
นัตโตะ
ซูเปอร์ฟู้ดที่ฝังรากในวิถีการกินของชาวญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยกลิ่นเฉพาะตัวและความเหนียวหนืด
แค่ได้กลิ่นก็พอเดาออกว่านี่ไม่ใช่อาหารที่เหมือนใคร—นัตโตะเป็นถั่วเหลืองหมักที่ใช้ “นัตโตะคิน (แบคทีเรีย Bacillus subtilis)” เป็นตัวทำให้เกิดการหมัก
หลังจากนึ่งถั่วเหลืองให้สุกทั่วแล้วปล่อยให้เย็น จากนั้นห่อด้วยฟางข้าว แล้วหมักไว้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมประมาณ 1 วัน นัตโตะคินตามธรรมชาติจะเพิ่มจำนวนจนได้เป็นนัตโตะ
วิธีนี้เป็นกรรมวิธีแบบดั้งเดิม ปัจจุบันมักผลิตโดยใช้นัตโตะคินที่เพาะเลี้ยงแล้ว
นัตโตะแบ่งใหญ่ ๆ ได้เป็น 2 ประเภท คือ “อิโตะฮิกิ นัตโตะ (Itohiki natto)” และ “ชิโอะคาระ นัตโตะ (เทระนัตโตะ) (Shiokara natto / Tera natto)” โดยทั่วไปเมื่อพูดว่า “นัตโตะ” มักหมายถึง “อิโตะฮิกิ นัตโตะ”
อิโตะฮิกิ นัตโตะยังแบ่งย่อยได้เป็น 3 แบบ คือ “มารุดาอิซึ นัตโตะ” “ฮิกิวาริ นัตโตะ” และ “โกโตะ นัตโตะ”
วิธีกินที่พื้นฐานที่สุดคือ ใส่ซอสและมัสตาร์ดที่มากับนัตโตะลงไป คนให้เข้ากัน แล้วโปะบนข้าวสวยกินเป็น “นัตโตะด้ง/ข้าวราดนัตโตะ”
มักจะเติมเครื่องปรุงหรือวัตถุดิบอื่น ๆ เพิ่มเข้าไปเพื่อให้รสชาติถูกปากขึ้น หรือเอาไปทำเป็นเมนูดัดแปลงจากนัตโตะ—ชาวญี่ปุ่นจึงกินนัตโตะในชีวิตประจำวันได้หลายแบบ
จุดเด่น
-
ถั่วเหลืองหมักที่ใช้นัตโตะคิน (แบคทีเรีย Bacillus subtilis) เป็นตัวทำให้เกิดการหมัก
-
แบ่งหลัก ๆ ออกได้ 2 ประเภท: อิโตะฮิกิ นัตโตะ และ ชิโอะคาระ นัตโตะ (เทระนัตโตะ)
-
เวลาเรียกสั้น ๆ ว่า “นัตโตะ” โดยมากหมายถึงอิโตะฮิกิ นัตโตะ
-
วิธีกินที่คุ้นที่สุด: ใส่ซอสกับมัสตาร์ดที่มากับนัตโตะ คนให้เข้ากัน แล้วโปะบนข้าวสวยกิน
รูปภาพ
-

นัตโตะที่ทำโดยการหมักด้วยนัตโตะคิน (แบคทีเรีย Bacillus subtilis)
-

วิธีกินที่เป็นที่รู้จักที่สุด: ข้าวราดนัตโตะ
-

ชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยนิยมเติมต้นหอมและเครื่องอื่น ๆ เล็กน้อยเพื่อกินนัตโตะให้อร่อยขึ้น
ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อภาษาญี่ปุ่น
- 納豆
- ประเภท
-
อิโตะฮิกิ นัตโตะ
ชิโอะคาระ นัตโตะ (เทระนัตโตะ) - ประเภทของอิโตะฮิกิ นัตโตะ
-
มารุดาอิซึ นัตโตะ
ฮิกิวาริ นัตโตะ
โกโตะ นัตโตะ