเทศของโอกินาวะแบบมีมิติยิ่งขึ้น แล้วไปค้นหาจุดชมวิวของโอกินาวะที่น่าสนใจจากหน้าผา สะพาน และจุดชมวิวกัน
ยืนบนหน้าผา สัมผัสความยิ่งใหญ่ของทะเล
ถ้าอยากสัมผัสทะเลของโอกินาวะแบบเต็มอารมณ์ ลองเริ่มจากการขึ้นไปบนหน้าผา เมื่อยืนอยู่ริมผาที่เกิดจากแนวปะการังยกตัวและโขดหิน จะรู้สึกได้ถึงความกว้างใหญ่ของทะเลที่แผ่ขยายอยู่เบื้องล่างอย่างชัดเจน แหลมที่มองออกไปยังทะเลจีนตะวันออกหรือมหาสมุทรแปซิฟิกหลายแห่ง มักเปิดภาพทิวทัศน์ยิ่งใหญ่ในแบบโอกินาวะให้เห็นเสมอ ลองรับลมทะเลไปพร้อมกับสัมผัสพลังของภูมิประเทศที่ธรรมชาติของเกาะสร้างขึ้น
1. มันซาโมะ (หมู่บ้านอนนะ)
หนึ่งในจุดชมวิวชื่อดังที่เป็นตัวแทนของเกาะหลักโอกินาวะ เมื่อยืนอยู่ปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลจีนตะวันออก จะได้เห็นทะเลและท้องฟ้าสีครามกว้างไกล จนสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของโอกินาวะ
แหลมหินปูนริวกิวที่เกิดจากปะการังยกตัว ถูกคลื่นกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตรที่มีรูปร่างคล้ายงวงช้าง ด้านบนแหลมเป็นลานหญ้ากว้าง และวิวทะเลจากขอบหน้าผาก็ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ที่นี่จึงเป็นจุดที่อยากแนะนำให้ใส่ไว้ในแผนเที่ยว หากต้องการสัมผัสทิวทัศน์ธรรมชาติอันทรงพลังของโอกินาวะ

2. หน้าผามุยก้า (Muigaa) เมืองมิยาโกจิมะ
จุดชมวิวหน้าผาบริเวณชายฝั่งนานามาตะของเกาะมิยาโกะ ที่ยังคงมีธรรมชาติอันดิบงดงามหลงเหลืออยู่ เนื่องจากไม่ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จึงยังสัมผัสบรรยากาศชายฝั่งอันขรุขระได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ในช่วงฤดูหนาว บางครั้งอาจมองเห็นวาฬหลังค่อมที่ว่ายเวียนอยู่ในทะเลรอบเกาะมิยาโกะ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “เนินเขาที่มองเห็นวาฬ” วิวทะเลจากที่สูงดูยิ่งใหญ่ และสีของทะเลก็เปลี่ยนไปตามสภาพอากาศและช่วงเวลา เหมาะสำหรับแวะระหว่างเที่ยวเกาะมิยาโกะ เพื่อดื่มด่ำกับความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างเงียบสงบ

3. ชิราโทริซากิ (Shiratorizaki) เมืองมิยาโกจิมะ
แหลมภายในสวนสาธารณะบนชายฝั่งตะวันตกของเกาะอิราบุ เป็นจุดที่โดดเด่นด้วยวิวทะเลกว้างจากแนวโขดหิน บริเวณทะเลรอบ ๆ ยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งดำน้ำ และมีทิวทัศน์ที่เกิดจากภูมิประเทศอันซับซ้อน
ว่ากันว่าชื่อนี้มาจากภาพของคลื่นสีขาวบนแนวปะการังที่ดูคล้ายหงส์กางปีก เพราะชายหาดกับแนวรีฟอยู่ใกล้กันมาก ทิวทัศน์คลื่นขาวจากหน้าผาหินให้ความรู้สึกทรงพลัง และทำให้สัมผัสเสน่ห์ของทะเลได้อย่างใกล้ชิด ลองเดินเล่นตามทางในสวนชายฝั่งตะวันตก แล้วค่อย ๆ เพลิดเพลินกับภาพธรรมชาติที่เกิดจากทะเลและภูมิประเทศ

4. จุดชมวิวฮิยาโจบันตะ (Hiyajo Banta) เมืองคุเมะจิมะ
จุดชมวิวริมถนนสายรอบเกาะคุเมะจิมะ ที่เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่สำหรับชมทะเลกว้างจากหน้าผาริมทะเล เป็นจุดที่สามารถมองเห็นธรรมชาติอันยิ่งใหญ่จากความสูงประมาณ 200 เมตร
ในวันที่อากาศดี บางครั้งอาจมองเห็นเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ไกลออกไปได้ด้วย ทิวทัศน์เส้นขอบฟ้ากว้างไกลชวนตื่นตาตื่นใจ อีกทั้งยังแวะได้สะดวกระหว่างขับรถเที่ยว ลองมาสัมผัสความกว้างใหญ่ของทะเลคุเมะจิมะด้วยตัวเอง

ชมสีฟ้าโอกินาวะจากบนสะพาน
พอเปลี่ยนมามองทะเลของโอกินาวะจากบนสะพาน บรรยากาศก็เปลี่ยนไปอีกแบบ สะพานที่เชื่อมเกาะเข้าด้วยกันเปิดมุมมองให้เห็นเฉดสีของทะเลที่ไล่ระดับกว้างสุดสายตา วิวระหว่างขับรถหรือปั่นจักรยานข้ามสะพานเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าจดจำของการเดินทางในโอกินาวะ ลองเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของเกาะไปพร้อมกับความรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่เหนือทะเล
5. สะพานโคริ (หมู่บ้านนาคิจิน)
สะพานที่เชื่อมเกาะยากาจิกับเกาะโคริ ทางตอนเหนือของเกาะหลักโอกินาวะ และโดดเด่นด้วยภาพของสะพานที่ทอดยาวตรงไปเหนือทะเล สะพานเชื่อมเกาะแห่งนี้เปิดใช้ในปี 2005 เชื่อมเกาะยากาจิในเมืองนาโงะกับเกาะโคริ มีความยาวทั้งหมด 1,960 เมตร
เมื่อมองจากบนสะพาน จะเห็นทะเลใสสะอาดทอดยาวต่อเนื่องเป็นสีเขียวมรกต วิวจากรถน่าประทับใจ และเมื่อขยับไปมองจากจุดชมวิว ก็จะเห็นภาพสะพานทั้งเส้นได้อย่างชัดเจน ที่นี่คือหนึ่งในจุดชมวิวสะพานที่เป็นตัวแทนของสีฟ้าโอกินาวะ

6. สะพานอิเคมะ (เมืองมิยาโกจิมะ)
สะพานที่เชื่อมเกาะมิยาโกะกับเกาะอิเคมะ และเป็นจุดที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของสีทะเล จากบนสะพานสามารถมองเห็นทะเลกว้างสุดตา พร้อมทิวทัศน์โปร่งโล่งในแบบเกาะมิยาโกะ
“อิเคมะบลู” ที่มีเฉดสีฟ้าหลากหลายผสมกันนั้น ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในวิวทะเลที่สวยที่สุดของมิยาโกจิมะ ด้วยภูมิประเทศที่มีทั้งน้ำตื้นและน้ำลึกปะปนกัน ทำให้ทะเลรอบ ๆ เผยโทนสีหลากหลาย ทั้งโคบอลต์บลูและเขียวมรกต วิวทะเลแบบไล่เฉดขณะข้ามสะพานจึงเป็นภาพที่น่าจดจำไม่เหมือนที่อื่น

7. สะพานคุริมะ (เมืองมิยาโกจิมะ)
สะพานที่เชื่อมเกาะมิยาโกะกับเกาะคุริมะ โดยมีลักษณะเด่นคือแนวสะพานที่โค้งยกตัวอย่างนุ่มนวล เป็นเส้นทางขับรถชมวิวสวยที่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังวิ่งอยู่เหนือทะเล
เมื่อมองจากบนสะพาน สีของทะเลจะเปลี่ยนไปตามมุมแสง เกิดเป็นภาพไล่เฉดที่สวยจนต้องหยุดมอง จากสะพานยังมองเห็นวิวทะเลของโยนาฮะมาเอฮามะได้อีกด้วย ความตัดกันระหว่างทะเลสีฟ้ากับหาดทรายขาวยิ่งชวนประทับใจ ส่วนวิวสะพานจากจุดชมวิวฝั่งเกาะคุริมะก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาด

8. ฮิงะโรดพาร์ก (Higa Road Park) เมืองมิยาโกจิมะ
จุดพักรถริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข 83 บนเกาะมิยาโกะ เป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมแวะระหว่างขับรถเที่ยว
ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก โดยเฉพาะช่วงเย็นที่ท้องฟ้าและทะเลย้อมเป็นสีไล่เฉดนั้นน่าแวะเป็นพิเศษ ทะเลเบื้องล่างมีความใสสูงจนมองเห็นแนวปะการังได้อย่างชัดเจน ช่วงเวลาที่ได้นั่งรับลมทะเลพร้อมชมวิวท้องฟ้าและทะเลอันกว้างใหญ่ ก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ ของทริปนี้

ชมวิวมุมสูงได้ง่าย ๆ จากจุดชมวิว ประภาคาร และสวนสาธารณะ
ถ้าอยากนั่งชมทิวทัศน์ของเกาะแบบสบาย ๆ ลองขึ้นไปยังจุดชมวิว ประภาคาร หรือพื้นที่สูงในสวนสาธารณะ สถานที่เหล่านี้เปิดมุมมองให้เห็นชุมชน ชายฝั่ง และภาพรวมของเกาะได้อย่างชัดเจน ทำให้รู้สึกถึงความกว้างใหญ่ของภูมิทัศน์โอกินาวะได้มากขึ้น หลายแห่งยังแวะได้ง่ายระหว่างเดินเที่ยว จึงเหมาะกับคนที่อยากชมวิวสวยแบบไม่ต้องวางแผนมากนัก ลองใช้เวลาสักช่วงเพื่อมองเห็นทั้งธรรมชาติและวิถีชีวิตของเกาะในคราวเดียว
9. จุดชมวิวอะคะยามะ (Akayama) เมืองทาเกโทมิ
จุดชมวิวกลางชุมชนบนเกาะทาเกโทมิ ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะได้อย่างชัดเจน เป็นสถานที่สำหรับชมภาพบรรยากาศแบบทาเกโทมิที่มีบ้านหลังคากระเบื้องสีแดงเรียงราย
เมื่อขึ้นบันไดไป จะพบกับจุดชมวิวบนดาดฟ้าที่ไม่มีสิ่งใดบดบังสายตา จากตรงนั้นสามารถมองเห็นหลังคาบ้านในชุมชนและธรรมชาติโดยรอบได้กว้างไกล เป็นภาพของเกาะที่สงบและนุ่มนวล เหมาะสำหรับแวะระหว่างเดินเล่น แล้วค่อย ๆ ซึมซับทิวทัศน์ดั้งเดิมของเกาะทาเกโทมิ

10. สวนนาโงะกุสึคุ (เมืองนาโงะ)
สวนธรรมชาติที่แผ่กว้างบริเวณภูเขานาโงะ มีการจัดเส้นทางเดินในป่าและลานพักผ่อนต่าง ๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบ อีกทั้งยังเดินทางได้สะดวกจากตัวเมืองนาโงะ
จากจุดชมวิวใกล้ยอดเขา สามารถมองเห็นตัวเมืองนาโงะและทิวทัศน์สวยงามของทะเลจีนตะวันออกได้ ภายในสวนยังมีหลายโซนให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติ และสามารถใช้เวลาเดินเล่นได้อย่างสบาย ๆ จุดชมวิวแห่งนี้เปิดมุมมองให้เห็นทั้งเมืองและทะเลพร้อมกัน จึงเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวสวยของนาโงะที่ไม่ควรพลาด

11. ฮิราคุโบซากิ (Hirakubozaki) เกาะอิชิงากิ
คาบสมุทรฮิราคุโบะทางตอนเหนือของเกาะอิชิงากิอุดมไปด้วยธรรมชาติ และฮิราคุโบซากิซึ่งอยู่เหนือสุดของเกาะ ใช้เวลาขับรถจากสนามบินอิชิงากิประมาณ 40 นาที เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่มีวิวสวยเปิดกว้างอยู่ตรงหน้า
เมื่อขับผ่านทุ่งเลี้ยงวัวที่ฝูงวัวเดินอย่างสบาย ๆ แล้วจอดรถที่ลานจอด ก่อนเดินต่อไปข้างหน้า จะเห็นเส้นขอบฟ้าทอดตรงยาว พร้อมวิวทะเลจีนตะวันออกทางซ้ายและมหาสมุทรแปซิฟิกทางขวาแบบไม่มีอะไรมาบดบัง สีของทะเลที่เปลี่ยนไปตามแนวปะการัง ท้องฟ้าสีคราม และประภาคารสีขาวที่ปลายแหลม รวมกันเป็นภาพงดงามราวโปสการ์ด กลางวันก็สวยชัดเจน ส่วนช่วงเย็นที่พระอาทิตย์สีแดงค่อย ๆ ลับทะเล หรือยามค่ำคืนที่มีดาวระยิบระยับ ก็ชวนให้หยุดมองไม่แพ้กัน

12. แหลมซัมปะ (หมู่บ้านโยมิตัน)
แหลมซัมปะตั้งอยู่ในหมู่บ้านโยมิตัน ทางตอนกลางของเกาะหลักโอกินาวะ และยื่นออกไปสู่ทะเลจีนตะวันออก เป็นจุดชมวิวที่โดดเด่นด้วยหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตรทอดยาวราว 2 กิโลเมตร พร้อมภาพคลื่นซัดกระแทกหน้าผาจนเกิดละอองสีขาวอย่างน่าประทับใจ
ที่ปลายแหลมมีประภาคารสีขาวขนาดใหญ่ สูงจากพื้นดิน 31 เมตร ภายในสามารถเข้าชมได้ในช่วงเวลาเปิดทำการ และจากจุดชมวิวด้านบนยังสามารถเพลิดเพลินกับภาพพาโนรามา 360 องศาของทะเลและหมู่เกาะโดยรอบ เช่น เกาะอะกุนิและเกาะคุเมะจิมะ ที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพ หากอยากเก็บภาพประภาคารและแหลมให้สวย จุดชมวิวด้านหน้าถือเป็นมุมที่เหมาะที่สุด อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักว่าเป็นจุดที่พระอาทิตย์ตกช้าที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะหลักโอกินาวะ จึงแนะนำให้รอเก็บภาพช่วงเย็นไปจนถึงเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

อีกทางเลือกคือ “มองชายหาดจากด้านบน”
ลองเปลี่ยนจากการยืนอยู่ริมหาด มามองชายหาดของโอกินาวะจากที่สูงดูบ้าง ภาพหาดทรายขาวตัดกับทะเลสีฟ้าเมื่อมองลงมาจากเนินหรือแหลม เป็นทิวทัศน์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของเกาะ พอเปลี่ยนมุมขึ้นมาอีกนิด ก็จะค่อย ๆ รู้สึกถึงความกว้างใหญ่ของทะเลและธรรมชาติของโอกินาวะชัดขึ้น
13. หาดนางามะ (Nagamahama) เมืองมิยาโกจิมะ
ชายหาดที่ทอดยาวบนชายฝั่งตะวันตกของเกาะคุริมะ เป็นสถานที่ที่ยังคงรักษาทิวทัศน์ธรรมชาติไว้อย่างเรียบง่าย และเป็นที่รู้จักในฐานะชายหาดเงียบสงบที่ยังไม่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากนัก
ชายหาดทั้งแนวหันหน้าไปทางชายฝั่งตะวันตก จึงเป็นอีกหนึ่งจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม หาดทรายขาวกว้างกับทะเลสีฟ้าทอดยาวต่อเนื่อง และเสน่ห์อีกอย่างคือทิวทัศน์จะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา พอถึงยามเย็น แสงอาทิตย์ที่ลับลงทะเลจะย้อมชายหาดให้ดูนุ่มนวล เกิดเป็นภาพทะเลสงบที่ชวนประทับใจ

14. หาดโทกุจิ (Toguchi no Hama) เมืองมิยาโกจิมะ
ชายหาดทางตอนใต้ของเกาะอิราบุ โดดเด่นด้วยทะเลใสและหาดทรายขาว แนวชายฝั่งรูปโค้งช่วยสร้างทิวทัศน์ที่งดงามน่าประทับใจ
ภาพของหาดทรายขาวละเอียดที่ทอดยาวประมาณ 800 เมตรนั้นโดดเด่นมาก และพื้นทรายเนียนนุ่มก็น่าเดินเท้าเปล่าอย่างยิ่ง ความตัดกันของทะเลสีฟ้ากับหาดทรายขาวดูสวยสะดุดตา ทำให้วิวชายฝั่งเป็นที่นิยมสำหรับถ่ายภาพเช่นกัน ที่นี่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาช้า ๆ พร้อมสัมผัสความใสของทะเลบนเกาะ

15. ชายฝั่งโยชิโนะ (Yoshino Kaigan) เมืองมิยาโกจิมะ
ชายหาดทางฝั่งตะวันออกของเกาะมิยาโกะ ที่รู้จักกันดีในฐานะจุดดำน้ำตื้น พร้อมจุดเด่นเรื่องทะเลใสและแนวปะการังที่สวยงาม
เมื่อเดินลงทะเลจากหาดทรายขาวที่ทอดยาวประมาณ 500 เมตร จะพบแนวปะการังได้ในระยะเพียงไม่กี่เมตรจากชายฝั่ง ทะเลตื้นและสงบช่วยให้สัมผัสความใสของน้ำได้อย่างใกล้ชิด ที่นี่เป็นชายหาดที่เหมาะสำหรับชมวิวทะเลและหาดทราย พร้อมดื่มด่ำกับความงามตามธรรมชาติในแบบเกาะมิยาโกะ

บทสรุป
พอมองจากคนละมุม จุดชมวิวของโอกินาวะก็ให้อารมณ์ต่างกันไปอย่างชัดเจน ทั้งพลังของทะเลเมื่อยืนอยู่บนหน้าผา สีฟ้าโอกินาวะที่แผ่กว้างจากบนสะพาน หรือทิวทัศน์ของเกาะเมื่อมองจากจุดชมวิว แค่เปลี่ยนมุมมอง ก็จะรู้สึกได้ถึงมิติของทะเลและเกาะมากยิ่งขึ้น ลองออกเดินทางไปยังสถานที่สวยงามที่มีเสน่ห์แตกต่างกัน เช่น มันซาโมะ สะพานโคริ หรือหาดนางามะ แล้วไปสัมผัสความกว้างใหญ่ของธรรมชาติโอกินาวะด้วยตัวเอง
